“ทางอีศาน” (ไม่อยากเชื่อ ปีที่ 12 แล้ว) ฉบับมีนาคม 2567 ผมเจาะจงอ่าน เรื่อง “ด้ำเสือ ด้ำไท ไทใหญ่ จากอดีตถึงปัจจุบัน” เหตุเพราะเรื่องนี้ ความยาว 9 หน้าอาจารย์ชลธิรา สัตยาวัฒนา เขียนแนะนำหนังสือเล่มสวยปกแข็ง สามเล่มหนา ชุด มหากาพย์ชนชาติไท “เต้าตามไต เต้าทางไท” (สำนักพิมพ์ทางอีศาน) โจทย์ใหญ่ที่ผมคงต้องใช้เวลาอ่านอีกหลายวันผมจึงโมเมว่า เอาเรื่องนี้แหละนำร่อง ผ่อนดอกก่อนใช้หนี้ที่มาของหนังสือชุดนี้ เริ่มจากงานวิจัย อาจารย์ชลธิราต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับชุมชนลัวะ เมืองน่าน“สนใจมานาน “ละว้า” ในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่กับ “ละว้า” ในเสภาขุนช้างขุนแผนเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับกรุงละโว้ (ลวปุระนคร) ในจามเทวีวงศ์”ตำนานนี้มีเรื่องราวโศกนาฏกรรมของขุนหลวงวิลังคะ ผู้นำลัวะเชียงใหม่ เล่ากันว่าพ่ายรัก พ่ายทั้งมนตร์เสน่ห์และมนตร์ดำของนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย เมือง “ลัวะพูน” จนถึงกับฆ่าตัวตายอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องลัวะ เดินสอนไปมา 11 หมู่บ้าน เขตน่านเหนือ จนกระทั่ง “ป่าแตก”ประสบการณ์ 7 ปี ได้ประสบการณ์ตรงที่ตื่นตา ตื่นใจ ที่ได้พบว่า ลัวะเมืองน่านถือผีสายแม่ ลัทธิแม่เป็นใหญ่ ระบบความสัมพันธ์เชิงอำนาจในครัวเรือน เห็นได้จากภาวะการนำของผู้หญิงในการสู้รบเมื่อภัยมาผู้บ่าวสาวลัวะ เมื่อเริ่มรักกันสาวเป็นฝ่ายจีบบ่าว สู่ขอบ่าวให้มาอยู่เรือนตัวที่มี “แม่เก๊าสืบผีสายแม่”ผู้บ่าวต้องตัดขาดจากผีสายแม่มาถือผีสายแม่ของผู้สาวลัวะ ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าผู้บ่าวในครัวเรือนอาจารย์ชลธิราเคยพักแรมผ่านทาง อาศัยเรือนลัวะค้างคืน กลางดึกตื่นตกใจ ได้ยินเมียไล่ผัวออกจากเรือนข้างผัวก็น้ำตาตกก้มหน้ารับคำทำตามเมียสั่ง ถามแม่เจ้าเรือนว่าทำไมต้องทำกันแรงถึงเพียงนี้ คำตอบคือ “มันขี้คร้าน บ่เฮ็ดหยัง”โครงสร้างสังคมดั้งเดิมทั้งลัวะและไท ตามตำนานล้านนา “ลัวะเป็นพี่ ไทเป็นน้อง” “ลัวะเยียะไฮ่ ไทเฮ็ดนา”ชนชาติลัวะเป็นนักเล่านิทาน ชอบนั่งล้อมกองไฟยามค่ำคืน หนึี่งในเรื่องเล่า คือเรื่องราวบรรพชนลัวะสู้ศึกม่าน (คือพม่า) แม่ลัวะสั่งสอนลูกน้อยว่าอย่าร้องไห้ ถ้าไม่หยุดร้อง ม่านจะมาจับตัวไปตำครกและเรื่องเล่ามือหยาบกร้านของพี่น้องลัวะ กำเคียวเกี่ยวคอม่านจนโชกเลือดอาจารย์ชลธิราเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก หัวข้อ “คนไร้สิ้น” สิ้นคือ “สิ้นไร้ไม้ตอก” ซ่อนนัยความหมาย “ไร้ซิ่น” ก็ได้เป็นเรื่องชนชาติลัวะ-ละว้ายากจนค่นแค้น กรณีลัวะเมืองน่าน แม้ผู้หญิงก็ยังแทบจะไม่มีซิ่นนุ่งสมัยก่อน คนถืออำนาจจากที่ราบขึ้นดอยไปเก็บภาษี บ้านไหนผู้หญิงลัวะนุ่งซิ่นงาม ก็จะเก็บภาษีหนักกว่าบ้าน “ไร้ซิ่น” เมื่อเขาเก็บภาษีซิ่น ยาสูบ ยาดอง ไม่ได้ คนใช้อำนาจจะลามปามถึงขั้นเรียกเก็บ “ภาษีเต้านม”เต้าใหญ่เรียกแพง เต้าเล็กก็ถูกลงหน่อยเปลี่ยนฉากมาเป็นงานวิจัยในจีนแถบยูนนาน เรื่องราวอาณาจักรเตียนหรือแถน ย้อนไปสองพันปีบนลานพิธีกรรมบนผากลองมโหระทึก มีเสาสูงใจกลางลาน ชายคนหนึ่งถูกมัดไว้กับแท่นหน้าเสา มีเครื่องเซ่นไหว้ สัตว์หรือผลไม้วางเรียงรายสื่อความนัยให้รู้ว่าเป็นพิธีกรรมที่ใช้คนทั้งเป็นมาบูชายัญอาจารย์ชลธิราทิ้งท้ายเรื่องนี้ว่าด้ำเสือ ด้ำไท ประวัติศาสตร์ไทใหญ่ เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือชุดมหากาพย์ชนชาติไท ความยาว 1,532 หน้าหนังสือชุดนี้ ถูกนำขึ้นหิ้งในคฤหาสถ์ หอสมุดมหาวิทยาลัย ห้องสมุดชุมชน กระทั่งหิ้งบูชาผีบรรพชน และที่ต้องกล่าวถึง หิ้งอันน่าเกรงขามของหอสมุด บริติช ลิบรารี กรุงลอนดอนนี่คือดัชนีชี้ หนังสือชุดนี้มีคุณค่า ต่อไปจะหายาก หิ้งหนังสือบ้านใดไม่มีไว้ จะน่าเสียดายยิ่ง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม