ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ความเห็นต่างในสังคมถือเป็นเรื่องปกติและในความปกตินั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อนได้เช่นกันเพราะความคิดและความเชื่อของคนนั้นเป็นเรื่องแต่ละบุคคล อยู่ที่ว่าความเชื่อนั้นมาจากแหล่งไหนอย่างไรเชื่อเพราะอะไร มีจุดประสงค์เพื่ออะไรการเสียชีวิตของ “บุ้ง ทะลุวัง” หรือ “เนติพร เสน่ห์สังคม” นักกิจกรรมทางการเมือง ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ หลังจากถูกนำตัวจากเรือนจำเพื่อรักษาต่อ แต่อาการหนักไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้“บุ้ง” ถูกจับกุมในความผิด ม.112เบื้องต้นเรื่องนี้จะต้องทำการตรวจสอบ ให้ชัดเจนว่า สาเหตุของการเสียชีวิตด้วยเหตุอันใด ด้วยความโปร่งใสเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น จะนำไปสู่ข้อเท็จจริงว่า เสียชีวิต เพราะอะไรแน่ก่อนที่จะไปว่ากันเรื่องอื่นๆที่จะตามมาแน่เพราะก่อนเสียชีวิตอยู่ในความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ ในฐานะผู้ต้องหาว่าดูแลเรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่หรือว่ามีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นต่อการเสียชีวิตเพราะผู้เสียชีวิตเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ย่อมเป็นที่สนใจของคนไทยและต่างประเทศ อย่างที่มีการเสนอข่าวไปทั่วโลกประเด็นคือเป็นนักโทษการเมือง!อีกทั้งมีประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่อง ม.112 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ที่สังคมไทยมีความเห็นต่างกันในเรื่องนี้แน่นอนว่าทุกคนคงไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้แน่ แต่ก็ต้องเคารพและให้เกียรติผู้ตายที่ตัดสินใจประท้วงด้วยการอดอาหาร เพื่อหวังให้ความคิดและความเชื่อของเขาได้รับการสนองตอบประเด็น ม.112 นั้น ถือว่าเป็นหัวข้อสำคัญทางการเมืองไทยที่ “ก้าวไกล” ชูประเด็นนี้จนไม่สามารถก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี แม้จะชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่ง เนื่องจาก สว.ที่มีอำนาจโหวตต่อต้านและอีกไม่กี่วันข้างหน้า ศาลรัฐธรรมนูญก็จะวินิจฉัยในความผิดล้มล้างการปกครองที่ “ก้าวไกล” เสนอให้มีการแก้หรือยกเลิกมาตรานี้นอกจากนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน เมื่อ “ก้าวไกล” เห็นว่าการแก้ไขทั้งฉบับไม่ควรยกเว้นมาตราใดมาตราหนึ่งโดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับ “สถาบัน”แต่พรรคการเมืองอื่นๆ เกือบทุกพรรคเห็นว่าควรยกเว้นนั่นเรื่องหนึ่ง...อีกเรื่องหนึ่งก็คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่กำลังมีการพิจารณาในรายละเอียด ก็มีความเห็นต่างกัน “ก้าวไกล” เห็นว่าควรรวมคดีที่กระทำผิด ม.112 ด้วยแต่พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่เห็นด้วยแต่เมื่อเกิดเหตุ “บุ้ง” เสียชีวิต “ก้าวไกล” และบรรดานักเคลื่อนไหวที่มีแนวทางเดียวกันคงเห็นพ้องกันว่าน่าจะเอื้อให้เกิดผลสำเร็จได้แต่สถานการณ์การเมืองอย่างนี้ทุกอย่าง จึงพุ่งไปที่รัฐบาลของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ “เพื่อไทย” เพราะจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเสียงเรียกร้องต่างๆ จึงพุ่งไปที่รัฐบาลเพื่อให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งเรื่อง “ประกันตัว” ผู้ต้องหาในคดี ม.112ว่าไปแล้ว “เพื่อไทย” กำลังตกที่นั่งลำบากไม่ต่างไปจากที่พวกเขาเคยกดดันรัฐบาลที่ผ่านมาคือเปลี่ยนฐานะหนึ่งไปสู่อีกฐานะหนึ่งอีกทั้งต้องไม่ลืมว่า “ทักษิณ” ผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลนั้น ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้และยังมีคดี ม.112 ติดตัวอยู่ด้วยจะรับข้อเสนอทุกอย่างก็ไม่ได้จะปฏิเสธก็อาจจะเกิดปัญหา เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดกระแสต่อต้านแรงขนาดไหนภาระจึงไม่ต่างไปจาก “หอกคืนสนอง” ทำอะไรไว้กรรมกำลังตามไล่ล่า!"ลิขิต จงสกุล"คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม