ลูกพรรคเพื่อไทยระดับขุนพลออกมาปกป้อง “นายน้อย” คุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กันเป็นแถว เพื่อเอาใจ “นายใหญ่” หลังจากที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวหา ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ บนเวทีอีเวนต์แถลงผลงาน 10 เดือนของรัฐบาล เนื่องจากผู้ว่าการแบงก์ชาติไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามที่นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเรียกร้อง ซึ่งเป็นการ “แทรกแซง” การทำงานของแบงก์ชาติที่ต้องเป็น “อิสระจากการเมือง” เหมือนประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงินของประเทศผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของ “ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เคยแนะนำว่า การประสานงานระหว่าง รัฐบาล และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรทำผ่าน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงการคลัง เพราะคนที่รู้เรื่องนโยบายการเงินคุยกัน ย่อมรู้เรื่องดีกว่าคุยกับคนที่ไม่รู้เรื่องนโยบายการเงินคุณเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ผู้มีอิทธิพลทางการเงินมากที่สุดในโลก ได้พูดถึง “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” ในเวทีเสวนาที่ธนาคารกลางสวีเดนจัดขึ้นเมื่อต้นปีที่แล้ว ได้เน้นหลายครั้งว่า ธนาคารกลางจำเป็นต้องมี “ความเป็นอิสระ” จากอิทธิพลทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่ธนาคารกลางกำลังเร่งควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นคุณเจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานธนาคารกลางที่สร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจการเงินทั่วโลก เมื่อเขาและคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.00-0.25% ในต้นปี 2565 ไปสู่ระดับสูงสุดอย่างรวดเร็ว เพื่อสู้กับเงินเฟ้อปี 2565 ปีเดียว ธนาคารกลางสหรัฐฯได้ขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 7 ครั้ง จาก 0.00-0.25% เป็น 4.25-4.50% ในสิ้นปี 2565 และในปี 2566 ก็ขึ้น ดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง จาก 4.25-4.50% ไปสู่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงในรอบ 23 ปี และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% มาจนถึง ทุกวันนี้ แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯก็ยังเติบโตอย่างร้อนแรง จนธนาคารกลางสหรัฐฯลดดอกเบี้ยลงไม่ได้ สะท้อนให้เห็นถึง “ประสิทธิภาพของผู้นำ” และ “ประสิทธิภาพของรัฐบาล” ในการบริหารประเทศ ไม่เกี่ยวกับ ดอกเบี้ยสูงหรือตํ่าในขณะที่ ดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 2.50% ตํ่ากว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯถึง 2.2 เท่า แต่ รัฐบาลเพื่อไทยกลับบริหารประเทศจนเศรษฐกิจป้อแป้ ธุรกิจเอสเอ็มอีเจ๊งกันระนาว เพราะขายสินค้าไม่ได้ การลดดอกเบี้ย 0.25% 6 เดือน ช่วยฟื้นธุรกิจไม่ได้ ถ้ากำลังซื้อไม่มี รัฐบาลต้องเร่งสร้างงานเพื่อให้คนไทยมีรายได้เพิ่มอย่างมั่นคงยั่งยืน เศรษฐกิจจึงจะฟื้นได้คุณเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ พูดถึง ความเป็นอิสระของเฟดจากอิทธิพลการเมือง ว่า การใช้มาตรการสร้างเสถียรภาพด้านราคานั้น จำเป็นต้องใช้การตัดสินใจที่ยากลำบาก ซึ่งอาจไม่เป็นที่พอใจของนักการเมือง เสถียรภาพของราคาถือเป็น “รากฐาน” ของการมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และ จะเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในระยะยาว แต่การฟื้นฟูเสถียรภาพของราคาในขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง จำเป็นต้องใช้มาตรการที่อาจสร้างความไม่พอใจในระยะสั้นหน้าที่ของ ธนาคารกลาง จึงเป็น “หน้าที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ” อย่างที่ ดร.เศรษฐพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ กล่าวในพิธีรับมอบทองคำจาก คณะศิษย์หลวงตาพระมหาบัวผมเห็นด้วยกับ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ที่กล่าวว่า “รัฐบาลมาแล้วไป ผู้ว่าการมาแล้วก็ไป แต่สถาบันธนาคารแห่งประเทศไทยต้องอยู่ และต้องอยู่อย่างเข้มแข็ง” ที่สำคัญ ประชาชนต้องช่วยกันปกป้อง อย่าให้ “นักการเมือง” ที่ อุดมไปด้วยความโลภ เข้าไปครอบงำควบคุม “นโยบายการเงินของชาติ” ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ตัวอย่างในอเมริกาใต้ก็มีให้เห็นแล้ว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" เพิ่มเติม