วันนี้ (ศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2567) จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมประจำปีของ “สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74” หรือที่เรียกย่อๆว่า “ฟีฟ่าคองเกรส ครั้งที่ 74” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทยหลังจากเริ่มประชุมมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคมแบบกลุ่มเล็กบ้างกลุ่มใหญ่บ้างของมวลหมู่สมาชิกฟีฟ่า 211 ประเทศจากโซนต่างๆ 6 ภูมิภาคทั่วโลกพูดง่ายๆก็คือจะมีท่านประธาน หรือท่านนายกสมาคมฟุตบอลที่เป็นสมาชิกของฟีฟ่ามาประชุมในบ้านเราถึง 211 สมาคมส่วนโซนต่างๆ เขาก็จะมีองค์กรดูแล เรียกว่า “สหพันธ์” เช่น สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า และอื่นๆ เช่น เอเชีย, โอเชียเนีย, แอฟริกา, อเมริกาเหนือ-กลาง และ อเมริกาใต้ มากันครบ 6 โซนเช่นเดียวกันขณะผมเขียนต้นฉบับวันนี้ งานเลี้ยงรับรองอันยิ่งใหญ่สำหรับแขกวีไอพี 400 คน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ยังไม่ได้เริ่ม แต่เท่าที่ติดตามการแถลงข่าว ทราบว่าท่านอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมของเรา คุณ โกวิท ผกามาศ จะจัดชุดแสดงต้อนรับเอาไว้ถึง 4 ชุดมีทั้งการแสดงที่เรียกว่า รำฝรั่งคู่, การขับร้องเพลงประสานเสียงจากวงเยาวชน, การแสดง “หุ่นละครเล็ก” ของคณะ โจหลุยส์ และ โขน เรื่อง รามเกียรติ์ จากกรมศิลปากรแค่นึกภาพตามก็ขนลุกแล้วครับ และเมื่อทราบว่าตลอดเวลาจะมีการรายงานสดผ่านสื่อออนไลน์ของฟีฟ่าไปทั่วโลกด้วย ก็มั่นใจได้ว่าจะมีแฟนบอลจากทุกมุมโลกหลายแสนหรืออาจเป็นล้านคนที่นั่งดูการถ่ายทอดสดอยู่ถือเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมไทย หรือซอฟต์พาวเวอร์ ไทยไปพร้อมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยไปด้วยในตัวแม้งานนี้จะร่วมกันจัดหลายๆ ฝ่าย ผมเดาว่าทางภาครัฐก็น่าจะทุ่มงบประมาณมาร่วมด้วย และสมาคมฟุตบอลของเราเองก็น่าจะควักค่าใช้จ่าย ออกมาก้อนหนึ่ง...แต่โดยส่วนตัวของ มาดามแป้ง ก็คงจะต้องควักกระเป๋าเข้าร่วมด้วยแน่นอน และน่าจะเป็นจำนวนที่มากพอสมควรผมติดตามข่าวคราวมาตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มมีตัวแทนของสมาคมฟุตบอลประเทศต่างๆ และประธานสหพันธ์โซนต่างๆ รวมทั้งตัวประธานใหญ่ฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน และท่านประธานยูฟ่าหรือสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ที่ทยอยเดินทางตามมาได้เห็นภาพการต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีแบบไทยๆอย่างอบอุ่น โดยคุณ นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง” นายกสมาคมฟุตบอลของไทยเราแทบทุกวันต้อนรับเสร็จสรรพยังมีการเชิญไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพักของเธอด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง พูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสการเป็นสุภาพสตรีที่สวยและสง่างามบวกกับอาภรณ์เครื่องประดับที่เป็นแบรนด์เนมดังระดับโลก รวมทั้งบ้านพักที่ใหญ่โตของเธอ ผมว่ามีชัยไปแล้วกว่าครึ่งไม่ว่าคนดังระดับโลกมาจากไหน เจอความสวยความงามและอัธยาศัยไมตรีที่อ่อนโยนจากมาดามแป้งของเรา ย่อมจะรู้สึกประทับใจทุกๆคนไปผลการประชุม “ฟีฟ่าคองเกรส” จะลงเอยอย่างไร? ใครจะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกหญิงปี 2027 ที่เขาจะลงมติในการประชุมวันสุดท้าย สื่อมวลชนต่างๆคงจะรายงานข่าวให้ทราบไม่วันพรุ่งนี้ก็มะรืนนี้หน้าที่ของผมก็คือ ขอบคุณ “มาดามแป้ง” คุณ นวลพรรณ ล่ำซำ คนรวยที่มีน้ำใจเผื่อแผ่ต่อสังคมไทยเราในหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านกีฬาฟุตบอลที่เธอทุ่มเทให้อย่างสุดหัวใจเข้าข่าย “รวยแล้วต้องช่วยสังคม” ที่ผมเขียนเรียกร้องมาโดยตลอดว่าในระบบเศรษฐกิจเสรีที่เต็มไปด้วยการแข่งขันจะไม่มีวัน “ลดความเหลื่อมล้ำ” ลงได้ เพราะ “คนรวย” ได้เปรียบที่เป็นเจ้าของ “เงินทุน” และเจ้า “ทุน” นี่แหละที่ผลตอบแทนสูงสุดกว่าทรัพยากรอื่นใดทั้งหมดคนรวยหรือคนมีเงินทุนจึงนับวันแต่จะรวยขึ้นและรวยขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของแรงงานแม้จะไม่จนลงแต่รายได้ก็จะเพิ่มไม่ทัน ทำให้ช่องว่างห่างขึ้นเรื่อยๆไม่มีทางเลือกอย่างอื่นครับ นอกจากต้องขอร้องกันเป็นการเฉพาะตัวว่ารวยแล้วอย่าลืมช่วยประเทศไทยและคนไทยที่ยากจนกว่าพวกท่านมาดามแป้งอาจมิได้ช่วยลึกไปถึงด้านรายได้หรืออาชีพ แต่การช่วยในด้านกีฬาต่างๆที่เธอทำอยู่ ผมก็ถือว่าช่วยสังคมไทยโดยตรงแล้วครับถ้านักกีฬาไทยเก่ง คนไทยก็จะพลอยปลื้มใจและมีความสุขไปด้วยกันทั่วประเทศไทยกับชัยชนะของนักกีฬาไทยผมคงไม่มีวาสนาได้อยู่ถึงวันที่ “บอลไทยได้ไปบอลโลก”...แต่ก็ยังมีสิทธิ์ฝันอยู่ครับ...ถ้ามีคนอย่างมาดามแป้งเยอะๆ ช่วยกันคนละมือคนละไม้ ก็ไม่แน่นาครับ บอลไทยอาจไปบอลโลกกับเขาได้สักวัน...โอมเพี้ยง!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม