“วิบากกรรม” ทางการเมืองยังคงเดินหน้าต่อไป เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้อง กกต. ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับเรื่องนี้ในวันที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และเปิดอภิปรายรัฐบาลในสภา นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า ศาลสั่งให้ชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งทางพรรคเตรียมการมานานแล้ว และจะมีประชุมใหญ่ประจำปีในวันที่ 6 เมษายน จะแถลงเรื่องการต่อสู้คดีต่อประชาชนด้วยการยุบพรรคการเมืองกลายเป็นเรื่องปกติ สำหรับการเมืองไทย มีการยุบพรรคกันอย่างซ้ำซากในระยะหลัง ทั้งภายใต้รัฐธรรมนูญอำนาจนิยมและเสรีนิยม เช่น รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ยอมรับกันว่าเป็นฉบับปฏิรูปการเมือง และฉบับ 2560 ปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญอำนาจนิยม เพื่อสืบทอดอำนาจรัฐประหารฉบับ 2540 ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน โดยยึดหลักพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก การตั้งพรรคเป็นเสรีภาพเช่นเดียวกับเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น ส่วนรัฐธรรมนูญ 2560 มุ่งสกัดกั้นผู้นำครอบงำพรรคในขณะที่พรรคก้าวไกลอาจประสบวิบากกรรม เช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ มีเสียงวิจารณ์กันว่ากลุ่มพลังเสรีนิยมจะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยปิดช่องโหว่ที่จะยุบพรรคกันอย่างง่ายๆจะได้หรือไม่ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าทำได้ยาก เพราะพรรคที่เคยเป็นแกนนำประชาธิปไตยแตกคอกัน นั่นก็คือเพื่อไทยกับก้าวไกลนับตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับบรรดาพรรคลุงๆ ทั้งหมด กลุ่มเสรีนิยมไม่ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำฝ่ายประชาธิปไตย ร่วมกับพรรคก้าวไกลอีกแล้ว แต่ถือว่าพรรคเพื่อไทยเป็น “อนุรักษ์นิยมใหม่” ทำให้กลุ่มเสรีนิยมอ่อนแรงลงไป ถ้าพรรคก้าวไกลถูกยุบจะชนะเลือกตั้งอีกหรือไม่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ถือว่าการตั้งพรรคการเมืองเป็นการรวมตัวเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนร่วมกัน พรรคเป็นสถาบันหลักทางการเมืองของประชาชน จึงไม่มีการยุบพรรคด้วยเหตุผลแปลกๆในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ยกเว้นประเทศเผด็จการบางส่วนที่ด้อยพัฒนา.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม