“สรวงศ์” ฟุ้งมั่นใจ “แพทองธาร” นำทีมเลือดใหม่ พา พท.ทวงแชมป์เบอร์ 1 ป้อง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ไม่คิดต่าง ประเทศเหมือนเดิม กระตุก รบ. ต้องกล้าตัดสินใจ “ภูมิธรรม” ยก “อุ๊งอิ๊ง” ครบเครื่อง นั่งนายกฯ ปัดโมเดลแชร์เก้าอี้กับ “นายกฯนิด” คนละครึ่งเทอม “จุรินทร์” ขย่ม รบ.ติดหล่ม 4 ปม ปัญหาไร้คำตอบ ทสท.แนะรัฐแจกเครดิต ปชช.แทนเงินหมื่น โอ่ทั้งกระตุ้น ศก.ลดหนี้สาธารณะ ล้างหนี้ นอกระบบในคราวเดียว แค่รัฐออกพันธบัตรกู้เงินคนรวย มาปล่อยต่อดอกเบี้ยต่ำให้คนตัวเล็กเข้าถึงทุนทำกิน “ศิริกัญญา” ปัดด้อยค่าเงินดิจิทัลฯ เตือน ลุยต่อเสี่ยงขัด รธน. และผิด พ.ร.บ.เงินตรา รอดูดีเดย์ เริ่มโครงการค่อยคิดลากขึ้นเวทีซักฟอก “วิโรจน์” ส่ง 8 ข้อการบ้าน “สุทิน” เคลียร์เรือดำน้ำจีน ขู่ ไม่เปิดสัญญาจีทูจีส่อซ้ำรอยจำนำข้าว “รมว.กห.” ยัน แจงได้หมดจัดหาเรือฟริเกตทดแทนหลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ถ่ายเลือดคัดเลือก คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค ล่าสุด นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พท.มั่นใจ กก.บห.ชุดใหม่ จะสามารถทำให้พรรคกลับมามุ่งมั่น ทำงานแข่งกับตัวเอง ทำพื้นที่ให้เข็มแข็ง เพื่อทวงคืน สถานะพรรคอันดับ 1“สรวงศ์” ลั่นลุยเต็มที่ทวงคืน พท.อันดับ 1เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรค ว่า ตนเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้ วางใจจากสมาชิกพรรคให้เข้ามาทำหน้าที่ พร้อมทำงาน เพื่อนำพรรค พท.กลับมาให้ประชาชนเชื่อมั่นเป็น พรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป สิ่งแรกที่จะทำคือการทำให้พรรคกลับมามุ่งมั่นทำงานแข่งกับตัวเอง ทำผลงาน ทำพื้นที่ที่เราถนัดอยู่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เสริมองค์ความรู้การช่วยเหลือประชาชน และเอากิจกรรมที่เราทำ ไปสู่สายตาประชาชนให้มากที่สุด เพราะสมาชิกพรรค และ สส.ของเรา ทำงานขันแข็งอยู่แล้ว แต่บางทีประชาชนในพื้นที่ รวมถึงโหวตเตอร์ นอกพื้นที่ไม่ทราบว่าเราทำอะไรไปบ้าง เราจะนำเรื่อง เหล่านี้ไปสู่การรับรู้ เมื่อถามว่านายเสนาะ เทียนทอง ถือเป็นนักปั้นนายกฯ มารับตำแหน่งนี้เป็นแรงกดดันหรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า ไม่กดดัน ทำเต็มที่ ตนและ ทีมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และสมาชิก พท.ทุกคนทำเต็มที่ เพื่อให้พรรคกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง คำว่านักปั้นนายกฯขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วย สนับสนุนให้แคนดิเดตของพรรค พท.ได้เป็นนายกฯ โต้ไม่คิดต่าง ประเทศจะเหมือนเดิมนายสรวงศ์กล่าวอีกว่า กรณีหลายภาคส่วนยังคงวิจารณ์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีการระบุว่า หากต้องกู้เงิน รัฐบาลต้องจ่าย ดอกเบี้ยสูงถึง 1.4 แสนล้าน ว่า เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง รับผิดชอบ มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน แต่ในนามของพรรค พรรคมั่นใจโครงการนี้ ไม่ใช่ นโยบายแรกที่เราเสนอแล้วมีความแตกต่างจากพรรคอื่น ถ้าจำกันได้ตอนนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ทำโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค มีคนออกมา วิจารณ์ว่าจะทำได้อย่างไร เอาเงินจากไหน ไม่ปฏิเสธว่า การออกนโยบายที่ไม่เหมือนคนอื่นต้องมีคนเห็นต่าง แต่ถ้าเขาคิดกันได้ประเทศจะไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเรา ไม่ทำอะไรที่แตกต่างให้บ้านเมืองคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม การที่นโยบายนี้ออกมา อยากให้ คนไทยหันกลับมามองคนที่ต้องการ นโยบายนี้ไม่ใช่ นโยบายช่วยเหลือผู้ยากไร้ผู้มีรายได้น้อย แต่จะกระตุ้น เศรษฐกิจทั้งประเทศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกไม่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปในทางที่ดี ไม่ทราบ ว่าดูตัวเลขจากไหน พวกตนเป็น สส.บ้านนอกอยู่กับประชาชนทุกวัน ไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเลยย่ำอยู่กับที่ บางคนพูดว่าเราถอยหลังไปแล้วอยากให้ ดูภาพรวม จริงๆแล้วเราเสียงบฯที่ผูกพันอยู่แล้วมากกว่า วงเงินที่ใช้ตรงนี้ นี่เป็นนโยบายครั้งเดียวที่จะกระชากเศรษฐกิจขึ้นมาให้คนในประเทศมีเงินทองหมุนเวียน ดึงดูดนักลงทุนในไทยกระตุก รบ.รับฟังแต่ต้องกล้าตัดสินใจเมื่อถามว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งกรรมการมาศึกษา และรับฟังความเห็นโครงการดังกล่าว นายสรวงศ์ ตอบว่า ถ้า ป.ป.ช.ทักท้วงมาแล้วมีเหตุผลรัฐบาลก็รับฟัง นายกฯเปิดฟังทุกความเห็น แต่ถ้าเขาคิดกันได้ไม่เป็นแบบนี้ ถ้าย้อนไปยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โครงการ 2 ล้านล้านบาทที่ต้อง หยุดไป ตอนนี้ใช้เงิน 4 ล้านล้านบาท ไม่รู้จะทำได้ หรือไม่ ประเทศเสียอะไรไปบ้าง เสียโอกาสมากกว่าเงิน ที่สูงกว่าทุนไปเท่าไหร่ บางอย่างตีมูลค่าไม่ได้ แต่พอ เวลาผ่านไปแล้วเป็นมูลค่ามหาศาลมาก ถ้ามีการทักท้วง จากองค์กรอิสระหรืออะไร นายกฯรับฟัง แต่การบริหารต้องเดินหน้า ต้องกล้าตัดสินใจ ถ้าเราไม่กล้าทำในสิ่ง ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนก็อยู่กับที่เหมือนเดิม“อ้วน” อวย “อิ๊ง” ครบเครื่องนั่งนายกฯ ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ระบุภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพท. สามารถเป็นนายกฯต่อได้สบายๆว่า ไม่มีนัย อะไร แต่ถือเป็นความจริงที่มีความเหมาะสม เมื่อขึ้น เป็นหัวหน้าพรรคแล้วหัวหน้าพรรคทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นนายกฯได้ ความพร้อมของ น.ส.แพทองธาร มีครบถ้วน ดังนั้น การที่นายกฯพูดเช่นนี้ เป็นความจริง ที่ น.ส.แพทองธาร มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯได้ และทุกคนรู้สึกเช่นนั้นปัด “เศรษฐา–แพทองธาร” นายกฯ คนละครึ่งเมื่อถามว่า การที่นายเศรษฐาระบุว่า น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ต่อได้ เป็นการส่งสัญญาณว่า นายเศรษฐาจะอยู่ไม่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า สามารถคิดได้หลายอย่าง อาจจะอยู่ครบ 4 ปี แล้ว น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯต่อก็ได้ ไม่ถึงขั้น ที่ต้องแบ่งเป็นนายกฯ คนละ 2 ปี เพราะไม่ได้คิดไปไกลถึงขั้นนั้น เมื่อถามว่าหากมีการเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร ที่เป็นหัวหน้าพรรคมีความเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ จะทำให้พรรค พท.กลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรามั่นใจ จะนำพาพรรคเป็นพรรคอันดับหนึ่งในใจประชาชนได้“อดิศร” มั่นใจทวงคืนเบอร์ 1 ไม่เกินฝันนายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้า พรรค พท. ประกาศทวงแชมป์พรรคอันดับ 1 ทําได้ หรือไม่ว่า พรรคจัดขบวนทัพผลัดใบเอาคนรุ่นใหม่มารับผิดชอบพรรค มีดีเอ็นเอของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน มีนโยบายใกล้ตัวประชาชน ถ้าเราทำนโยบายให้เหมือนในอดีต ความศรัทธาประชาชนต่อพรรคจะเกิดขึ้นแน่นอน การจะทวงคืน พรรคอันดับ 1 ของประเทศ จึงไม่ไกลเกินความคิด รุ่นที่จะออกไปสู่แนวหน้าคือรุ่น น.ส.แพทองธาร เชื่อว่าประสบการณ์ น.ส.แพทองธารเหมาะสมทำหน้าที่นำพรรค เมื่อถามว่า คนรุ่นใหม่พรรค พท.จะสู้พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้หรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า เรามีนโยบายของเรา ไม่อยากให้เอาไปเปรียบเทียบ คนรุ่นใหม่มีวิถีของเขาไม่ซ้ายหรือขวาสุดโต่ง เรามี ประสบการณ์เป็นพรรคถูกกระทำมากที่สุดตั้งแต่อดีต บุคลากรถูกตัดสิทธิ์มากมาย ทำให้เราคิดว่าการจะไป ข้างหน้าได้ ต้องมีสิ่งแวดล้อมองคาพยพของประเทศไทยไปพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าไปสุดโต่งไม่เอาอะไรเลย ต้องมา จับเข่าคุยกัน ได้เวลาที่คนทุกรุ่นต้องเดินไปด้วยกัน เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร จะลบคำสบประมาทว่า ได้รับตำแหน่งเพราะนามสกุลได้หรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า คนที่วิพากษ์วิจารณ์คือคนไม่ชอบเรา ใครขึ้นมา เขาด่าอยู่แล้ว อย่าไปใส่ใจกับคนไร้สาระ ไม่สนใจ ปฏิกิริยาคนอิจฉาตาร้อนขอรอข้อมูลครบค่อยมาวิจารณ์นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึงกรณี สว.ตั้งวงเสวนาจี้ลดเพดานแจกเงินดิจิทัลว่า รัฐบาลยินดีรับฟังทุกภาคส่วน นอกจากการวิเคราะห์ผลกระทบด้านงบประมาณแล้ว มิติตัวเลขการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญต้องพิจารณาด้วย หากยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เสียงประชาชนที่สะท้อนมาตั้งแต่เลือกตั้งจนถึงปัจจุบัน ยืนยันชัดมาตลอดว่าต้องการให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายดิจิทัล วอลเล็ตต่อไป รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงาน เรื่องนี้ขึ้นมา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายอย่างรอบคอบ ยึดการรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง การเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิ แต่ควรรอรายละเอียดของ โครงการให้ครบถ้วนก่อน แล้วค่อยให้ความเห็นน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ไม่อยากให้ตั้งธงสมมติฐานเองแล้วมองแต่ว่าจะเกิดผลกระทบด้านลบต่างๆ ไปเปิดประเด็นปลีกย่อยแตกใหม่ออกไปเรื่อยๆ อาจทำให้ประชาชนสับสน การเฝ้าติดตาม ตรวจสอบ ประเมินการดำเนินการในนโยบายรัฐบาล ถือเป็น เรื่องที่ดี แต่ต้องไม่สร้างความสับสน หรือทำให้ประชาชนเสียสิทธิในการเข้าถึงนโยบายของรัฐบาลแค่ทางเลือกรอชุดใหญ่เคาะเงินดิจิทัลนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสโจมตีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอตเล็ต หลังเปิดผลสรุปที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ล่าสุดเสนออีก 3 ทางเลือก จากทางเลือกเดิมที่กำหนดให้แจกแบบถ้วนหน้าทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ราว 56 ล้านคน เป็นเงินต้องใช้รวม 560,000 ล้านบาท ขอชี้แจงว่าทางเลือกทั้ง 3 ข้อ ไม่ใช่เป็นความเห็นหรือข้อเสนอส่วนตัว นายจุลพันธ์เป็นเพียงผู้รวบรวมมติจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯนำไปเสนอต่อบอร์ดใหญ่ คือคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอตเล็ต เหตุใดจึงมีคนจับประเด็นคลาดเคลื่อน พยายามปั่นกระแสทำนองว่านายจุลพันธ์พยายามจะหาทางบิดพลิ้วไปจากนโยบายแจกแบบถ้วนหน้าตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ไม่เป็นความจริง เมื่อทางเลือกทั้ง 3 ข้อถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่แล้ว ยังไม่แน่ว่าจะเห็นด้วยกับทางเลือกข้อใดข้อหนึ่งหรือไม่ หรืออาจยังคงยืนยันทางเลือกเดิมคือแจกแบบถ้วนหน้าก็เป็นได้ ตรงกันข้ามสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เห็นต่างอย่างรอบด้าน และพร้อมพิจารณาทางเลือกอย่างรอบคอบ เมื่อใดก็ตามที่ได้มติสุดท้ายออกมาจากคณะกรรมการชุดใหญ่จะถือเป็นข้อยุติ โดยรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ออกมา “อู๊ดด้า” ขย่มติดหล่ม 4 ปมไร้คำตอบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี รมช.คลังระบุ 3 ทางเลือกในนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลพรรค พท.ว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการหาเสียงแบบประชานิยม จะทำได้หรือไม่ได้ค่อยไปตายเอาดาบหน้า จึงเห็นสภาพเหมือนลิงแก้แห ต้องแก้ปัญหา 2 ข้อเดิมยังมีปัญหา 2 ข้อใหม่เพิ่มอีก ทุกข้อยังไร้คำตอบ ปัญหา 2 ข้อเดิมที่เคยพูดไว้คือ 1.จะทำอย่างไร 2.จะเอาเงินงบฯมาจากไหน ติดทั้งแหล่งเงินและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะที่ลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ใช้งบฯรายจ่ายประจำปีและจะไม่กู้ เลยยิ่งมัดพันตัวเอง และ 2 ข้อใหม่ที่เพิ่มเข้ามา คือ 1.นโยบายนี้จะทำได้เมื่อไหร่ เลื่อนเวลามา 2 ครั้งแล้ว 2.จะเปลี่ยนเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยโฆษณาหาเสียงไว้ มาเป็นการสงเคราะห์คนจนหรือไม่ กลายเป็น 4 ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องมีคำตอบให้ประชาชน เพราะพรรค พท.ได้ใช้นโยบายประชานิยมไปหาเสียงเอาไว้แล้วทสท.ชงแจกเครดิต ปชช.แทนเงินหมื่นวันเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ออกแถลงการณ์เสนอให้แจกเครดิตให้ประชาชนแทนการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะ และเป็นทุนตั้งตัวแก่ประชาชน ทั้งแก้ปัญหาหนี้นอกระบบไปพร้อมกัน จะสร้างความยั่งยืนให้ประชาชน มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ เพราะจากการศึกษารับฟังความเห็นรอบด้านพบว่า โครงการแจกเงินดิจิทัลฯ 10,000 บาท อาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ ได้ไม่คุ้มเสีย ที่สำคัญรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในแหล่งที่มาของเงิน 560,000 ล้านบาท จึงเสนอหลักคิดที่คนส่วนใหญ่เป็นคนตัวเล็ก มีมากกว่า 36 ล้านคน ไม่มีโอกาสเข้าสู่ระบบธนาคารที่ให้กู้อัตราดอกเบี้ยต่ำได้ ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงกว่า 120-240% ต่อปี ไม่มีทางจะมีชีวิตที่ดีและมั่นคงได้ ตรงข้ามนายทุนขนาดใหญ่และทุนพรรคพวกผูกขาด ที่เสียดอกเบี้ยเพียง 3-8% ต่อปี รัฐควรแก้ปัญหาโดยการออกพันธบัตรกู้ยืมเงินจากคนที่มีเงินอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3.5-4% ต่อปี เพื่อมาปล่อยเครดิตให้คนตัวเล็กราว 20 ล้านคน (โดยใช้ฐานบัตรคนจนและการสมัครขอรับเครดิตเพิ่มเติม) ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี หรือไม่เกิน 1% ต่อเดือนแนะ 5 ข้ออุ้มรากหญ้า–สางหนี้นอกระบบแถลงการณ์พรรค ทสท.ระบุด้วยว่า วิธีการนี้คือการแจกเครดิตให้คนราว 20 ล้านคน คนละ 10,000 บาท นำร่องจะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท ลดขนาดลงไป 360,000 ล้านบาท หลักการเบื้องต้น 1.การแจกเครดิต ไม่ใช่แจกเงินแบบให้เปล่า ประชาชนจะนำไปใช้อย่างไรก็ได้ แต่ต้องใช้คืนทั้งต้นและดอกเบี้ยตามตารางเวลาที่กำหนด ไม่ต้องวุ่นวายกับร้านค้าที่จะรับเงินดิจิทัลที่ต้องอยู่ในระบบ VAT 2.คนรักษาเครดิตไว้ได้อย่างดีตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป มีสิทธิ์ขอเครดิตเพิ่มเติมจากรัฐได้แต่ไม่เกิน 50,000 บาท รัฐจะพิจารณาประวัติ ความมุ่งหมายในการขอเครดิตเพิ่ม และความสามารถในการใช้คืน 3.ใช้ระบบเป๋าตังที่มีอยู่มาปรับปรุงบางส่วน ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่กำลังจะเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า และการออก TOKEN หรือ COIN สมัยใหม่ที่เป็น STABLE COIN จะเอาไปผูกกับทองคำแทนเงินดอลลาร์ รัฐเป็นเพียงคนกลางกู้เงินคนรวยอัตราดอกเบี้ยต่ำมาปล่อยเป็นเครดิตให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ ที่ร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือร้อยละ 12 ต่อปี 4.ดูจากระบบกองทุนหมู่บ้านและหลายรูปแบบเครดิตที่เอกชนทำ หนี้เสียไม่ได้มีมากมาย เครดิตที่ให้ไม่มาก ประชาชนจะเอาไปใช้สิ่งที่จำเป็นและเพื่อทำมาหากินแบบหมุนเวียนไม่จบสิ้น ต่างจากการแจกเงินมหาศาลครั้งเดียวที่เงินจะไหลไปสู่เจ้าสัว ทุนใหญ่และทุนพรรคพวกเช่นเดิม 5.รัฐรับผิดชอบหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้น แต่รัฐมีส่วนต่างดอกเบี้ยพันธบัตร และดอกเบี้ยที่ให้เครดิตไม่เกิน 12% ไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก ไม่เหมือนแจกเงินแบบให้เปล่าจะสูญเสียไปทั้งหมดช่วยคนตัวเล็กเข้าถึงทุนอย่างมีศักดิ์ศรี“เชื่อว่าการทำให้คนตัวเล็กเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยเน้นสร้างความรับผิดชอบและวินัยเพื่อให้มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคง ไม่ใช่มองแบบคนรอรับการแจกเงิน หากรัฐต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และ SMEs ให้มีพลังพลวัตยิ่งขึ้น ควรทำร่วมกับการพักใช้กฎหมายการขออนุมัติ อนุญาตราว 1,500 กระบวนการไว้ชั่วคราว 3-5 ปี คงเหลือที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆโดยให้ผู้ประกอบการไปจดแจ้งกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทน จะลดการเสียเวลา ลดค่าใช้จ่ายทั้งในและนอกระบบของประชาชนมหาศาล” แถลงการณ์พรรค ทสท. ระบุ “ศิริกัญญา” ปัดด้อยค่าดิจิทัลวอลเล็ตช่วงเที่ยง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ไม่อยากให้ดิสเครดิตดิจิทัลวอลเล็ตในสภาฯว่า ยังไม่มีถ้อยคำไหนที่ดิสเครดิตเลย เรายังไม่ได้พูดเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตในสภาฯด้วยซ้ำ แค่เรียกร้องให้รัฐบาลมีข้อเท็จจริงมาพูดกับประชาชน ถ้าจะถือว่าเป็นการด้อยค่าดิสเครดิตต้องขออภัย ไม่ได้มีเจตนา แต่อยากให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่า หากรัฐบาลผลักดันโครงการนี้ไม่สำเร็จ ไม่น่าถึงขั้นผิดรัฐธรรมนูญ กกต.พูดแล้วว่าแม้ไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ หรือไม่ได้ทำตามในเอกสารเรื่องแหล่งที่มาของเงินที่ยื่นไว้ ไม่มีบทกำหนดโทษ ถ้าจะผิดรัฐธรรมนูญอาจเป็นการเดินหน้าต่อ การออก พ.ร.ก.เงินกู้ การใช้ธนาคารของรัฐในการดำเนินการ การแบ่งจ่ายเงินเป็นหลายงวดอาจผิด พ.ร.บ.เงินตรา คิดว่ารัฐบาลกำลังปวดหัวกับการจะเสาะหาแหล่งเงินมาใช้กับโครงการนี้อยู่ ถ้าจะใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติไม่พอแน่ๆอยู่แล้ว ตอนนี้คงไปคิดกระบวนท่าใหม่ๆ คิดทริกใหม่ๆที่จะนำมาใช้กับโครงการนี้ขอดูหลังเริ่มดีเดย์ ก่อนคิดซักฟอกเมื่อถามถึงกรณี ในอนาคตหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในเรื่องนี้ จะขอเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายรัฐบาล ได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คิดว่าสุดท้ายมันก็คงเป็นการลงมติโดย ครม.อยู่แล้ว สำหรับโครงการนี้ เดี๋ยวเราก็คงจะเห็นท่าทีจากทางพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ คิดว่าไหนๆก็ร่วมหอลงโรงกันแล้วน่าจะเห็นไปในแนวทางเดียวกัน โครงการยังไม่ได้เริ่มเลย โอกาสที่จะเอาไปใช้ในการอภิปรายทั่วไป หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ มันคงจะต้องดูในรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อโครงการมันได้เริ่มต้นแล้ว มาดูกันอีกทีว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือไม่ อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่าควรจะยึดที่ตัวผลหรือว่าเป้าหมายเป็นสำคัญมากกว่าวิธีการ หรือว่าแนวทางการดำเนินการ ถ้าไปคิดว่าจะต้องแจกเงินๆ แต่อย่างเดียวนั้น บางทีมันอาจจะทำให้สูญเสียเป้าหมายใหญ่ที่ทางเพื่อไทยได้เคยสัญญากับประชาชนไว้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตให้ได้ 5 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยตลอด 4 ปียินดี “เเพทองธาร”นั่ง หน.พรรค พท.น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พท.ขอแสดงความยินดีผ่านสื่อมวลชน เป็นโอกาสที่ดี ทำให้ตลาดพรรคการเมืองไทยมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น เป็นนิมิตหมายที่ดีที่มี น.ส.แพทองธารมาเป็นหัวหน้าพท.เมื่อถามว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯเคยหลุดปากว่าจะมีนายกฯ 2 คนส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนตัวนายกฯในอนาคตหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ต้องไปถามนายเศรษฐาว่าหมายถึงใครว่านายกฯ 2 คนนี่เป็นนายเศรษฐากับ น.ส.แพทองธาร หรือไม่ หรือมีคนอื่น เพราะไม่ทราบเหมือนกันว่านายเศรษฐาพูดถึงใครบ้าง แต่คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปลี่ยนตัวนายกฯกันง่ายๆ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ 2 เดือน คงต้องดูระยะยาว ที่นายเศรษฐาระบุว่า น.ส.แพทองธารเหมาะจะเป็นนายกฯเป็นเรื่องภายในพรรค จะสลับสับเปลี่ยนตัวกันหรือไม่ เราไม่ทราบประเด็นนี้“วิโรจน์” ส่ง 8 การบ้านแจงเรือดำน้ำนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. ในฐานะประธาน กมธ.การทหาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า กมธ.ทหารมีมติทำหนังสือเชิญ รมว.กลาโหม ได้ส่งประเด็นคำถามให้ทราบล่วงหน้า 8 ข้อ 1.ขอสัญญาแบบจีทูจีของการจัดซื้อเรือดำน้ำแบบ Yuan Class S26T พร้อมรายละเอียดค่าปรับหรือการชดเชยกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ 2.ขอหนังสือโต้ตอบระหว่างคู่สัญญา ที่ยืนยันว่าบริษัท China Shipbuilding & Offshore International จะจัดหาเครื่องยนต์ MTU396 ของเยอรมนี มาติดตั้งในเรือดำน้ำให้ได้ หรือเงื่อนไขข้อยกเว้นแนบท้ายสัญญา หนังสือการจัดหาเครื่องยนต์ที่ตอบกลับมาภายหลัง ตลอดจนหนังสือเสนอเครื่องยนต์ CHD620 ทดแทน 3.ขอหนังสือแจ้งสงวนสิทธิ์การปรับตามสัญญาที่ได้แจ้งให้คู่สัญญาทราบ 4.สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ได้ตั้งงบฯและหรือก่อหนี้ผูกพัน และหรืองบฯที่ได้เบิกจ่ายไปแล้วในโครงการจัดหาเรือดำน้ำ 5.รายละเอียดสเปกเรือฟริเกตที่จะนำมาแลกเปลี่ยน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ระบุไว้ในสมุดปกขาวของกองทัพเรือหรือไม่ อย่างไร 6.การนำเอาเรือฟริเกต มาแลกเปลี่ยนกรณีนี้จะกระทบโครงการจัดหาเรืออานันทมหิดลและเรือภูมิพลหรือไม่ 7.กระทรวงกลาโหมจะนำเอาการเปลี่ยนแปลงสัญญา จีทูจีเรือดำน้ำ เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญเมื่อใด และ 8.รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้การจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่มีการใช้งบฯไปราว 200 ล้านบาทขู่ กห.ไม่เปิดจีทูจีส่อซ้ำรอยจำนำข้าวนายวิโรจน์ระบุว่า ขอให้ รมว.กลาโหมจัดส่ง เอกสารหรือตอบเป็นหนังสือกลับมาในเบื้องต้นได้ และหากยังไม่พร้อมชี้แจง ขอให้แจ้งกลับมาด้วยว่าจะพร้อมเมื่อใด ขอส่งข้อความด้วยความปรารถนาดี ถึง รมว.กลาโหมว่า สัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นสัญญาแบบจีทูจี เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ตามมาตรา 178 หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในสัญญา อย่างกรณีจะแลกเรือดำน้ำเป็นเรืออย่างอื่นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ท้ายที่สุดต้องเปิดเผยรายละเอียดสาธารณะอยู่ดี ถ้าไม่มีรายละเอียดคงไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนไหนกล้าที่จะยกมือให้ อย่าคิดที่จะหลีกเลี่ยงไม่นำเอาเรื่องนี้เข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ และอาจจะซ้ำรอยกับกรณีโครงการจำนำข้าวได้“สุทิน-บิ๊กต่อ” เยี่ยม “หนองวัวซอโมเดล”ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการบริหารจัดการ อาทิ โครงการนำร่อง “หนองวัวซอโมเดล” ร่วมกับกรมธนารักษ์ สอบสวนสิทธิการครอบครองและรับคำร้องขอเช่าที่ราชพัสดุ แปลงสนามยิงปืนใหญ่ ป.3 พัน.13 มณฑลทหารบกที่ 24 รวม 10,476 ไร่ รังวัดให้เช่าแล้ว 9,276 ไร่ มีประชาชนลงทะเบียนขอตรวจสอบสิทธิเช่าพื้นที่แล้ว 1,111 ราย เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่า นายสุทินได้พบปะกับผู้ลงทะเบียนตรวจสอบสิทธิ ร่วมกับ ผบ.ทบ.ทำกับข้าว แจกจ่ายให้ประชาชนในโครงการกองทัพบกช่วยเหลือประชาชน และตรวจเยี่ยมโครงการทหารพันธุ์ดีจากค่าย ประจักษ์ศิลปาคมและค่ายพระยาสมุทรธรรมธาดา จ.อุดรธานี พร้อมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนด้วยยันแจงได้หมดสเปกเรือฟริเกตต่อมานายสุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก.ในฐานะ ประธาน กมธ.การทหาร สภาฯเรียกร้องให้ รมว.กลาโหมชี้แจงทั้งหมด 8 ข้อ เช่น สเปกเรือฟริเกตติดตั้งอาวุธมาพร้อมด้วยหรือไม่ว่า ชี้แจงได้หมดแต่ที่ตอบไปแล้วคือเรายังไม่ลงรายละเอียด ให้คุยกันเป็นขั้นตอนก่อน ขณะนี้คือเสนอทางออกใหม่ให้เป็นเรือฟริเกต จะเป็นสเปกไหนอย่างไรต้องมาคุยกัน ถึงตอนนั้นตอบนายวิโรจน์ได้ ไม่มีปัญหายืนยันไม่กระทบการจัดหาเรือหลวงอนันทมหิดล อยู่ในแผนเดิมที่จัดงบฯไว้แล้ว งบฯปี 67 และ 68 มีอันนี้เป็นของแถมมา ของเดิมจัดไปเพราะเป้าหมายมีตั้ง 8 ลำ แม้จะได้เรือฟริเกตใหม่มาทดแทนเรือดำน้ำ รวมแล้วยังมีเพียง 5-6 ลำ ที่ขอให้เปิดเผยผลการศึกษาความเป็นไปได้การจัดหาเรือดำน้ำที่ใช้งบฯกว่า 200 ล้านบาท เมื่อถึงเวลาเปิดเผยอยู่แล้วไม่ต้องห่วง เชื่อว่าทบทวนหรือขยายเวลาได้เบื้องต้นวางกรอบไว้ช่วงต้นเดือน พ.ย.ปีนี้จัด ครม.สัญจรนำร่องหนองบัวลำภูเมื่อเวลา 09.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ในฐานะกำกับดูแลกลุ่ม จ.ภาคอีสานหลายจังหวัดรับฟังว่า ผวจ.และ สส.ในพื้นที่ได้รับรู้ว่ายากลำบากและมีปัญหา ความเหลื่อมล้ำมาก นายกฯมีดำริว่าจะจัด ครม.สัญจรครั้งแรกที่ จ.หนองบัวลำภู ช่วงเดือน ธ.ค.หรือต้นเดือน ม.ค.67 ต้องการมาดูแลเป็นจังหวัดแรก โดยของดีของจังหวัดที่เป็นซอฟต์เพาเวอร์คือการทอผ้า น่าสนใจ กระทรวงพาณิชย์จะช่วยหาตลาดและขยายบทบาทของซอฟต์เพาเวอร์แต่ละพื้นที่ให้ประชาชนมีรายได้ และมีแนวคิดนำสัญลักษณ์ไทยซีเลกต์ (Thai Select) การันตีร้านอาหารคุณภาพ เช่นเดียวกับ Michelin และอยากทำให้เป็นโชว์รูมของประเทศไทย โดยนำเอาวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาใช้ตรงนี้ด้วยพณ.ขอพ่อค้าน้ำตาลขายสต๊อกเก่าก่อนนายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า กรณีสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานอีก กก.ละ 4 บาท กระทรวงพาณิชย์เป็นปลายน้ำ แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ต้องพยายามแก้ปัญหาที่จะตามมา จะดูแลสินค้าควบคุมไม่ให้กระทบประชาชน ด้าน ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือห้างค้าส่งค้าปลีก ผู้จำหน่ายน้ำตาลทรายทุกรายให้จำหน่ายน้ำตาลทรายสต๊อกราคาเดิมจนกว่าสต๊อกเก่าจะหมด และจัดสินค้าให้มีเพียงพอความต้องการ และเติมสินค้าบนชั้นวางสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้ามีพอ ไม่ขาด ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า กรมจะติดตามใกล้ชิด สินค้าควบคุม เช่น นมสด ปลากระป๋อง ถ้าขอปรับราคาต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ดูตามสัดส่วนการใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ส่วนสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำหวาน ขนมหวาน การกำหนดหรือปรับราคาต้องสอดคล้องกับต้นทุนแท้จริง ขอเน้นย้ำผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าทุกรายห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินสมควร จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่