ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยอย่างชัดเจน ยิ่งนักการเมืองยิ่งรับรู้ได้โดยตรงเพราะพวกเขาได้รับผลอย่างตรงไปตรงมาพวกที่สอบตกส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าจะต้องตกที่นั่งแบบนั้นพรรคการเมืองที่เคยคิดว่ายังไงเสียก็ไม่มีทางตกตํ่ายิ่งพรรคเก่าแก่อยู่คู่เมืองไทยมาอย่างยาวนาน ถึงขั้นคุยอวดว่าเป็น “สถาบัน” การเมืองเพียงพรรคเดียววันนี้ยังไม่สามารถเลือกหัวหน้าพรรคได้...คิดดูก็แล้วกัน“เพื่อไทย” อีกพรรคหนึ่งที่เคยชนะเลือกตั้งมายาวนาน ก็ไม่คิดว่าจะพ่ายแพ้พรรคที่เพิ่งเกิดใหม่อย่าง “ก้าวไกล”แม้จะแพ้-ชนะกันเพียงฉิวเฉียด...แต่แพ้ก็คือแพ้เมื่อองคาพยพทางการเมืองเปลี่ยนไปเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องยอมรับความจริงหากจะเป็นผู้เล่นในสนามแห่งนี้ต่อไป ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและรูปแบบต่างๆให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง“เพื่อไทย” ก็ทำนองนั้น...คือการให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการบริหารและนำพรรค นำโดย “แพทองธาร ชินวัตร” ลูกสาวคนเล็กของ “ทักษิณ” เจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริงพูดง่ายๆว่าเข้าทาง “แม้ว” ก็ว่าได้ เนื่องจากปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหาร และให้ลูกสาวคนโปรดเข้ามากุมบังเหียน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่อีกด้วย“อุ๊งอิ๊ง” ได้รับคะแนนโหวต 289 เสียง จากผู้มีสิทธิ 290 คน มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนเพียง 1 คน พร้อมกับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนหนุ่ม-สาว มีเพียงบางคนเท่านั้นที่อาวุโส แต่ก็เพื่อให้ดูแลด้านกฎหมายพูดง่ายๆว่าเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคณะในจำนวนนี้ล้วนเป็นเครือญาติของนักการเมืองเก่า ทั้งระดับบ้านใหญ่และผู้สนับสนุนพรรค นอกนั้นก็จะเป็นพวกไฟแรงมีความรู้ความสามารถเป็นพิเศษที่สำคัญคือหัวหน้าพรรครู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีการกำหนดตัวบุคคลและบทบาทอย่างที่ออกมานั้น จึงกลมกลืนและไร้ปัญหา เมื่อสามารถจัดสรรได้อย่างลงตัวเป็นการส่งต่อ “รุ่นต่อรุ่น” ทำให้ไม่เกิดแรงกระเพื่อมไร้รอยต่อนั่นทำให้ “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศทันทีว่าจะขอกลับมาทวงแชมป์ยืน 1 อีกครั้ง“ก้าวไกล” ที่ถูกมองว่าเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญในอนาคตการเมืองก้าวต่อไป คงอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้ เมื่อคู่ต่อกรสำคัญได้ปรับกระบวนท่าครั้งใหญ่ เพราะที่เคยคิดว่าแรงสนับสนุนที่เคยอุ้มชูมานั้นมีทางเลือกมากขึ้นไม่ใช่ “ด้อมส้ม” ฝ่ายเดียวก็ดีครับ...จะได้เห็นการเมืองในบริบทใหม่ ที่จะสู้กันด้วยปัญญามากกว่าความเป็นนํ้าเน่าเก่าๆที่กำลังสูญพันธุ์ไปตามสภาพทั้งหลายทั้งปวงที่หวังไปลุยกัน เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งใหม่อีก 4 ปีข้างหน้า ต่างก็ต้องรักษาและสร้างความนิยมเพิ่มขึ้น“เพื่อไทย” แม้จะดูดีขึ้น แต่ในทางยาวอาจจะเกิดปัญหาก็ได้ เพราะยังมีตัวตึงในพรรคอีกไม่น้อย โดยเฉพาะเจ้าของพรรคตัวจริง...นั่นแหละจะปล่อยวางได้แค่ไหน?“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม