ครม.มอบกระทรวงคลังศึกษาตั้งเอนเตอร์ เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กมธ.ยกอุตสาหกรรม “Fun economy” พาคนไทยฝันเคลิ้ม แนะทำกาสิโนเสรี ใช้รูปแบบรัฐลงทุนร่วมกับเอกชน ให้สัมปทานหรือใบอนุญาต ผุด “ภาษีกาสิโน” เก็บรายได้เข้ารัฐ นายกฯให้รอฟังแถลงเงินหมื่น บอกเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ไม่พูดกู้เงิน ธ.ก.ส.-ออมสิน เปิดหลักสูตรมินิ วปอ. หวังเห็นใช้เส้นสายช่วยเหลือชาวบ้าน “อิ๊งค์” ลั่นจะโพสต์ภาพพ่อต่อไป เผยร่างกาย “ทักษิณ” ดีขึ้นเรื่อยๆ “ทวี” ชี้ยกดัมเบลโฟมเพื่อกายภาพ ไม่ห่วง จนท.โดน ม.157 “อ้วน” โอ่ พท.มัดข้าวต้มชนะเลือกตั้งแน่ “ธรรมนัส” มั่นใจ “ไผ่” ได้นั่ง รมต. สว.จี้ กกต.คุมหาเสียงผ่านโซเชียล “พิธา” ขอขยายเวลาสู้ยุบพรรค ยืนกรานค้านโทษหนักคดี 112ที่ประชุม ครม.ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลังเป็นประธาน รับทราบรายงานผลการศึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) พร้อมส่งให้กระทรวงการคลังไปศึกษาก่อนนำกลับเข้า ครม.ภายใน 30 วันนายกฯให้รอฟังแถลงเงินหมื่นเมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความพร้อมในการแถลงโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ในวันที่ 10 เม.ย.ว่า “พร้อมครับ” เมื่อถามว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่สงกรานต์ให้ประชาชนใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่ใช่เซอร์ไพรส์ บอกมานานแล้วว่าวันที่ 10 เม.ย.จะแถลงให้ชัดเจน ไม่มีเซอร์ไพรส์ เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ทุกอย่างถูกต้อง รับฟังความคิดเห็นครบถ้วนในทุกภาคส่วน เมื่อถามว่ามีการพูดกันว่าจะใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน นายเศรษฐาย้อนถามว่า “ใครพูดครับ” ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่าฝ่ายค้านพูดกัน นายเศรษฐาตอบกลับว่า “ผมแถลงข่าววันที่ 10 เม.ย. จะมีการประชุมก่อน นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสับสนกัน ผมขอความกรุณา คอยวันที่ 10 เม.ย.”มอบ ก.คลังไปศึกษากาสิโนเสรีนายเศรษฐายังกล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม. มอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้จากผลการพิจารณาการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบว่า วางกรอบเวลาให้นำกลับเข้า ครม.ภายใน 30 วัน“Fun economy” พาคนไทยเคลิ้มต่อมาที่ตึกนารีสโมสร น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงร่างรายงานระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมในกลุ่ม Fun economy เติบโตต่อเนื่อง ตั้งแต่การท่องเที่ยว กีฬา สถานบันเทิง ธุรกิจการจัดประชุมและจัดนิทรรศการ (MICE) ไทยมีศักยภาพที่สามารถต่อยอดอุตสาหกรรม Fun economy ได้โดยผ่านการส่งเสริมให้มีสถานบันเทิงครบวงจร ส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่และเพิ่มรายได้เข้าประเทศ นำธุรกิจกาสิโนและการพนันถูกกฎหมาย ให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างมีมาตรฐาน ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย มีการจัดเก็บรายได้และภาษีอย่างถูกต้อง จะมีการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งอุปโภค บริโภค รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีมากขึ้น ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่มีการจัดตั้ง สร้างงานสร้างอาชีพแนะวิธีรัฐลงทุนร่วมกับเอกชนน.ส.เกณิกากล่าวว่า ในรายงานระบุว่า ควรมีการสร้างการรับรู้และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ สร้างความเชื่อมั่นโดยการจัดทำเวทีประชาคมในพื้นที่ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ศึกษาผลกระทบอย่างละเอียดรอบด้าน การเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ควรศึกษาถึงโครงสร้างทางธุรกิจเกี่ยวเนื่องกัน รวมถึงการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาตต่างๆจากการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือสถานบันเทิงที่มีสถานกาสิโนรวมอยู่ด้วย นำรายได้เข้ารัฐใช้ขับเคลื่อนพัฒนาในด้านต่างๆต่อไป มีข้อสังเกตรูปแบบหากรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนเอง อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านงบประมาณที่รัฐจะต้องจัดหามาลงทุน อาจต้องเป็นรูปแบบการให้ใบอนุญาตกับเอกชนตามระยะเวลาที่กำหนด ควรพิจารณาถึงรูปแบบการลงทุนที่เปิดกว้าง โดยรัฐลงทุนร่วมกับเอกชน หรือการให้สัมปทานหรือให้ใบอนุญาตกับเอกชน ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ พื้นที่ที่มีความเหมาะสม เช่น ต้องอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติ มีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากได้ ผุด “ภาษีกาสิโน” ขึ้นมาโดยเฉพาะน.ส.เกณิกากล่าวอีกว่า ในรายงานยังเสนอแนะว่า ควรมีการตั้ง “ภาษีกาสิโน” ขึ้นมาโดยเฉพาะ กำหนดอัตราภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆอย่างเหมาะสมต่างหากจากอัตราภาษีปกติทั่วไป จัดตั้งหน่วยงานมากำกับดูแลการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร มีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาผลกระทบเชิงวัฒนธรรม มีมาตรการทางสังคมในลักษณะการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อลดผลกระทบจากการพนันและสถานบันเทิงครบวงจร โดยจัดสรรเงินรายได้จากธุรกิจสถานบันเทิง ส่วนด้านกฎหมาย ควรมีการพัฒนาหรือแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัย หรือยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ และบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป“เศรษฐา” เปิดหลักสูตรมินิ วปอ.จากนั้นเวลา 13.50 น. ที่หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 1 หรือ “มินิ วปอ.” มีบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมหลักสูตรจำนวนมาก อาทิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐากล่าวปาฐกถาพิเศษ “บทบาทของผู้นำในอนาคตในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า วปอ. ชื่อหลักสูตรบอกชัดเจน เป็นหลักสูตรที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 1 มีหลายคนอยากมาเรียนกันเยอะ มั่นใจว่าหลักสูตรสถาบันนี้ให้ความรู้แน่นอน นอกจากความรู้แล้วเรื่องของคอนเนกชันเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าหลายคนมาเพราะเหตุผลนี้ ถามว่าผิดไหม ไม่ผิด แต่คอนเนกชันเหล่านี้ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองแก่ผู้อื่น โดยไม่ไปเบียดเบียนหรือไปทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหวังเห็นใช้เส้นสายช่วยชาวบ้านนายเศษรฐากล่าวว่า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้เชื่อว่าเป็นอนาคตของชาติ จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองต่อไป ต้องพยายามลดความเหลื่อมล้ำลงมา ชื่อคอร์สก็บอกอยู่แล้ว Future Reader ผู้บริหารแห่งอนาคต อนาคตของพวกท่านทุกคนส่งต่อไปสู่อนาคตของประเทศชาติ สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ประเด็นความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ จะทำให้ทุกคนต้องการเส้นทางนี้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเขา มั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของโลก แลนด์บริดจ์จะเป็นอาวุธสำคัญเท่ากับเรือฟริเกต เครื่องบินรบกริพเพน ต้องได้รับการลงทุนที่เหมาะสม และต้องนำมาซึ่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หลังจากจบคอร์สในเดือน ก.ย.นี้แล้ว จะมีการลงพื้นที่ต่อเนื่อง อาจมีโครงการแต่ละคน หากสามารถช่วยคนที่อยู่ฐานรากของสังคมได้ ขอให้ช่วยอย่างจริงจัง ใครมีเส้นสายในแง่ของช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรในพื้นที่ อยากให้ลงมาช่วยเหลือกัน ใช้เครือข่ายที่ตัวเองมีอยู่ช่วยเหลือประชาชน สังคมไทยจะมั่นคงยิ่งขึ้น โดยมีฐานรากของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ระยะเวลาการอบรม 6 เดือนนี้จะเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้น และมีส่วนพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต จากนั้นนายกฯเดินทักทายผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล“อิ๊งค์” ลั่นจะโพสต์ภาพพ่อต่อไป ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีโพสต์ภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงสระเล่นน้ำกับหลาน พร้อมยกดัมเบลโชว์ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า จริงๆแล้วเป็นดัมเบลฟองน้ำและท่อฟองน้ำ ใช้ออกกำลังกายในน้ำช่วยฟื้นกล้ามเนื้อ ไม่ได้ว่ายน้ำเยอะ เป็นเพียงการเดินในน้ำโดยใช้ดัมเบลฟองน้ำ ไม่มีใครเอาดัมเบลเหล็กลงน้ำ ไม่เช่นนั้นคงจม ลูกๆยังใช้เล่นด้วยเพราะว่ายน้ำไม่เป็น นายทักษิณให้หลานหนีบดัมเบลฟองน้ำไว้ทั้ง 2 ข้าง และเดินตาม เป็นการบริหารกล้ามเนื้อ เมื่อถามว่าครั้งต่อไปจะโพสต์อะไรต้องมีการชี้แจงอย่างละเอียดหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ คงโพสต์เหมือนเดิม อะไรเป็นกระแสพร้อมจะตอบคำถาม ไม่เช่นนั้นชีวิตคงต้องเปลี่ยนไป ทำอะไรต้องมาระวังนู่นนี่นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนจ้องจับผิดผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนคอยจ้องจับผิดความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด น.ส.แพทองธารตอบว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนจ้องจับผิด แต่ไม่เป็นไร เราก็เป็นธรรมชาติของเราแบบนี้ “ถ้าไม่ชอบหรือไม่ถูกใจต้องขอโทษด้วย ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจจะโพสต์เพื่อทำร้ายใคร หรือเพื่อให้เป็นกระแส แต่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมางานยุ่งมาก เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามีเวลาว่างอยู่กับลูก และไปนอนบ้าน รู้สึกว่าคุณตาตื่นมามีความสุข หลานๆ มีความสุข อิ๊งค์ก็มีความสุข เป็นสิ่งที่ต้องการจะสื่อ สื่อให้ตัวเอง ไม่คิดว่าเป็นประเด็น แต่ก็อธิบายได้”เผยร่างกาย “คุณพ่อ” ดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อถามว่าสภาพร่างกายนายทักษิณขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธารตอบว่า ดีขึ้นเยอะ แข็งแรงขึ้น แต่ต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อเล็กน้อย เพราะอยู่ในพื้นที่จำกัดมานาน บางส่วนต้องมีการฟื้นฟูด้วยการออกกำลังกายในน้ำ เพราะอายุเยอะแล้ว ไม่ควรไปวิ่งให้เกิดการกระแทก การว่ายน้ำจึงปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้นายทักษิณยังคงต้องไปตรวจเช็กอาการกับแพทย์ต่อเนื่อง เมื่อถามว่าหลังมีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์นายทักษิณว่าอย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้เลย ปล่อยผ่านไป ส่วนกำหนดการเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ของนายทักษิณ น.ส.แพทองธารตอบว่า ยังไม่แน่ใจ ยังไม่ยืนยันเวลา น่าจะเป็นวันที่ 12 หรือ 13 เม.ย. และไม่ทราบนายทักษิณจะเดินทางไปฟังคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ต่อคดีมาตรา 112 ในวันที่ 10 เม.ย.ด้วยหรือไม่ ยังไม่ทราบจริงๆ ยังไม่ได้คุยกับนายทักษิณ แต่ถ้าอัยการนัดคงต้องไป “อ้วน” บอกอย่าโยงการเมืองหมดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นายทักษิณไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เท่าที่ดูก็แค่ออกมาเล่นน้ำกับลูกหลานในสระ เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่อยู่ในบ้านกับครอบครัว เอามาพูดกับเรื่องยกดัมเบลไปกันใหญ่ ทั้งที่เป็นการออกกำลังกายในน้ำ อย่าพยายามไปขยายให้เป็นประเด็น บ้านเมืองสงบดีอยู่แล้ว ส่วนการพูดถึงลูกสาวว่ามีดีเอ็นเอเดียวกัน ก็พูดความจริง พ่อลูกต้องมีดีเอ็นเอเดียวกัน พ่อลูกกันเป็นสายเลือดแยกออกไม่ได้ อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมือง ส่วนเรื่องงานนายทักษิณพูดมานานแล้วว่า หากประสบการณ์อะไรที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ทั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านสามารถปรึกษาได้ อย่ามองว่าท่านมาจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง นายทักษิณก็คือนายทักษิณ เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นโอ่ พท.มัดข้าวต้มชนะเลือกตั้งแน่เมื่อถามย้ำว่า น.ส.แพทองธารมีดีเอ็นเอเดียวกับนายทักษิณ เป้าหมายคือเป็นนายกฯเช่นเดียวกันใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ต้องไปถาม น.ส.แพทองธาร เมื่อถามว่ามั่นใจเหมือนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พูดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นความเชื่อและความมั่นใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน สิ่งที่นายเศรษฐาพูดแสดงให้เห็นว่าผู้นำพูดเช่นนี้ และกรรมการบริหารพรรคก็คิดเช่นนี้ ถ้าสมาชิกพรรคยังจับมือร่วมกันดี เราชนะแน่นอน ผลงานจะเป็นตัวกำหนด“ทวี” แจงยกดัมเบลโฟมกายภาพพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวชี้แจงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี นำเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเผยแพร่ว่าอาจไม่ได้ป่วยจริงที่ต้องได้รับการพักโทษว่า ไม่ทราบว่า นพ.วรงค์ได้หลักฐานมาอย่างไร แต่จากการสอบถามแพทย์ที่ทำการรักษา 3 คน แพทย์คนแรกมีความเห็นให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนแพทย์อีก 2 คน เป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้ง 3 คนบอกว่า ภาพที่นายทักษิณเล่นดัมเบลในน้ำ เป็นการฟื้นฟูผู้ป่วยที่ทำกายภาพในน้ำ เป็นดัมเบลโฟมมีน้ำหนักเบา ค่อนข้างปลอดภัยกับผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นสภาพร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อไหล่และข้อศอก สำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติการผ่าตัดไหล่ เป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ไม่หวั่นเจ้าหน้าที่โดนฟัน 157ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่านายทักษิณป่วยถึงขั้นได้ 9 คะแนน พ.ต.อ.ทวีตอบว่า เป็นเรื่องของแพทย์ ในหน้าที่ตนหากสงสัยก็ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง แต่บางคนเวลาสงสัยจะมีวิธีทางการเมือง พูดให้คนเสียหายไปก่อน เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะนายทักษิณปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่อาจเจอข้อหามาตรา 157 หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า เป็นกระบวนการการทำงาน ไม่ได้ดำเนินการด้วยคนคนเดียว และเป็นการทำตามหลักวิชาชีพ ตามหลักฐาน ที่พูดนี้ไม่ใช่ความเห็นตน แต่เป็นความเห็นของแพทย์“ธรรมนัส” มั่นใจ “ไผ่” ได้นั่ง รมต.ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ได้เข้าหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ยังยืนยันเหมือนเดิมที่เป็นอยู่ขณะนี้ และยังรักษาไว้เหมือนเดิม ส่วนโควตาที่ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่ง มอบให้นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องเรื่องคุณสมบัติ มีเหตุผลหลายอย่างที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่ ตอนนี้ต้องรอฟังว่านายกฯจะมีนโยบายอย่างไร และที่ศาลไม่รับคำร้องเพราะไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่การปฏิเสธ เมื่อถามว่ายังมั่นใจว่านายไผ่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ในฐานะเป็นผู้ประสาน มั่นใจว่ายังมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้ เมื่อถามย้ำว่ามีบุคคลสำรองไว้หรือไม่ หากนายไผ่ยังมีปัญหาเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า หัวหน้าพรรคพปชร.มอบนโยบายให้ตน แต่เรื่องนี้เป็นความลับ ยังไม่สามารถพูดได้ และนายกฯกำชับว่ายังไม่มีนโยบายปรับ แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราเตรียมพร้อม เมื่อถามว่าแสดงว่ามีชื่อบุคคลสำรองเอาไว้ในใจ ร.อ.ธรรมนัสย้ำว่า หัวหน้าพรรคมอบนโยบาย ท่านตัดสินใจและสั่งการมาที่ตนสว.จี้ กกต.คุมหาเสียงผ่านโซเชียลวันเดียวกันเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานผลการศึกษา “การพัฒนาพรรคการเมืองและการสร้างพลเมืองในยุคดิจิทัล : ปัญหาและแนวทางแก้ไข” ของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เกี่ยวกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียหาเสียง ใช้ไอโอบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด โดยเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบ ให้ทันสมัยกับการหาเสียงเลือกตั้งในยุคใหม่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ชี้แจงเนื้อหารายงานว่า กกต.ต้องตื่นตัว ทันสมัย รู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ สร้างกระบวนการไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่ผ่านมา กกต.มีกฎหมายควบคุมแต่การใช้เงิน ป้ายหาเสียง แต่ไม่ควบคุมการใช้โซเชียล ทั้งที่คนใช้โซเชียลมากกว่าป้ายหาเสียง ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ทุกฝ่ายทั้งกกต. รัฐบาล พรรคการเมือง ต้องตื่นตัวควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริต ไม่ใช่ใช้ไอโอให้ตนเองกลายเป็นคนเก่งคนดี แต่คนที่ทำคุณความดีมายาวนานกลับไม่ได้รับเลือกตั้งห่วงใช้ไอโอปั่นแต้มเลือก สว.ขณะที่ สว.คนอื่นๆร่วมอภิปรายแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ นายอนุพร อรุณรัตน์ สว. กล่าวว่า เชื่อว่ามีการใช้ไอโอและเอไอวางแผนหาเสียง ซื้อเสียง กลั่นแกล้งคู่แข่งในการเลือกตั้ง และจะปรากฏขึ้นมากในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ที่จะมีการเลือกตั้ง สว. ทั้งกระบวนการตัดต่อภาพ คลิปและเสียง ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้าม รวมถึงใช้ไอโอซื้อเสียง ครอบงำ หรือใช้บัญชีสื่อโซเชียลปลอมปั่นกระแส บิดเบือน การรับรู้ของประชาชน สร้างข่าวลวง ทำลายคู่แข่ง “พิธา” ขอขยายเวลาสู้ยุบพรรคที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน กทม. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมหลังมีกระแสพรรค ก.ก.อาจถูกยุบพรรคในวันที่ 21 เม.ย.ว่า รายละเอียดคดีนี้เยอะ โทษหนักกว่าที่ผ่านมา คงต้องมีการยื่นขอเวลาตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อชี้แจงเพิ่มเติม อีกทั้งพรรคมีปฏิทินไทม์ไลน์ของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กกต. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ทีมกฎหมายกับทีมยุทธศาสตร์จะแก้ไขปัญหาไปแต่ละจุด คาดว่าหลังสงกรานต์ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ก.ก.อาจแถลงแนวทางต่อสู้คดีอย่างเป็นทางการยืนกรานค้านโทษหนักคดี 112ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่อัยการนัดฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีมาตรา 112 นายพิธาตอบว่า ไม่มีความเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่าคำฟ้องมีลักษณะอย่างไร ขอไม่แสดงความเห็นคดีของนายทักษิณ แต่จะขอพูดถึงหลักการทางกฎหมายว่า โทษกับความผิดควรได้สัดส่วนกัน ไม่อยากให้ผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองโดนโทษที่หนักมากเกินไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่