“คิกออฟ” เริ่มเปิดสนามแข่งขัน สัญญาณนกหวีดปรี๊ด ตามราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ภายหลังอายุ “สว.ลากตั้ง” ชุดปัจจุบันสิ้นสุดลง นับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม เป็นต้นไปผ่านมา 4-5 วัน มีผู้สนใจรับใบสมัคร สว.ทั่วประเทศแล้วกว่า 5-6 พันราย ส่วนใหญ่ กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปอาจไม่คึกคักเท่าไหร่แต่หากวัดจากเงื่อนไขพิลึกพิลั่น กติกาการเลือก สว.ที่ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าคูหากาบัตร แต่เป็นการจัด “เซฟโซน” ให้ผู้สมัครเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกกันเองตามเดิมพันเกมยากๆ เทศกาลเลือก สว.ระบบปิด ก็ถือว่า “ไม่กร่อย”โดยเฉพาะอารมณ์ของคนที่ยอมควักเนื้อส่วนตัว “2,500 บาท” เป็นค่าสมัคร เพื่อซื้อสิทธิเข้าร่วมกาบัตร ล้อตามกระแสของคนดังทุกวงการ นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ศิลปินนักร้อง ดารา คนในแวดวงสื่อมวลชน เปิดหน้าแสดงตัวร่วมวงแสดงพลังฝ่ายเสรีนิยมลุยหักด่านความมั่นคงของฝ่ายอนุรักษ์นิยม อารมณ์แนวร่วมคนรุ่นใหม่ที่แท็กทีมสู้ “กับดัก” รัฐธรรมนูญทำลายค่ายกลอำนาจของ “ซือแป๋มีชัย”แต่เมื่อผู้สมัคร สว.ไม่ถึงหลักแสนแบบที่ปักหมุดกันไว้ มันก็เป็นอะไรที่ต้องออกแรงเหนื่อยหนักขึ้น ตามยุทธศาสตร์ที่ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะ ก้าวหน้า ผู้นำจิตวิญญาณพรรคก้าวไกล ปลุกระดมเครือข่ายสู้เกมจัดตั้งของนักเลือกตั้งอาชีพบ้านใหญ่ไหนจะต้องฟัดกับ “ลูกนัว” ด้วยฟอร์มมั่วๆของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่อเค้า จะประกาศผลเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ ไม่ทันไทม์ไลน์ในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ในอาการ “แม่นาคหึงพี่มาก” ไม่ยอมจากไปง่ายๆฟอร์มเขี้ยว เหลี่ยมยื้ออำนาจแบบที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.ลากตั้ง ตัวจี๊ด รีบยืนยัน แม้ สว.ลากตั้ง จะ “หมดอายุ” ครบวาระแล้ว แต่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี สว.เลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาย้ำเสียงแข็งเลยว่า ไม่ใช่แค่การทำหน้าที่รักษาการ แต่ยังมีอำนาจและหน้าที่ตามปกติที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทุกประการอ้าปากโชว์ลิ้นไก่ เลยโดน “คนรู้ทัน” ชิงดักทางขวางคอหอยแบบที่นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการคนดังจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกล้งถามนายเสรีดังๆกลางวงเสวนาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย หากสมมติ กกต. ประกาศรายชื่อ สว.ชุดใหม่ ไม่ทันกำหนดเส้นตายวันที่ 2 กรกฎาคม 2567เป็นไปได้หรือไม่ จะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่า สว.รักษาการ ยังมีอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรีบี้กันตรงๆ ประจานธงของฝ่ายคุมเกมอำนาจอนุรักษ์ที่ซ่อนไว้ไม่มิดทีมทหารเฒ่า คสช.ต้องยื้อสุดฤทธิ์ ไม่ยอมปล่อยสิทธิเลือกนายกฯหลุดมือเรื่องของเรื่อง ไม่ใช่แค่อำนาจโหวตนายกฯของ “สว.ลากตั้ง” รักษาการ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญของบรรดาตัวตึง ตัวจี๊ด สลิ่ม กปปส. ที่เริ่มกลับมานัดเปิดเวที จัดรายการ วิพากษ์ โจมตีอาการฮึกเหิมของ “นายใหญ่” โชว์ความเท่ไม่แผ่ว ดุดันไม่เกรงใจใครแนวต้านจ้องปลุกผี รีเทิร์นขบวนการโค่นกระดาน “ระบอบทักษิณ”ตะโกนดังๆให้ได้ยินไปถึงในค่ายทหาร ยั่วท็อปบูตเคลียร์พื้นที่ ตีคู่กันไปเลยกับข่าวกรองบ้างไม่กรองบ้าง จากปฏิบัติการปล่อยของโดย “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนโหมกระพือควัน สัญญาณอันตราย คิวเบี้ยว “ดีลลังกาวี”“ข่าวโคมลอย” ที่คนไม่ให้ราคา “ตุ๊ดตู่” ยังอดเงี่ยหูฟังไม่ได้ บนพื้นฐานความหวาดระแวง ภายหลัง “สว.ลากตั้ง” หมดฤทธิ์โหวตนายกฯ มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคเพื่อไทยจะกลับตัวกลับใจ ม้วนหัว ม้วนหางย้อนทางเดิม กลับไปจูบปากเด็ก ดึงพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลออปชันข้ามช็อต “ธนาธร” ที่ไปโผล่วงดีลฮ่องกงกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ตอนตั้งรัฐบาล ถึงตรงนี้ “ไพร่หมื่นล้าน” ก็ยังไม่เคยล้มจุดยืนพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยต้องจับมือกันเดินหน้าฝ่ายประชาธิปไตยในจังหวะที่รัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้วสูตรพิสดารกำลังแกว่งๆ ทั้งจุดความร้อนจากการรัฐประหารภายในค่ายรวมไทยสร้างชาติ อาการยืนงงในดงกัญชาระหว่างเพื่อไทยกับเกรียนเซราะกราว ภูมิใจไทย“เถ้าแก่ใหญ่” กับ “ไพร่หมื่นล้าน” ต่อสายเมื่อไหร่ก็ติด.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม