“เศรษฐา” สุ่มตรวจ สน.ลุมพินี ก่อนบินลงพื้นที่พิษณุโลก ทำเซอร์ไพรส์แวะขึ้น สภ.บางระกำ กำชับแก้หนี้ดูการบริหารจัดการน้ำที่บางระกำ กลับมาขยับนโยบายเรือธงอีกรอบ เล็งถกบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ใน 1-2 สัปดาห์ หลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 67 ผ่านสภา ปชป.เกาะแจรัฐบาลใช้งบฯ 67 พท.ดักคอ สว.พาดพิง “นายใหญ่” “เสรี” ยอมรับซักฟอก 153 คงไม่ดุเดือด “วรชัย” เล่นเกมเก้าอี้ดนตรี เขย่าก๊วน รมต.ต่างตอบแทนที่ไร้ผลงาน “วันชัย” มาอีก ส่องดวงพญามังกรพา “รัฐบาลเศรษฐา” ทะยาน “ก้าวหน้า-ไอลอว์” แท็กทีมส่งคนชิง สว. “หยก” ประกาศยุติบทบาทนักเคลื่อนไหว “บุ้ง-ตะวัน-แฟรงค์” อาการทรุดหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง กลับมาขยับนโยบายเรือธงอีกรอบ เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต ในอีก 1-2 สัปดาห์นี้“เศรษฐา” สุ่มตรวจ สน.ลุมพินีเมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 23 มี.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สน.ลุมพินี ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องตำรวจ จากนั้นเดินทางมายังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง บินลงพื้นที่ตรวจราชการ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สน.ลุมพินีว่า พอดีไปตัดผมที่โปโลคลับ เห็นว่ามีเวลาเหลือนิดหน่อย จึงแวะไปให้กำลังใจ ผกก.สน.ลุมพินี เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่ ดูแลทั้งสถานทูตฯ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มีโรงแรมใหญ่ๆหลายที่ รวมถึงชุมชนแออัดด้วย มีการกำชับให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และผู้กำกับลงพื้นที่บ่อยขึ้น ไม่ใช่ลงไปแค่พื้นที่ท่องเที่ยวหรือโรงแรมเท่านั้น ให้ลงไปในชุมชนแออัดดูแลประชาชนให้ดีมากขึ้น มีโอกาสเดินไปดูแฟลตหลัง สน.ลุมพินีด้วย จะทยอยจัดทำงบฯอยู่ในแผนอยู่แล้ว เมื่อวันที่ 22 มี.ค. พูดคุย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ไปแล้วขอร่วมมือนำร่องตลาดนัดแก้หนี้นายเศรษฐากล่าวว่า นอกจากนี้ยังกำชับเรื่องแก้หนี้นอกระบบ เพราะพื้นที่ กทม.ไม่ค่อยทำกันเท่าไหร่ ขณะนี้เป็นจังหวะที่ดี ให้เวลา 2 สัปดาห์ดำเนินการ โดยให้ สน.ลุมพินีเป็นพื้นที่นำร่อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐจะไปพูดคุยต่อในเรื่องนี้ ในฐานะ รมว.คลังจะให้ธนาคารของรัฐเข้าไปช่วยด้วยต่อมานายเศรษฐาทวีตข้อความผ่าน X ว่าได้เยี่ยม สน.ลุมพินี ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่และดูแลความเป็นอยู่พี่น้องตำรวจแล้ว ยังกำชับให้ตำรวจดูแลปราบปรามหนี้นอกระบบให้เข้มขึ้น อยากให้ กทม.จัดตลาดนัดแก้หนี้ด้วย โดยให้ สน.ลุมพินีเป็นต้นแบบ ให้จัดทำตารางมาเลยว่าต่อไปจะเป็น สน.ไหน รัฐบาลจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปสนับสนุน เช่น ธนาคารของรัฐ ขณะที่เรื่องบ่อนเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ระหว่างนี้ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน ก่อนสงกรานต์จะมาเยี่ยมอีกรอบเล็งสัปดาห์ถก กก.ดิจิทัลวอลเล็ตนายเศรษฐายังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จะเห็นอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างหรือไม่ว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต แต่ไม่แน่ใจว่ากำหนดวันเป็นวันที่เท่าไหร่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จะเป็นผู้กำหนดวัน คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ยาหอมยกพิษณุโลกเมืองหลักจากนั้นเวลา 13.30 น. นายเศรษฐาและคณะ เดินทางถึงประตูระบายน้ำท่านางงาม อ.บางระกำ ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.พิษณุโลก มี สส.พิษณุโลกและ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทยมารอต้อนรับ ขณะที่ประชาชนนำผ้าขาวม้าและดอกไม้มามอบให้พร้อมตะโกนว่า “ชาวบางระกำรักนายกฯ” น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯกล่าวกับชาวบ้านว่า พิษณุโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือตอนล่าง แต่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหายาเสพติด รัฐบาลให้ความสำคัญกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้แล้ว รวมถึง จ.พิษณุโลก อยู่ในแผนการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของรัฐบาล ประจำปี 2568 พร้อมสนับสนุนยกระดับจากจังหวัดเมืองรอง ให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวเมืองหลักศึกษาน้ำยมเพิ่มเขตชลประทานน.ส.เกณิกากล่าวต่อว่า ส่วนโครงการศึกษาความเหมาะสมในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวา อ.บางระกำ นายกฯระบุว่าต้องการมารับฟังข้อมูลพร้อมศึกษาความเป็นไปได้ เข้าใจปัญหา รับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยสั่งการให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ศึกษาความเป็นไปได้ในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาให้อยู่ในเขตชลประทาน 2.เสริมคันป้องกันน้ำท่วม ป้องกันตลิ่งพัง และ 3.โครงการขยายถนน 4 เลน จากบางระกำไปลานกระบือ ซึ่งอนุมัติงบแล้ว โครงการศึกษานี้กรมชลประทานจะพิจารณาดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และการพัฒนาโครงสร้างด้านการชลประทานเพื่อขยายเขตเป็นพื้นที่ชลประทาน พร้อมกับการพัฒนาแหล่งน้ำตามแผนหลักของกรมชลประทานควบคู่กันไป ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 665 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค และการเกษตร ป้องกันภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืนเซอร์ไพรส์แวะขึ้น สภ.บางระกำต่อมานายเศษรฐา ทวีสิน นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระหว่างลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ว่า “มาถึงบางระกำแล้ว ขอแวะสถานีตำรวจภูธรบางระกำโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เพื่อดูความเรียบร้อย และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงสอบถามปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ยังสามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงเรื่องหนี้นอกระบบ มีลูกหนี้เข้ามาร้องเรียนจำนวน 176 ราย มีเจ้าหนี้เข้ามาแจ้งลงทะเบียน 219 ราย ถือว่ายังมีจำนวนที่น้อยมาก ขณะที่ตลาดนัดหนี้นอกระบบมีเพียงเดือนละครั้ง ผมจึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก บูรณาการการทำงานอย่างจริงจังกับทางผู้กำกับการตำรวจภูธร เพื่อเร่งรัดตรวจสอบ และจัดการปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเร่งด่วน”ปชป.เกาะแจรัฐบาลใช้งบฯ 67นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรว่า จากนี้จะมีการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด งบประมาณปีนี้มีความล่าช้าไปมาก ปัญหาของพี่น้องประชาชนยังคงต้องรอ รัฐบาลต้องใส่ใจปัญหาให้มากกว่านี้ บางเรื่องที่ไม่จำต้องรองบประมาณใหม่แต่ปรากฏชัดว่ายังไม่มีการขับเคลื่อน เช่น การพักหนี้เกษตรกรที่ยังมีประชาชนรออยู่ ปัญหาเรื่องการปราบปรามยาเสพติดที่ออกมาพูดเสียงดัง แต่ยัง ไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ประชาชนรอแต่รัฐบาลก็ยังไม่มีจุดหมายที่แน่นอน อีกหลายเรื่องรัฐบาลไม่จริงใจ เรายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พรรค ปชป.จะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติให้มากที่สุดเตรียมข้อมูลไว้ซักฟอก ม.152นายราเมศกล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำเสมอว่าพรรคทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ สส.ทุกคนพร้อมอภิปราย มีการเตรียมความพร้อมข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็น หากเปิดใจรับฟังจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ไม่กังวลหากมีการประท้วงในประเด็นการอภิปรายเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีพระคุณกับฝ่ายรัฐบาล เพราะประชาชนฟังอยู่ ขอย้ำว่าเรื่องนี้นายกฯ และ รมว.ยุติธรรมต้องตอบคำถามให้ชัด เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาดพท.ดักคอ สว.พาดพิง “นายใหญ่”ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 วันที่ 25 มี.ค.ว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ หากมองแง่ดีคือรัฐบาลมีโอกาสสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงนโยบายรัฐบาลช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นว่านายกฯขยันทำงานมาก เดินทางทั้งในและต่างประเทศไม่มีวันหยุด ส่วนที่มีการระบุจะมีเรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯด้วยนั้น ตอนนี้ใกล้หมดวาระ สว.แล้ว เชื่อว่าประชาชนกำลังจับตาดูอยู่ว่า สว.แต่ละคนจะทิ้งทวนด้วยคุณงามความดี หรือใครจะทิ้งทวนด้วยความไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล กรณีของนายทักษิณไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ก่อนหน้านี้มีคนเรียกร้องให้นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นายทักษิณก็เข้า และได้รับการพักโทษ ส่วนอาการป่วยที่ดีขึ้น นายทักษิณออกจากโรงพยาบาลตำรวจมาระยะหนึ่งแล้ว จะดีขึ้นไม่ได้หรือ“เสรี” รับ สว.ซักฟอกไม่ดุเดือดนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. แกนนำ สว.ที่จะ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า มี สว.เสนอว่าต้องการอภิปราย 27 คน ประเด็นอภิปรายจะยึดตามกรอบญัตติที่เคยยื่นไป อาทิ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาสังคม การแก้รัฐธรรมนูญ การปฏิรูป เท่าที่ประเมินคิดว่าการอภิปราย ครั้งนี้จะไม่ดุเดือด เพราะเป็นการพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช่ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่เป็นเรื่องการแก้ปัญหาการบริหารประเทศเขย่าเก้าอี้ รมต.มาตามโควตานายวรชัย เหมะ ที่ปรึกษาของรองนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลใกล้เข้ามาสู่เดือนที่ 8 สิ่งที่ทำได้คือการประคองสถานการณ์ไม่ให้ปัญหาปากท้องลุกลามไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะงบประมาณปี 2567 ยังไม่ออก ประกอบกับเป็นรัฐบาลผสม การทำงานยังไม่สามารถบูรณาการได้ทุกกระทรวง คนที่ทำให้ประชาชนชื่นชอบได้มี เพียงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ส่วนผลงานที่เห็นผลของรัฐบาลคือการที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ไปเดินสายเจรจาขายสินค้าในหลายประเทศ เห็นผลแล้วราคาสินค้าการเกษตรดีขึ้นเกือบทั้งหมด แต่รัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง ทั้งจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ตำแหน่งในลักษณะต่างตอบแทนจากการเลือกตั้ง ไม่มีผลงานให้จับต้องได้ เวลาที่ผ่านมาเป็นการให้เกียรติคนเหล่านี้แล้ว ต่อไปนี้นายกฯควรปรับคณะรัฐมนตรี เอาคนมีความรู้ความสามารถ มีความขยัน มาทำงานแก้ปัญหาของแต่ละกระทรวง เพื่อให้ได้ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม อย่าปล่อยให้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เพราะจะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาประชาชนพญามังกรพา “เศรษฐา” ทะยานวันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สว.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เพื่อไทยเป็นรัฐบาลเปลี่ยนทันที... เปลี่ยนรัฐมนตรีก่อน” เคยบอกไว้ว่า 26 พ.ค. ดวงดาวที่สำคัญคือ อาทิตย์ พุธ พฤหัส ศุกร์ และมฤตยู จะมาชุมนุมกันในราศีพฤษภ อยู่เรือนกดุมภะ กลางปีเป็นต้นไปจะทำให้เศรษฐกิจ สังคม การเมืองเข้าที่เข้าทาง รัฐบาลเดินเครื่องได้เต็มสูบ ขับเคลื่อนบ้านเมืองได้ดี เป็นปีมังกรทอง “รัฐบาลเศรษฐา” วันที่ 30 เม.ย. ดาวพฤหัสจะย้ายจากราศีเมษซึ่งเป็นดวงเมือง เข้าไปอยู่ในราศีพฤษภ กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โชคดีมีชัยแก่บ้านเมือง ต้น เม.ย. พ.ร.บ.งบประมาณคงประกาศใช้ เงินทองจะคล่องตัว เนื้องานผลงานต้องชัดเจนเป็นที่ประจักษ์ เศรษฐกิจต้องเปรี้ยงปร้างทันที การทำมาค้าขาย ปากท้อง การกินดีอยู่ดี ไพร่ฟ้าหน้าใส ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนทันทีเมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะพิสูจน์กันก็คราวนี้ ใช้คนให้ถูกงาน ใช้งานให้ถูกคน จะเกิดขึ้นระหว่าง เม.ย.-พ.ค. ทั้งดวงดาวและสถานการณ์ที่กำหนดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงคือ 1.ปรับ ครม. ปรับคนให้เข้าที่เข้าทาง 2.ปรับกระทรวง ปรับคนให้เหมาะเจาะเหมาะสม 3.ปรับ ครม.เศรษฐกิจ ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นเอกภาพในการทำงาน 4.กระชับอำนาจพรรคแกนนำให้เข้มแข็งมากขึ้น เมื่อพญามังกรทะยานออกมาแล้ว มีรึจะปล่อยให้นายกฯเศรษฐารำวงสาละวันเตี้ยลงอยู่อย่างนั้น ทั้งดวงก็ดี ราศีก็ให้ ไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำเมื่อไหร่“ก้าวหน้า-ไอลอว์” แท็กทีมชิง สว.ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้าว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะทำงานของคณะก้าวหน้า ได้ประชุมร่วมกับโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กรณีที่จะมีการสรรหา สว.ชุดใหม่ จำนวน 200 คน เเทน สว.ชุดเก่าที่จะหมดวาระวันที่ 19 พ.ค.นี้ มีการประเมินกันว่า กลุ่มอำนาจเก่า และฝ่ายความมั่นคง มีความพยายามสกัดผู้สมัครสว.ที่เป็นตัวแทนจากภาคประชาชน และมีความพยายามล็อกสเปกคนเอาไว้แล้ว จึงประเมินกันว่าจะส่งคนลงสมัครสว.เข้าประกอบในทุกพื้นที่ และเตรียมเดินสายเฟ้นหาตัวผู้สมัครชิง สว. ตั้งเป้าประมาณ 100 คนทั่วประเทศ ขณะนี้ได้ตัวผู้สมัครที่ชัดเจนแล้วประมาณ 30 คน เบื้องต้นจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มี.ค. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ทั้งกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง นักวิชาการ สื่อมวลชน และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ สื่อมวลชนอิสระ รวมถึงอดีตนายแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช และสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง การผลักดันผู้สมัครชิงเก้าอี้ สว.ครั้งนี้ มีวาระเพื่อขับเคลื่อนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และปรับแก้อำนาจองค์การอิสระ“หยก” ประกาศหยุดเคลื่อนไหวด้าน น.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย หรือหยก สมาชิกกลุ่มทะลุวัง เยาวชนที่ถูกตั้งข้อหาคดีมาตรา 112 โพสต์ลงเฟซบุ๊ก Thanalop Phalanchai (yok) ระบุว่า “ยุติการเป็นนักกิจกรรมทางการเมือง อยู่กับที่บ้านเรียบร้อย สนับสนุนวงการดนตรี+กศน.” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ส่งผลให้เครือข่ายแนวร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านมาตรา 112 ช่วยกันแชร์ต่อๆไปบนโลกออนไลน์ ทั้งร่วมแสดงความเห็นให้กำลังใจ “หยก” จำนวนมาก“บุ้ง-ตะวัน-แฟรงค์” อาการทรุดสำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวังและเครือข่าย ที่ขณะนี้ทยอยถูกถอนประกันส่งตัวเข้าเรือนจำ โดย น.ส.เนติพร สเน่ห์สังคม หรือบุ้ง แกนนำทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ที่อดอาหารประท้วงมาแล้ว 56 วัน และถูกนำออกจากทัณฑสถานหญิงกลางไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ล่าสุดกลุ่มทะลุวังรายงานอาการบุ้งว่าค่าคีโตนขึ้นเป็น 6 และโปแตสเซียมขึ้นๆลงๆ แขนบุ้งยังคงมีรอยช้ำขึ้นเต็มแขนไม่หาย เพราะต้องเจาะเลือดทุกวัน กระดูกตามร่างกายเริ่มชัดขึ้น ทั้งซี่โครงและหลัง ตอนนี้บุ้งกินน้ำหวานอะไรไม่ได้เลย เพราะอาจช็อกได้ กินได้แต่น้ำเปล่า บุ้งบอกว่าทุกวันที่ตื่นมารู้สึกเหนื่อยมากขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือแฟรงค์ ที่อดอาหารประท้วง ก็เริ่มอาการแย่ลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ธรรมนัส พรหมเผ่า“ผู้กอง” ฟ้องหมิ่น “สนธิญา” 100 ล.เมื่อเวลา 15.00 น. นายอาทิตย์ มานัสสา รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ดำเนินคดีกับนายสนธิญา สวัสดี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนร่วมในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ/หรือความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และความผิดอาญาอื่น ที่สอบสวนพบ และแจ้งประสงค์จะดำเนินการฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท จากกรณีนายสนธิญาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายสำนัก และมีการนำเสนอข่าวดังกล่าวผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆว่า นายสนธิญาได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้พิจารณาวินิจฉัยเปิดอภิปราย เพื่อให้ ครม.แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ใน 6 ประเด็น โดยไม่มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เป็นเพียงการกล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ เพื่อใส่ความให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชังอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่