นายกฯ-พท.สยบข่าวปลดผู้ว่าการ ธปท.- แก้กฎหมายลดอำนาจ “เศรษฐา” การันตีปลดผู้ว่าการ ธปท.ไม่เคยอยู่ในความคิดแม้ แต่นิดเดียว ยันไร้แนวคิดแก้ พ.ร.บ.รื้ออำนาจธนาคารกลาง บอกเป็นผู้ใหญ่กันแล้วอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยว “ภูมิธรรม” ยังคาใจทำไมแตะต้องไม่ได้ ขุดอดีตยุคต้มยำกุ้งชี้ ธปท. ก็เคยทำผิด ตอก “ไหม” อย่าใช้แต่จินตนาการจุดประเด็นปลดผู้ว่าการ ธปท. “เผ่าภูมิ” ติงคุมเงินเฟ้อหลุดกรอบสะท้อนประสิทธิภาพธนาคารกลาง “สรวงศ์” โวยแบงก์ชาติไม่ให้เกียรติรัฐบาล จะทำอะไรก็ขวางทุกเรื่อง แต่ พท.ไม่เสนอแก้ พ.ร.บ.รื้อบทบาท “วิสุทธิ์” ยันเปิดสภาฯวิสามัญถกแค่งบฯปี 68 “ราเมศ” ท้าถ้ามองผู้ว่าการ ธปท.พฤติกรรมเสื่อมเสียรีบปลดเลย เด็ก ทสท.จวกทัศนคติพิสดาร เตือนรับฟังเสียงเตือนดีกว่าตัดพ้อต่อว่า นายกฯลุยพื้นที่ร้อยเอ็ด อ้อนขอ กำลังใจให้รัฐบาลจากกรณีความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) กับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถูกขยายความลุกลามนำไปสู่กระแสข่าวว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะเสนอแก้ไขกฎหมาย เพื่อลดความ เป็นอิสระและลดอำนาจของผู้ว่าการ ธปท. ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะปลด ผู้ว่าการ ธปท. และไม่มีการเสนอแก้ไขกฎหมาย ธปท. นายกฯ นำทีม รมต.ตะลุยร้อยเอ็ดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังคงลงพื้นที่ ตรวจราชการ จ.ร้อยเอ็ด เป็นวันที่ 2 โดยนายกฯ ได้เดินทางไปที่วัดท่าสะแบง ต.มะบ้า อ.ทุ่งเขาหลวง เพื่อติดตามการขยายเขื่อนป้องกันตลิ่งและพนังกั้นน้ำ มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเผ่าภูมิ โรงจนสกุล รมช.คลัง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย และนายนรากร นาเมืองรักษ์ สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมคณะ ขณะที่ประชาชนนำผ้าขาวม้ามามอบต้อนรับพระมอบเลสเสาร์ 5 ร้ายกลับดีนายกฯได้เข้ากราบนมัสการพระครูปลัดสุขวัฒน์ ปภสฺสโร (พระอาจารย์ต้อม) เจ้าอาวาสวัดท่าสะแบง โดยพระครูได้มอบพระเครื่อง “เสาร์ 5 ร้ายกลับดี ดียิ่งเจริญ” จากการนำมวลสารมงคลทั่วประเทศมาทำพิธี พร้อมเลสข้อมือเลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นแรกพระอาจารย์ต้อม พร้อมให้พรมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นห่วงนายกฯ งานหนัก และเดินทางบ่อย นายกฯได้สนทนาธรรมกับพระครูว่า พี่น้องเดือดร้อนเราต้องมาดูแล ทั้งเรื่องน้ำไม่พอ ยาเสพติด น่าเสียดาย จ.ร้อยเอ็ด มีศักยภาพสูงมาก ทั้งแหล่งท่องเที่ยว มีประชาชนที่ทำมาหากิน แหล่งเกษตรที่ดีมาก แต่การพัฒนาประเทศยังไปไม่ได้ ถ้าประชาชนมีปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และใกล้วันยาเสพติดโลก 26 มิ.ย. จะลงพื้นที่ อีสานอีกครั้ง เวลาเดือนครึ่งจากนี้จะต้องคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนชาวบ้านเชียร์ให้นั่งนายกฯ 2 สมัยนายกฯกล่าวว่า วันนี้ความเดือดร้อนทางด้าน ราคาพืชผลบรรเทาลงเพราะราคาข้าวดีขึ้น ราคามันสําปะหลังสูงสุดในรอบ 10-20 ปี อ้อยราคาดีมาก ยางพาราราคาดีขึ้น อะไรที่ดีอยู่แล้วจะพยายามทำให้ดีขึ้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องแก้ทุกมิติ บรรเทาทุกข์ และวันนี้ รมว.คมนาคมมาด้วยจะดูแลเรื่องถนน เส้นทางคมนาคม ขณะเดียวกัน เจ้าอาวาสฝากนายกฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากติดแม่น้ำชี โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้นายเกรียงเข้ามาช่วยดูแล เช่นเดียว กับพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่เคยท่วม ตอนหลังก็ไม่ท่วม ใกล้ฤดูน้ำหลากคงจะต้องไปพูดคุยร่วมกับกรม ชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะเมื่อน้ำท่วมพืชไร่ก็เสียหาย จากนั้นนายกฯ สักการะพ่อปู่พญาศรีสุวรรณนาคาธิบดีและรับฟังบรรยายสรุปการขยายเขื่อนป้องกันตลิ่งและพนังกั้นน้ำ บริเวณริมแม่น้ำชี พร้อมทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ โดยขอให้นายเศรษฐาได้เป็นนายกฯ 2 สมัยลั่นต้องรอดน้ำท่วมเหมือนอุบลฯขณะที่นายกฯกล่าวว่า มา จ.ร้อยเอ็ด ครั้งที่ 4 มาพร้อม น.ส.จิราพร รัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกของ จ.ร้อยเอ็ด ที่มาช่วยงานฝ่ายบริหารดูแลชีวิตความ เป็นอยู่ของพี่น้อง ปัญหาใหญ่น้ำท่วมในฤดูฝน รู้สึกไม่สบายใจท่วมที 2-3 เดือน ประชาชนเดือดร้อนมาก รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญเร่งด่วน จึงขอสั่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรีบบริหารจัดการเรื่องน้ำ ดูแลปัญหาการ กักเก็บน้ำ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาจังหวัดใกล้เคียงเคยประสบปัญหามาแล้วคือ จ.อุบลราชธานี แต่พอรัฐบาลเราเข้ามาได้ไปเยี่ยมเยียน เป็นครั้งแรกในรอบ หลายปีที่ จ.อุบลราชธานี น้ำไม่ท่วม จนปรารถนาอยากจะเห็นอำเภอนี้เขตนี้น้ำไม่ท่วมในปีนี้ ส่วนถนน ทางหลวงชนบทที่อยากจะขยายอีก 8 กิโลเมตรกว่า ถูกบรรจุในแผนงานปี 69 เมื่อมาดูหน้างานจริงๆปัญหาที่พี่น้องประสบมีเยอะ หากสร้างได้เร็วขึ้นการคมนาคม จะสะดวก หรือแม้การสร้างสนามบินสมควรให้มีการพิจารณาเร่งด่วนและพยายามทำให้ได้เร็วกว่านี้ ดีใจ ที่ได้มา จะน้อมรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปแก้ไขต่อรับฟังข้อเสนอขุดอ่างเก็บน้ำ-ประปาต่อมา เวลา 10.53 น. นายเศรษฐาและคณะ เดินทางมาโรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ต.รอบเมือง อ.หนองพอก เพื่อติดตามปัญหาประชาชนในพื้นที่ มีนางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มารอต้อนรับ โดยนายกฯ รับฟังปัญหาและ ข้อเสนอโครงการต่างๆ อาทิ โครงการขุดลอกอ่าง เก็บน้ำห้วยทรายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำและป้องกันบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนจังหวัดรอบเมือง วงเงินงบประมาณปี 68 วงเงิน 58 ล้านบาท การขอปรับปรุงระบบประปาเพื่อให้ได้คุณภาพและเพียงพอ ขอสนับ สนุนงบฯ ก่อสร้างหอประชุม อ.หนองพอก งบฯก่อสร้าง บ้านพักครู โรงอาหาร อาคารเรียน ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารห้องสมุด โรงเรียนหนองพอกวิทยา เป็นต้นอ้อนขอกำลังใจ รบ.ทำเพื่อ ปชช.จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า ไม่ต้องพูดถึง 10 เดือน ที่เราทำมา เราทำแต่เรื่อง ที่ดี ทั้งราคาสินค้า ราคามัน ราคายางและราคาอ้อย เราทำราคาได้ดีมาก ภาคภูมิใจได้เข้ามาช่วยเหลือประชาชน วันนี้ปัญหาที่พี่น้อง อ.หนองพอก ประสบอยู่ ไม่ว่าถนนที่ต้องปรับปรุงจะพยายามเร่งทำโดยเร็ว อ่างเก็บน้ำต้องบรรจุเข้าในแผนงานสำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ (สทนช.) แต่สิ่งที่ต้องทำโดยเร็ว เหนือสิ่ง อื่นใดคือ เรื่องน้ำประปาจะบรรจุทำเป็นแผนใหญ่และ เรื่องที่พี่น้องคอยอยู่คือ โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลังมาด้วย ขอให้มั่นใจในไตรมาส 4 ได้รับแน่นอน ส่วนหนี้นอกระบบต้องกำจัดให้หมด เพื่อนำสภาพคล่องเข้าสู่ประชาชน โดยสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้ทำงาน เลี้ยงชีพได้ และปัญหาที่ก่อตามมาจากปัญหาหนี้นอกระบบพอกลุ้มใจก็ไปพึ่งยาเสพติด ลูกหลานพี่น้องประสบปัญหาเยอะในตอนนี้ อ.หนองพอก ปัญหายาเสพติดต้องไม่พอกพูน คนทำผิดกฎหมายต้องถูก ขจัดออกไปโดยเร็วและเด็ดขาด ยืนยันรัฐบาลภายใต้ การนำพรรค พท. รัฐมนตรี และ สส.ร้อยเอ็ด ทำงาน เพื่อประชาชนขอให้ช่วยกันเป็นกำลังใจ เยี่ยม รพ.โพนทองกองเชียร์เฮฝนตกต่อมา เวลา 13.30 น. นายกฯ เดินทางมาจุด สุดท้ายที่โรงพยาบาลโพนทอง ต.สระนกแก้ว อ.โพนทอง พร้อมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ติดตามการให้บริการของโรงพยาบาลโพนทอง มี นพ.กัมปนาท โกวิทางกูร ผอ.รพ.โพนทอง บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทาง การแพทย์ ต้อนรับ โดยโรงพยาบาลขอสนับสนุนงบฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพดูแลสุขภาพคนไทย อาทิ การสร้างอาคารอุบัติเหตุวินิจฉัยและบำบัดรักษา 6 ชั้น อาคารทันตกรรม อาคารคนไข้พิเศษ อาคารพักเจ้าหน้าที่อาคารห้องชุดครอบครัว รวมถึงรถโมบายสำหรับทันตกรรมเคลื่อนที่ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อย่างเครื่อง ตรวจอวัยวะภายในด้วยเครื่องเสียงความถี่สูง โคมไฟ ผ่าตัด เตียงผ่าตัดทั่วไประบบไฟฟ้าพร้อมรีโมต คอนโทรล และต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือบ้านพักบุคลากรเพื่อรองรับแพทย์ที่จะจบกลับเข้ามาทำงานกว่า 30 คน จากนั้นนายกฯ ชมการให้บริการของห้อง ฉุกเฉิน โดยฝากให้ดูแลการให้บริการประชาชนเป็นอย่างดี ก่อนลงไปพบปะประชาชน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ทำให้ประชาชนส่งเสียงเฮ ด้วยความดีใจ ชาวบ้านบอกว่า ฝนไม่ได้ตกในพื้นที่มานานแล้ว ทำให้พื้นที่ชุ่มฉ่ำคลายความแห้งแล้ง จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางกลับ กทม.“สุภาพร” เด็ก ทสท.โผล่รับนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิบัติภารกิจของ นายกฯ ที่วัดท่าสะแบง ต.มะบ้า อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นอกจากสส.พรรค พท.มาต้อนรับแล้ว นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ได้มายืนร่วมต้อนรับนายเศรษฐากับ สส.พรรค พท.ด้วย หลังจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค. นางสุภาพรเคยตกเป็นประเด็นไปร่วมต้อนรับและถ่ายรูปกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เดินทางไปที่พรรค พท.ด้วยขีดเส้น 90 วัน ขันนอตแก้ยาเสพติดที่โรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค. ว่าทั้ง 2 วันไปดูปัญหาทุกมิติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ทั้งหนองน้ำและอ่างเก็บน้ำ พยายามแก้ปัญหา ปัญหาถนนที่ต้องการขยายให้การจราจรและการคมนาคมเป็นไปได้ด้วยดี ปัญหายาเสพติด ภาคอีสานมีเยอะมาก ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว เรามาหลายครั้งแล้วแต่ปัญหายังเป็นแบบเดิมตลอด แล้ววันนี้มี รมว.สาธารณสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.มาด้วย มาดูแลว่าจากนี้อีก 90 วัน ต้องมีอะไรเป็นรูปธรรม และหนี้นอกระบบ จากนั้น นายกฯได้กล่าวถึงข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ที่จะส่งเสริมให้ติดอันดับโลกมากขึ้น พร้อมนำถุงข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ โชว์สื่อมวลชนและกล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านนำข้าวนี้มาให้ เราจะขยายเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร ต้องพัฒนาสายพันธุ์ ส่งเสริมเพิ่มปริมาณการเพาะปลูกต่อไร่ที่สมดุลขึ้น การบริหารจัดการน้ำต่างๆ เชื่อว่าจะดีขึ้น และขณะนี้ความต้องการในต่างประเทศสูงขึ้นมากย้ำไร้ปัญหาเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตนายเศรษฐากล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ที่มองว่าเป็นอุปสรรคต่อการแจกเงิน 1 หมื่นดิจิทัลวอลเล็ตว่า ไม่เคยบอกว่าเป็นอุปสรรค หากมีข้อสงสัยตนมีหน้าที่อธิบาย ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา ส่วนที่มีความเห็นต่างกันได้ชี้แจงไปชัดเจนแล้ว โครงการเริ่มเดินและเป็นไปตามโครงการทุกอย่าง เมื่อถามว่า รัฐบาลจะยื่นให้กฤษฎีกาตีความการใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เมื่อไหร่ นายเศรษฐากล่าวว่า เดี๋ยวให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เป็นผู้ชี้แจง เรื่องเงินดิจิทัลฯไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร มีการแถลงข่าวไปเรียบร้อย แต่พวกท่านเองพยายามบอกว่ามีปัญหา มันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ตอนนี้โครงการเดินไปแล้ว ตรงไหนที่ต้องตรวจเช็กที่กฤษฎีกา มีการทำงานกันไปปัดไม่คิดแก้ ก.ม.ลดอำนาจผู้ว่าการ ธปท.เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีแนวคิดจะแก้ พ.ร.บ.เกี่ยวกับอำนาจของผู้ว่าการ ธปท. นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ได้มีแนวคิด ไม่เคยพูดเลย ประเด็นตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าการ ธปท. รัฐบาล หรือสภาผู้แทนราษฎร เรามาอยู่ด้วยกัน เพราะว่าเราต้องดูแลพี่น้องประชาชนเรื่องนี้สำคัญสุด ส่วนเรื่องการแก้ไขกฎหมาย ต้องมีการส่งเรื่องมาจากกระทรวงการคลัง ยังไม่เห็นมีการส่งขึ้นมา เมื่อถามย้ำว่ามีแนวคิดจะแก้ไขกฎหมายลดอำนาจความเป็นอิสระของ ธปท.หรือไม่ นายกฯยืนยันว่า “ผมไม่เคยพูด อนาคตผมไม่ทราบ ต้องถามนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง”เมื่อถามว่าแม้นายกฯจะบอกว่าไม่เคยมีความขัดแย้ง แต่ภาพที่ออกมาสื่อถึงความขัดแย้งระหว่างกัน นายกฯกล่าวว่า อย่าดูที่ภาพ ดูที่เนื้องานดีกว่า อย่างที่บอกเรื่องดอกเบี้ยตนชัดเจนไม่เคยปฏิเสธ คิดว่าดอกเบี้ยสูงควรจะลด แต่ผู้ว่าการ ธปท.บอกดอกเบี้ยไม่สูง ไม่ควรจะลด ใช่หรือไม่ก็ชัดเจน ต้องไปหาวิธีการอื่นที่จะบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน เชิญ 4 ธนาคารมาพูดคุย ได้เชิญธนาคารในกำกับอยู่แล้ว ลดไปประมาณ 0.25% ได้ขอบคุณไปและเดินหน้าบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนต่อไป ไม่ได้มีการไปต่อว่าอะไรผู้ว่าการ ธปท. เมื่อถามว่าการที่มีข่าวว่าจะมีการเสนอแก้กฎหมาย ยิ่งตอกย้ำรัฐบาลต้องการลดอำนาจผู้ว่าการ ธปท. นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องไปถามต้นตอของข่าววันนี้ ตนไม่ได้พูด เศรษฐา ทวีสินไม่เคยกดดันหรือพูดจะปลดพ้นเก้าอี้เมื่อถามย้ำว่า ภาพที่ออกมาเหมือนกดดันให้ผู้ว่าการ ธปท.ลาออก นายกฯกล่าวว่า “ผมไม่เคยพูดให้ผู้ว่าการลาออก รวมถึงเรื่องการปลดผู้ว่าการ ด้วยความเคารพ ถ้าท่านผู้ว่าการฟังอยู่ ผมไม่เคยกดดันนะครับ และไม่เคยพูดด้วย ผมกดดันผมอาจจะมีการพูดคุยถึงเรื่องเนื้องานเป็นหลัก ผมเป็นผู้นำรัฐบาลพูดมาแค่นี้โดยตลอด ก็แค่นี้” เมื่อถามว่าต่างคนต่างให้สัมภาษณ์ โดยผู้ว่าการ ธปท.บอกว่านักการเมืองมาแล้วก็ไป ขณะที่ ธปท.ต้องรักษาสภาพการเงินการคลังของประเทศ นายกฯกล่าวว่า คงไม่ไปคอมเมนต์ว่าใครพูดอะไร แต่คิดว่าไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ธปท. รัฐบาล สภาฯ เรามาทำงานเพื่อประชาชน จิตใจตนยึดโยงกับประชาชนอย่างเดียวและกฎหมาย เมื่อถามว่าต้องเรียกผู้ว่าการ ธปท. เข้ามาพูดคุยอย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาต่างคนต่างพูดหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนว่าไม่ได้ต่างคนต่างพูด ตนยึดโยงกับพี่น้องประชาชนอย่างเดียว ผู้ว่าการ ธปท.พูดเองมีอะไรสื่อสารก็สื่อสารผ่านกระทรวงการคลัง ขอใช้ว่าให้เป็นไปตามระบบแล้วกัน และจะติดตามผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้สั่งการไปแล้วและเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ให้สัมภาษณ์ย้ำไปแล้วท่านผู้ว่าการ ธปท. บอกตนชัดเจนแล้วว่าไม่อยากให้ตนสื่อสารโดยตรงกับท่าน ให้ผ่านกระทรวงการคลัง ตนก็ทำตามและไม่ได้เชิญสื่อมวลชนมากล่าวโทษผู้ว่าการหรืออะไรเลยใช่ไหมปัดไม่ใช่คู่กรณีคู่ต่อสู้คือความยากจนนายกฯกล่าวว่า ไม่ได้เป็นคู่กรณีกับผู้ว่าการ คู่กรณีของตนคือความยากจนของพี่น้องประชาชน และความยากจนเกิดมาจากดอกเบี้ยสูง บอกแค่นี้ถ้าจะเปลี่ยนใจอย่างไรก็เปลี่ยนใจไม่ได้ ฝ่ายการเมือง ฝ่าย สส. รัฐมนตรี และองค์กรอิสระ อย่างเช่น ธปท. มีความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชน แต่มองปัญหาคนละแบบเท่านั้นเอง ต่างคนต่างมีหน้าที่ต้องทำ เมื่อถามว่า ดูเหมือนนโยบายการเงินการคลังไปคนละทางกันจะทำให้บริหารงานยากหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า มีความลำบากเหมือนกัน ต้องพูดคุยกันอย่างที่ผู้สื่อข่าวเคยมีคำแนะนำ ตนพูดผ่าน สศค.ไปย้ำปลดผู้ว่าการ ธปท.ไม่เคยอยู่ในความคิดเมื่อถามว่าถ้าจะพูดอะไรประโยคหนึ่งถึงผู้ว่าการ ธปท. อยากพูดอะไร นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ครับ ไม่มี ผมพูดชัดเจนแล้วสิ่งที่เราเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อย่าว่าแต่ผู้ว่าการ ธปท.เลย คนในรัฐบาล คนในพรรคเอง เราเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทุกคน นโยบายต่างๆมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นธรรมดา เราพูดคุยกันไป พยายามจะยืดหยุ่นประนีประนอมกันได้ เพราะเชื่อว่าทุกคนมาทำงานเพื่อประชาชน อย่าไปเอาเรื่องส่วนตัว เข้ามาดีกว่า ความขัดแย้งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้มีเกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นต่างเราพยายามบริหารความเห็นต่างตรงนี้ บนบรรทัดฐานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน “อย่าให้มีวาทกรรมว่าจะปลดจะอะไร มันไม่ใช่ ไม่ได้อยู่ในความคิดผมเลย แม้กระทั่งนิดเดียว”เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับกระแสโซเชียลมีเดียที่ติดแฮชแท็กเซฟผู้ว่าการ ธปท. นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีคอมเมนต์ เพราะท่านไม่มีอะไรที่ต้องถูกเซฟ เพราะมาถูกต้อง มีหน้าที่ของท่านก็ทำงานไป หลายอย่างที่ท่านทำตนเห็นด้วยก็มี เหมือนกันหลายอย่างที่ตนทำ เชื่อว่าท่านก็เห็นด้วย และหลายอย่างอาจไม่เห็นด้วย แต่เราเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันแล้ว ฝ่ายตน มาทำเพื่อประชาชน ไม่ได้ตั้งใจจะไปขัดแย้งกับใคร คิดว่าท่านไม่ต้องการการเซฟ เพราะไม่มีใครจะไปปลดท่าน ไม่มีใครพูด รัฐมนตรีคนใหม่ไม่ได้พูด ตนก็ไม่ได้พูดใช่ไหม เพียงแต่ไปแปลกันเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง พยายามยกระดับขึ้นไปให้เกิดความขัดแย้ง ยืนยันไม่ว่าจะในสาธารณะหรือส่วนตัว พูดแบบนี้แหละ“เผ่าภูมิ” ติงแบงก์ชาติคุมเงินเฟ้อไม่อยู่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท.ถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณีพูดพาดพิงกดดัน ธปท.ว่าถ้าไม่ยอมจะเข้าใจ ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ประเทศเราจะไม่มีทางลดเพดานหนี้ได้เลยว่า น.ส.แพทองธารตั้งคำถามถึง ธปท.เป็นสิทธิ เมื่อประสิทธิ ภาพนโยบายการเงินที่เกิดจากความอิสระนั้นเป็นที่กังขา ความอิสระของ ธปท.มาพร้อมกับกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 1-3% ตามข้อตกลงกับคลัง ปัจจุบันหลุดกรอบและไม่เป็นไปตามข้อตกลงใช่หรือไม่ เพราะเหตุจากระดับดอกเบี้ยนโยบายที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากเงินเฟ้อปี 67 คาดจะอยู่ 0.6-0.8 การที่ธนาคารกลางไม่สามารถรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป็นระยะเวลายาวนาน และคาดว่าหลุดกรอบถึงสิ้นปี 67 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของธนาคารกลางหรือไม่ กระทรวงการคลังต้องการให้ประเทศมีนโยบายการคลังกับนโยบายการเงินที่สอดประสานกัน ไม่เช่นนั้นนโยบายอีกฝั่งต้องเร่งขึ้นเกินความจำเป็น เป็นต้นทุนของประเทศ และเมื่อนโยบายการคลังเช่น นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตถูกวิจารณ์ เรารับฟังและปรับปรุง นำสู่การปรับเงื่อนไข เราคาดหวังสิ่งเดียวกันจะเกิดขึ้นกับนโยบายการเงิน“อ้วน” ขุดอดีตต้มยำกุ้ง ธปท.เคยทำผิดเมื่อเวลา 14.30 น. ที่ บจก.พูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 ต.เฉลียง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลตามโครงการรับจำนำ โดยได้ชิมข้าวที่เก็บไว้ 10 ปี พร้อมยืนยันยังมีคุณภาพ จากนั้นนายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หัวหน้าพรรค พท. วิจารณ์แบงก์ชาติเรื่องไม่ยอมปรับดอกเบี้ยนโยบายว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำตามหน้าที่พรรคการเมือง ในฐานะเป็นบุคคลธรรมดากระทำได้ ไม่เห็นว่ามีความผิดตรงไหน แบงก์ชาติเป็นหนึ่งในหน่วยงานของรัฐ ทำไมวิจารณ์แบงก์ชาติไม่ได้ แตกต่างจากองค์กรอื่นอย่างไร ที่ผ่านมาแบงก์ชาติไม่ใช่ว่าไม่เคยทำความผิด แต่เคยทำผิดมาแล้วในปี 2540 ที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ประชาชนยังจำได้ การตัดสินใจของแบงก์ชาติครั้งนั้นเอาเงินไปทุ่มตลาดสู้เพื่อให้รักษามาตรฐานเงินบาท ในที่สุดเจ๊งมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแบงก์ชาติก็ผิดได้ ไม่ใช่เรื่องเรามาขัดแย้งกับ ธปท.ถึงกับจะเอาเป็นเอาตายกัน สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องให้ใช้จ่ายเงินในภาวะวิกฤติ ทำให้เสียดุลการค้ามากมาย พล.อ.ประยุทธ์ใช้วิธีนี้แก้ไขปัญหา ทำไมถึงไม่เห็นออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหมือนรัฐบาลนี้ วันนี้รัฐบาลใช้มาตรการทางการคลังอย่างเต็มที่แล้ว ในการรักษาแก้ไขปัญหา เพื่อให้กู้วิกฤติขึ้น แต่มาตรการทางการเงินมันไม่ไปด้วยกัน นี่จึงเป็นข้อเสนอ หลายครั้งหลายหนเรายังอดทนที่จะเสนอต่อเพื่อให้เข้าใจ และไม่ได้หมายความว่าเราไม่พึงพอใจแล้วเราจะปรับหรือปลดผู้ว่าการ ธปท. อย่างที่เป็นข่าว อยากให้เริ่มต้นจากข้อเท็จจริง ไม่อยากให้เริ่มต้นจากจินตนาการ ภูมิธรรม เวชยชัยสวน “ไหม” อย่าใช้แต่จินตนาการเมื่อถามถึงกรณี น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งคำถามทำนองว่าพรรค พท.มีแนวคิดจะแก้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า น.ส.ศิริกัญญาเข้ามาทำงานการเมือง เป็นสมัยที่ 2 แล้วต้องเข้าใจดีว่าการจัดการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริง ดูความเป็นจริง ไม่ใช่จินตนาการไปเรื่อยๆ หากจินตนาการว่าตรงนั้นจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่นักการเมืองที่ดีที่จะเข้าใจและแก้ไขปัญหาของ ประเทศได้ จึงคิดว่า น.ส.ศิริกัญญาต้องกลับไปทบทวนดูว่าจะทำอย่างที่ออกมาคิดได้ไหม และลองถามตัวเองดูว่าหากแบงก์ชาติมีปัญหา พรรค ก.ก.จะพิสูจน์หรือจะเสนอความเห็นที่เป็นทางออกที่ถูกต้องได้ไหมหรือว่าจะเสนอไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมแบบนี้ พูดมาให้ชัดว่าวิธีการที่ถูกต้องจะทำอย่างไร ส่วนการทำงานในกระทรวงพาณิชย์ที่มีรัฐมนตรีจาก 3 พรรค หลังจากนี้คงได้มีโอกาสพูดคุยแบ่งงานกัน เชื่อว่า 3 คน 3 แรงจาก 3 พรรคจะช่วยกันทำงานให้กระทรวงพาณิชย์ก้าวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์มากขึ้น“สรวงศ์” ซัด ธปท.ขวางรัฐบาลตลอดนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ช่วงเดือน มิ.ย.จะมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปรับบทบาทธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่ ว่าการเปิดสมัยประชุมสภาฯ ครั้งนี้จะพิจารณางบฯปี 68 ยังไม่ได้พูดคุยถึงการปรับแก้ไขกฎหมายใดๆ ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงการแก้ไขกฎหมายบทบาทของ ธปท. สิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดบนเวที “10 เดือนที่ไม่รอทำต่อให้เต็ม 10” เป็นเพียงความคิดเห็น หากเรามองในมุมที่ไม่มีอคติใดๆเลย จะสังเกตได้ว่าจะมีอยู่เพียงหน่วยงานเดียวที่ไม่ว่าจะเสนออะไรไปจะขวางความคิดเห็นของรัฐบาล อีกทั้งยังไม่มีการเสนอแนะความคิดเห็นให้รัฐบาลว่าต้องดำเนินการอย่างไร หากเปิดใจให้กว้างจะเห็นว่าเราไม่ได้ต้องการจะโจมตี ธปท. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเป็นเพียงหน่วยงานเดียว ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แม้กระทั่ง ธนาคารพาณิชย์ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลปรับลดดอกเบี้ยทันทีติงอิสระแต่ต้องดูแวดล้อมภายนอกนายสรวงศ์กล่าวอีกว่า การจะแก้ไขกฎหมายที่จะปรับลดบทบาทของ ธปท.ต้องมีการพูดคุยกันในพรรคก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่มี ส่วนตัวมองว่าถ้าจะมีการแก้กฎหมายไม่ใช่ที่จะนำ ธปท.เข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลแน่นอน การทำงานอย่างอิสระของแบงก์ชาติเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่การเป็นอิสระนั้นต้องดูสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย หากมองย้อนกลับไปจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่า ธปท.จะตัดสินใจผิดพลาด ทั้งนี้รัฐบาลหรือนายกฯ ไม่ใช่ว่าจะไม่เชื่อในการนำเสนอของ ธปท. แต่ไม่ได้มีข้อเสนอใดๆมา นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะนี้ สื่อมวลชนได้นำคำพูดของ น.ส.แพทองธารมาเป็นประเด็น แต่ไม่มองว่าสิ่งที่ออกมาพูดนั้น รัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทาง นายกฯ ถึงขั้นที่ขอความกรุณาให้ ธปท.พิจารณาลดดอกเบี้ยโวยที่ผ่านมาไม่ให้เกียรติ รบ.เมื่อถามว่า ธปท.มีความอิสระเกินไปในการดำเนินการหรือไม่เพราะจากที่ผ่านมาก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการร่วมกับรัฐบาล นายสรวงศ์กล่าวว่า เป็นอิสระหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน่วยงานแต่อยู่ที่ตัวบุคลากรมากกว่า ผู้ว่าการ ธปท. มีอคติอะไรกับรัฐบาลหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ รายการเข้าประชุมในแต่ละครั้งนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้เกียรติอะไรรัฐบาลเลย เพราะจากการประชุมที่ผ่านมา ส่งเพียงตัวแทนเข้ามาร่วมประชุมเท่านั้น แสดงออกได้ชัดว่า ผู้ว่าการ ธปท.ไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล การออกมาพูดของ รัฐบาลหรือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่การพูดครั้งแรก แต่เป็นการขอร้องแล้วขอร้องอีก เป็นการขอพูดคุยกันในหลายๆ ครั้งแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือเลย แล้วทำให้เห็นว่า เป็นเอกเทศจนไม่สนใจนโยบายต่างๆของรัฐบาล สิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดนี้ตนไม่ได้พูดในนามนักเศรษฐศาสตร์ หรือนายธนาคาร แต่พูดในฐานะประชาชนว่าในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันอยู่นั้น แต่มีเพียงหน่วยงานเดียวที่ค้านทุกอย่าง และสิ่งที่ น.ส.แพทองธารพูดนั้นต้องการสื่อให้เห็นว่าความเป็นอิสระของ ธปท.มันเกี่ยวข้องต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศยันเปิดสภาวิสามัญมีแค่งบฯปี 68นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า จะเปิดช่วงวันที่ 5-7 มิ.ย. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ส่วนวาระพิจารณาเรื่องอื่น อาทิ การแก้กฎหมายประชามติ หากมีความเร่งด่วนค่อยว่ากันอีกที แต่ขณะนี้เอาเรื่องงบประมานก่อน ส่วนกรอบเวลาในการอภิปรายงบปี 2568 นั้น ต้องรอนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการเข้าประชุมของ สส.เพราะตกลงแล้วว่าช่วยกันทำงานเต็มที่ เพื่อพิจารณางบฯ ให้ผ่านวาระแรกไปได้ ราเมศ รัตนะเชวงปชป.ค้านแก้ ก.ม.ลดอิสระ ธปท.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะแก้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดความเป็นอิสระของ ธปท.ว่า พรรค ปชป.ติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการส่งสัญญาณผ่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ระบุ ธปท.เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของหัวหน้าพรรค พท.ต้องหาวิธีการตอบสนองความต้องการแน่นอน การแก้กฎหมายย่อมเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ หากมีการยื่นแก้ไขกฎหมายนี้ พรรค ปชป.ไม่เห็นด้วยแน่นอน จะส่งผลเสียหายต่อประเทศ การปรับปรุง พ.ร.บ.ธปท.ครั้งล่าสุดดีอยู่แล้ว ครอบคลุมหลายส่วน ทั้งเรื่องความอิสระและให้มีความโปร่งใส สร้างการถ่วงดุลฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้ใช้เงินให้อยู่ในหลักการที่ถูกต้อง และเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในสถานะทางการเงินของประเทศ เป็นหลักสากลทั่วโลกกำหนดให้อำนาจธนาคารกลางเป็นอิสระ แยกการใช้อำนาจออกจากฝ่ายการเมืองชัดเจนมองผู้ว่าการ ธปท.เสื่อมเสียท้ารีบปลดนายราเมศกล่าวต่อว่า รัฐบาลอึดอัดใจ ไม่สบายใจ ต่อท่าทีผู้ว่าการ ธปท.ที่ท้วงติงไม่เห็นด้วยกับโครงการกู้มาแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต แต่กฎหมายเข้มแข็ง รัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดว่านอกจากพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว ผู้ว่าการ ธปท.จะพ้นตำแหน่งเมื่อเสียชีวิตหรือลาออกหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือ ครม.มีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงหรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือ ครม.มีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี หรือการเสนอของรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ธปท. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถ โดยต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง การแสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมาของผู้ว่าการ ธปท.ด้วยความสุจริตใจเพื่อประโยชน์ ของชาติบ้านเมืองให้เห็นความคุ้มค่าของงบฯแผ่นดิน ถ้ารัฐบาลเห็นว่าเป็นความประพฤติเสื่อมเสียร้ายแรงหรือถึงขั้นทุจริตต่อหน้าที่ บกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถ ขอท้าให้รัฐบาลรีบปลดผู้ว่าการ ธปท.ได้เลยทสท.ซัดทัศนคติแปลกประหลาดนายศรัณยู อึ๊งภากรณ์ รองโฆษกและคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรค พท.ระบุความเป็นอิสระของ ธปท.เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศว่า เรากังวล ไม่เห็นด้วยต่อทัศนคติอันแปลกประหลาดที่ต่อว่าบทบาท ธปท.พันธกิจ ธปท.มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รักษาเสถียรภาพด้านราคา ป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจผันผวนมากเกินไป รักษาเสถียรภาพระบบการเงิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งอาจเกิดความขัดแย้งกับเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ บางกรณีรัฐบาลต้องการเห็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที อาจขัดแย้งกับเป้าหมายการรักษาเสถียรภาพของ ธปท.ได้ เช่น การดำเนินนโยบายการเงินที่ขยายตัวมากเกินไป อาจมีผลดีต่อการแก้ไขปัญหาว่างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ แต่อาจล้มเหลวต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อาจสร้างภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแนะฟังเสียงเตือนดีกว่ามัวตัดพ้อต่อว่า“ความเป็นอิสระของ ธปท.ยังมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนต่างชาติด้วย ตัวอย่างประเทศตุรกีที่รัฐบาลตุรกีแทรกแซงเชิงนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ที่เน้นนโยบายการเงินไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ท้ายที่สุดส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นถึง 60% มูลค่าเงินลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติจำนวนมากขนเงินออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ผลการวิจัยของ IMF แสดงผลเชิงประจักษ์ พบว่า ความอิสระของธนาคารกลางมีผลกับการควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างมีประสิทธิภาพ มีผลต่อเสถียรภาพทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ เสถียรภาพทางการเงินมีผลต่อการเติบโตของประเทศในทุกมิติอย่างต่อเนื่องระยะยาว ควรกลับไปถามตัวเอง ท่านได้ฟังเสียงแจ้งเตือนขององค์กรอิสระหรือไม่ หาวิธีประสานงานให้เกิดความราบรื่นต่อการบริหารประเทศ มากกว่าจะตัดพ้อต่อว่า ธปท. การแก้ไขปัญหาระยะยาวไม่ควรจบลงที่การจะเข้าไปก้าวก่ายองค์กรอิสระ แต่ควรหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติปัจจุบัน” นายศรัณยูกล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่