คนเก่งคนดียุคชุนชิวของจีน (227 ก่อน พ.ศ.ถึง พ.ศ.67) 3 คน ที่ประวัติศาสตร์จีนบันทึกไว้ เอี้ยนอิงเจ้าปัญญา ซุนวูแสดงพยุหะและขงจื๊อจารึกไปยังแคว้นต่างๆ สองชื่อแรกผมรู้จัก แต่ชื่อที่ 3 แทบไม่รู้จัก(แลหลังแดนมังกร ถาวร สิกขโกศล แปล สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2542)เอี้ยนอิงเป็นอัครมหาเสนาบดีแคว้นฉี เป็นคนฉลาดเข้มแข็ง มีปฏิภาณ วาจาดี ไม่เกรงกลัวทรราช เอาใจใส่ทุกข์สุขของประชาชน...นี่คุณสมบัติด้านดีที่อาจารย์ถาวร เกริ่นนำ ไม่แปลก ที่เรียกขานกันว่าเจ้าปัญญาแต่ประโยค “เคยผลักดันขงจื๊อพ้นจากวิถีการเมืองแคว้นฉี” ทำให้สงสัย ดีจริงหรือ? ต้องอ่านเรื่องเอี้ยนอิงต่อครั้งหนึ่งเอี้ยนอิงเป็นทูตไปยังแคว้นหวู แคว้นฉีกับแคว้นหวูศักดิ์ฐานะเดียวกัน พอไปถึงคนแคว้นหวู ก็บอกว่า พระจักรพรรดิเชิญให้เข้าไปเฝ้าในพระราชฐาน เอี้ยนอิงก็เอะใจ ชะงักเท้าแท้จริงอ๋องแคว้นหวูสั่งให้หยั่งเชิงเอี้ยนอิง เมื่อมีเสียงเตือน “พระจักรพรรดิมีพระราชโองการให้อัครมหาเสนาบดีเอี้ยนอิงเข้าเฝ้า” เอี้ยนอิงก็ยังยืนนิ่ง เสียงเตือนซ้ำครั้งที่สาม เอี้ยนอิงก็แสร้งสั่นศีรษะไปมา แล้วบ่น“เอ๊ะ! ทำไมวันนี้ข้าหลงๆลืมๆ มาจนถึงพระราชวังของพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โจวได้...ขอเรียนถามท่านหน่อยเถอะ หวูอ๋องอยู่ที่ไหน”เจอไม้นี้เข้า ฝ่ายเจ้าบ้านก็จนปัญญา มีเสียงว่า “หวูอ๋องฟูจา ขอเรียนเชิญ”ครั้งต่อมา เอี้ยนอิงเป็นทูตไปราชการแคว้นฉู่ ฉู่อ๋องรู้จักเอี้ยนอิงเป็นคนร่างเตี้ยเล็กดี จึงคิดวิธีลองปัญญา สั่งคนเฝ้าประตูให้บอกว่า แคว้นฉู่มีระเบียบ คนสูงให้เข้าประตูใหญ่ คนตัวเตี้ยให้เข้าประตูเล็กเอี้ยนอิงมองประตูเล็ก แล้วบอก “คนมาราชการแคว้นหมาก็เข้าประตูเล็กสำหรับหมา แต่ข้าพเจ้ามาราชการแคว้นฉู่” คนเข้าประตู ก็ต้องเชิญเอี้ยนอิงเข้าประตูใหญ่ฉู่อ๋องยังเล่นไม่เลิกมองเอี้ยนอิงด้วยสายตาเหยียด “แคว้นฉีคงไม่มีคนอื่นเป็นทูตอีกแล้วกระมัง”เอี้ยนอิงตอบ “เมืองหลวงแคว้นฉีมีถนนสามร้อยสาย ถ้าราษฎรพร้อมกันยกแขนเสื้อขึ้นก็บังดวงอาทิตย์ได้ เหงื่อที่หยดลงมามากเหมือนสายฝน” “ถ้างั้น ทำไม ใช้คนแบบท่านมาราชการเล่า” ฉู่อ๋องรุก“คนดีมีความสามารถ ล้วนไปราชการแคว้นที่ฉลาดเข้มแข็ง ข้าพเจ้าเป็นคนโง่ที่สุด จึงถูกส่งมาแคว้นฉู่”เมื่อเอี้ยนอิงไปเยือนแคว้นฉู่ครั้งต่อมา อ๋องจึงวางแผนเอาคืน ระหว่างงานเลี้ยง ก็ให้คนคุมนักโทษแคว้นฉีเดินผ่าน “คนแคว้นฉีคงมีแต่หัวขโมย ซีนะ” ฉู่อ๋องเย้ยเอี้ยนอิงตอบ “ส้มแคว้นฉีหวาน แต่พอมาปลูกที่อื่น ดินฟ้าอากาศเปลี่ยน จึงเปรี้ยว คนผู้นี้เมื่ออยู่แคว้นฉีเป็นคนดี แต่มาขโมยเป็นเมื่ออยู่แคว้นฉู่นี่เอง”เผชิญหน้ากับอ๋องต่างแคว้นมามากต่อมาก ในแคว้นฉีเอง ฉีจิ่งกง เจ้าแคว้นก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ สวนจามจุรีของเขาติดป้ายเขตหวงห้ามผู้ล่วงล้ำโทษประหารวันหนึ่งมีคนเมา เดินเซเข้าไปชนต้นจามจุรีก็ถูกจับ ลูกสาวคนเมารีบไปบ้านเอี้ยนอิง ขอสมัครเป็นสาวรับใช้ เอี้ยนอิงถาม ได้ความเรื่องพ่อ ก็รีบไปขอให้ฉีจิ่งกง ละเว้นโทษ และเลิกกฎเขตสวนจามจุรีห้ามเข้าปีหนึ่งที่เกิดพายุใหญ่ในแคว้นฉี ฝนแรงทำให้บ้านเมืองราษฎรพังทะลาย เสบียงอาหารก็ขาดแคลน เอี้ยนอิงเตือนฉีจิ่งกงสามครั้ง ให้เอาเสบียงหลวงออกช่วยแต่ฉีจิ่งกงเอาแต่ดื่มสุรา ไม่สนใจเอี้ยนอิงกลับบ้าน สั่งบริวารขนเสบียงอาหารออกไปช่วยราษฎรตัวเองเดินเข้าหาฉีจิ่งกง บอกสั้นๆ “ถ้าท่านยังเอาแต่เมาสุรา ก็จงยอมให้ข้าลาออกจากตำแหน่งเถอะ” แล้วก็เดินหนีฉีจิ่งกงต้องขึ้นรถตาม สั่งคนให้ขนเสบียงหลวงออกช่วยชาวบ้าน แล้วก็สั่งยกเลิกการเลี้ยงสุรา นับแต่ครั้งนั้นผมอ่านเรื่องเอี้ยนอิง ถึงตอนนี้ ก็หายสงสัย แคว้นฉีมีอัครมหาเสนาบดีคนนี้ คนระดับขงจื๊อ...จึงไม่จำเป็นต้องใช้ เท่าที่ผมอ่านๆ มา คนระดับอัครมหาเสนาบดี ที่เอาเจ้านายอยู่...ยังไม่เคยเจอหรือใครในบ้านเมืองแถวนี้เคยเจอ ก็ช่วยบอกมาที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม