การเมืองเหมือนลมเพลมพัด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวหนักเดี๋ยวเบาเมื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร คืนสู่เหย้ากลับบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังต้องลี้ภัยการเมืองไป 17 ปีการเมืองไทยก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!“ดร.จักรภพ เพ็ญแข” อดีตโฆษก รัฐบาลพรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรีสำนักนายกฯ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน ซึ่งลี้ภัยการเมืองไปปักหลัก ที่กัมพูชาเป็นเวลานานถึง 15 ปีก็ตัดสินใจบินกลับเมืองไทยตามลูกพี่ใหญ่มาอีกคนแม้ยังมีคดีค้างลำกล้องรออยู่อีก 2 คดีคือ คดีอั้งยี่ซ่องโจร และคดีครอบครองอาวุธสงครามแม้คดีอั้งยี่ซ่องโจร และคดีครอบครองอาวุธสงครามจะเป็นคดีร้ายแรงอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปีแต่เป็นข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในยุคเผด็จการสำหรับใช้เล่นงานศัตรูการเมือง“แม่ลูกจันทร์” มองว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การที่นายจักรภพเดินทางกลับมามอบตัวสู้คดีอั้งยี่ซ่องโจรจึงไม่มีอะไรต้องหนักอกหนักใจโดยพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวเป็นเงิน 4 แสนบาท ก่อนปล่อยผู้ต้องหาเดินทางกลับบ้านด้วยความสวัสดีมีชัยพร้อมนัดให้ไปรายงานตัว และสอบปากคำอีกครั้งในวันที่ 22 เมษายน“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าจะมีอดีตแกนนำเสื้อแดงที่ลี้ภัยการเมืองไปร่อนเร่พเนจรในหลายประเทศจะเริ่มทยอยเดินทางกลับเมืองไทยมอบตัวสู้คดีอีกหลายคนถ้าหาก ดร.จักรภพเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย จะสร้างความมั่นใจให้คนอื่นๆเดินทางกลับตามมาแต่กาลเวลาที่ผ่านไปสิบกว่าปี ทำให้กลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจเผด็จการ ตั้งแต่ยุค คมช.ปฏิวัติโค่นรัฐบาลทักษิณ (ปี 2549) และยุค คสช.ปฏิวัติโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ (ปี 2557)ส่วนใหญ่ก็แก่เฒ่าเหลาเหย่ไม่มีเรี่ยวแรงจะเคลื่อนไหวอย่างเดิมมีเพียงไม่กี่คนที่ยังไม่แก่เกินแกง ยังพอมีกำลังวังชาที่จะแสดงบทบาททางการเมืองต่อไปการคืนสู่เหย้าของ “จักรภพ” อดีตแกนนำเสื้อแดงคนดัง จะช่วยเชื่อมประสานกลุ่มมวลชนที่เคยเป็นฐานคะแนนพรรคเพื่อไทย ที่เปลี่ยนใจไปสนับสนุนพรรคก้าวไกล ให้กลับมาแบ็กอัปพรรคเพื่อไทยอย่างเดิม“แม่ลูกจันทร์” มองว่าไม่ง่ายที่จะดึงคะแนนเสียงที่ไหลไปพรรคก้าวไกลให้ไหลกลับมาพรรคเพื่อไทยเพราะการเปลี่ยนใจคนไม่ง่ายเหมือนเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนกางเกงดังนั้น อดีตนายกฯทักษิณ จำเป็นต้องดึง “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ที่ยุติบทบาทการเมือง เพราะรับไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยไปผสมข้ามสายพันธุ์กับพรรคลุง ให้คืนสู่เหย้าอีกคน!!เพราะ “ณัฐวุฒิ” คือ จิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยเสริมแรง “ทักษิณ” ได้อีกเยอะทีเดียวสรุปว่าไม่มี “จตุพร พรหมพันธุ์” แต่มี “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ก็ยังโอเคแต่ถ้าไม่มี “จตุพร” และไม่มี “ณัฐวุฒิ” พร้อมกันทั้งสองคนเหนื่อยแย่เชียวละโยม!!“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม