บทเรียน 17 ปีที่ต้องลี้ภัยในต่างประเทศกับการไปเปิดตัวเอิกเกริกเกรียงไกร ที่เชียงใหม่คราวนี้ ยืนยันว่า ยังไงๆคุณทักษิณ ก็ไม่เปลี่ยนผมเริ่มพอเข้าใจ ก็ต่อเมื่อเปิดอ่าน บทที่ 39 ในฉางต่วนจิง ศาสตร์แห่งการยืดหยุ่นพลิกแพลง (เจ้าหยุย เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล สำนักพิมพ์เต๋าประยุกต์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2549) “ใช้ความยโสโอหัง ขับเด่นคุณธรรม”ประวัติศาสตร์นิพนธ์ จั่วจ้วน มีความตอนหนึ่งว่า มารยาทแบบยโสโอหังนั้นไม่มีคัมภีร์หลี่จี้ บทชวีหลี่ มีความตอนหนึ่งว่า “ต้องเคารพผู้อื่น”แต่บางครั้งคนสมัยโบราณ ก็ถือความยโสโอหังเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง...นี่เป็นเพราะเหตุใดเล่า!จะอธิบายเหตุผลนี้ได้อย่างไร?โหวอิ้ง จอมยุทธ์เลื่องชื่อ มีตำแหน่งนายทวารรักษาประตูด้านตะวันออก ราชธานีต้าเหลียง องค์ชายแคว้นเว่ย ซิ่งหลิงจวิน สั่งจัดงานเลี้ยงสุราครั้งใหญ่ มีแขกเหรื่อรับเชิญไปพร้อมหน้าองค์ชายทรงประทับรถม้านำขบวนติดตาม ทรงปล่อยที่นั่งด้านซ้ายในรถม้า ให้ว่างไปรับโหวอิ้งจากประตูเมืองตะวันออกแล้วนำขบวนผ่านถนนกลางตลาด มุ่งหน้าไปงานเลี้ยงที่ตำหนักในสายตาคนทั้งเมือง องค์ชายแคว้นเว่ย ทรงต้อนรับโหวอิ้งเยี่ยงอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติโหวอิ้งกราบทูลว่า “วันนี้ผู้น้อยทำให้องค์ชายทรงลำบากทรงรู้ดี ผู้น้อยเป็นเพียงนายทวารรักษาประตู ไม่เพียงองค์ชายจะนำขบวนรถม้าไปรับด้วยตนเอง ยังเจตนาผ่านกลางถนนกลางตลาดร้านถิ่นอยู่เป็นนาน”ในสายตาชาวเมือง องค์ชายแสดงท่าทีนอบน้อมผู้น้อย เลื่อมใสองค์ชายทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ นอบน้อมคารวะปราชญ์และนักรบขณะที่มองว่าข้าน้อยเป็นคนถ่อยผู้น้อยเองก็ยอมรับ เพื่อต้องการขับเด่นคุณธรรมที่ทรงถนอมรักและให้เกียรตินักรบขององค์ชายนี่...คือเรื่องหนึ่ง ที่คนโบราณเล่าขาน ยังมีเรื่องต่อไปจางซื่อจื่อ เสนาบดียุติธรรม เข้าไปในท้องพระโรง ขณะสามมหาอำมาตย์เก้าเสนาบดีล้วนยืนอยู่ผู้เฒ่าหวางเซิงกล่าวว่า “สายรัดรองเท้าของข้าหลุดแล้ว” พร้อมกับหันหน้าไปทางจางซื่อจื่อ“ช่วยผูกสายรัดรองเท้าให้ข้าหน่อย!” เสนาบดียุติธรรมคุกเข่าลงผูกให้ทันทีเรื่องนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ มีผู้ถามหวางเซิง “ไฉน ท่านต้องหยามจางซื่อจื่อ เสนาบดียุติธรรม”หวางเซิงตอบ “ผู้คนทั้งเมืองรู้ ข้าชราแล้ว อีกทั้งไม่มีตำแหน่งอะไร ที่จะให้คุณให้โทษจางซื่อจื่อ ขุนนางซื่อสัตย์มีชื่อเสียงบนแผ่นดิน”คำตอบแค่นี้ ยังไม่คลายข้อสงสัย ผู้เฒ่าอธิบายต่อ“ข้าเจตนา ให้เสนาบดียุติธรรมคุกเข่าลงผูกสายรัดรองเท้าให้ข้า...โดยหวังว่า วิธีนี้จะทำให้คนทั้งหลาย เลื่อมใสเขามากยิ่งขึ้น”คำวิพากษ์วิจารณ์นี้ เข้าหูสามมหาอำมาตย์ เก้าเสนาบดี ต่างยกย่องความปราดเปรื่องของผู้เฒ่าหวางเซิง และนิยมเลื่อมใสเสนาบดียุติธรรมจางซื่อจือมากยิ่งขึ้นสองเรื่องเล่านี้ ชี้ให้พวกเราพอเข้าใจ ความยโสโอหังนั้น ในบางบรรยากาศ เป็นมารยาท สามารถทำให้คนทั้งหลายนิยมเลื่อมใสได้และยังช่วยชี้นำให้เข้าใจ บท “ยอมหักไม่ยอมงอ” ในสำนวนนิยายกำลังภายใน ของจอมยุทธ์ระดับกระบี่มือหนึ่งของแผ่นดิน จำเป็นต้องเล่นเพื่อรักษาศรัทธาบริวาร น่าจะเป็นบทที่เล่นในเชียงใหม่นี่เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม