ในการปาฐกถาเรื่อง “เร่งเครื่องสปีดเศรษฐกิจไทย” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาก โดยเฉลี่ยเพียงปีละ 1.8% แต่หนี้ครัวเรือนกลับขยายตัวสูง จาก 76% ของจีดีพี พุ่งขึ้นเป็น 90% ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก รัฐบาลจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่นายกรัฐมนตรีบ่นว่าไทยมีความตกลงการค้าเสรีกับต่างประเทศน้อยมาก 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำอะไรเลย นี่มิใช่ครั้งแรกที่นายกฯเศรษฐาพูดเรื่องนี้ แต่ทราบหรือไม่ว่า สาเหตุสำคัญ เพราะหลัง รัฐประหารเมื่อปี 2557 ทำให้สหภาพยุโรป 28 ประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมร่ำรวย ยุติ การเจรจาการค้ากับไทยเหตุผลก็คืออาจรังเกียจไทยที่หันหลังให้ประชาธิปไตย แต่ไม่ถึงคว่ำบาตร เหมือนกับพม่า ยุโรปยังพูดจากับไทยอยู่ ไม่ใช่เรื่องการค้าเสรี แต่บีบให้รัฐบาล คสช.ที่มาจากรัฐประหาร แก้ไขกฎหมายการประมงผิดกฎหมาย และรัฐบาลไทยก็ตามใจทุกอย่าง จนกระทบการประมงไทยรุนแรงจนถึงวันนี้ต้องถือว่าโชคดี ที่รัฐบาลเศรษฐา นอกจากจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วยังตั้งคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ร่วมด้วย ทั้งแฟชั่น หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ แต่ไม่ได้พูดถึงการพัฒนา “ประชาธิปไตย” ที่แท้ อาจคิดว่าไม่เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ ทั้งๆที่น่าจะทรงพลังที่สุดประชาธิปไตยอาจเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ดีที่สุด เพราะเป็นอำนาจที่นิ่มนวล ได้มาจากการกาบัตรเลือกตั้งหรือ ballot ตรงกันข้ามกับอำนาจจากรัฐประหาร ที่ได้มาด้วย “ลูกปืน” หรือ ballot ในอดีต การล่าเมืองขึ้นต้องใช้ปืน แต่ในขณะนี้ความเป็นประชาธิปไตยได้รับความเชื่อถือยำเกรงจากนานาชาติมากสุดนานาประเทศส่วนใหญ่ เป็นประเทศประชาธิปไตย ส่วนประเทศที่ใช้ระบอบอำนาจนิยม เป็นส่วนน้อยของโลก ในอดีตประเทศที่มีกองทัพเข้มแข็ง ใช้กำลังยึดประเทศต่างๆเป็นอาณานิคม แต่โลกปัจจุบันใช้ประชาธิปไตย ส่วนประเทศไทยใน 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจจะตกต่ำแต่การเมืองการปกครองก็ล้าหลัง เพราะอยู่ในช่วงรัฐบาลรัฐประหาร ยึดแนวทางอำนาจนิยม ใช้อำนาจที่แข็งกระด้าง ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย อำนาจที่นิ่มนวล หรือซอฟต์พาวเวอร์ การสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย คือเส้นทางสู่ซอฟต์พาวเวอร์ ทางการเมือง.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม