เริ่มปฏิบัติภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีเต็มตัวถึงเวลานี้ก็ย่างเข้า 2 เดือนเต็มๆแล้ว มีการประเมินผลงานว่าได้แค่ไหนอย่างไร ตัดเกรดแล้วเป็นเอ–บี–ซีนักข่าวไปถามคุณเศรษฐาได้คำตอบว่า “ผมประเมินตัวเองไม่ได้ต้องไปถามประชาชน” ก็ถูกแหละเพราะจะให้ประเมินตัวเองหากบอกว่าไม่ดีก็เสียหรือบอกว่าดีก็เข้าข้างตัวเองก็เป็นเยี่ยงนี้แล...จะ “สอบตก-สอบได้” นั้นต้องให้เวลามากกว่าสักหน่อยยิ่งนายกรัฐมนตรีคนนี้เปิดโปรแกรมเดินทางไปต่างประเทศถี่ยิบก็ยิ่งวัดยากเอาเป็นว่ายังไม่ถึงเวลารออีกสักหน่อยดีกว่าถ้าวัดตามฐานที่เป็นจริงก็ต้องบอกว่าผลงานปรากฏผลอย่างไร ก็คงเป็นการทำหน้าที่เซลส์แมนที่บริษัทต่างๆต้องเอาไปเป็นแบบอย่าง เพื่อให้พนักงานได้นำไปปฏิบัติเพื่อสร้างผลกำไรที่ได้ลูกค้าเกินเป้าแต่ผลจะเป็นอย่างไรสำเร็จหรือไม่ต้องดูจากเนื้องานที่จะตามมาที่รับปากว่าจะเข้าลงทุนนั้นมาจริงหรือเปล่า หรือแค่เอาอกเอาใจกันเท่านั้นที่จะวัดความเก่งกาจแค่ไหนก็ต้องดูจากการลงมือทำในการปฏิบัติข้อราชการในประเทศซึ่งเป็นตัวชี้วัดดีที่สุดอย่างกรณีคนไทยในอิสราเอลที่ยังเป็นปัญหาอยู่นั้น การที่ผู้นำประเทศไม่ได้อยู่บัญชาการเองประสิทธิภาพมันด้อยไปตามสภาพเพราะการสั่งการหรือรับรายงานในขณะที่ต้องปฏิบัติงานต่างประเทศนั้น ย่อมไม่สามารถทำงานได้เต็มร้อยโดยเฉพาะไม่ทันท่วงทีความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะมันเดิมพันด้วยชีวิตคน หากช่วยได้เร็วเท่าใดก็จะช่วยเหลือเขาได้เร็วเท่านั้นยิ่งไปกว่าการแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่มันต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย การสั่งการ การประสานงานร่วมกันจึงจะมีประสิทธิภาพมากกว่าจะพูดว่านายกรัฐมนตรีไม่อยู่ทำงาน การช่วยเหลือเกิดความล่าช้าก็น่าจะพูดได้ เพราะหลังกลับจากต่างประเทศได้เรียกทุกหน่วยให้มาร่วมประชุมอย่างเร่งรีบนั่นแสดงว่าเกิดปัญหา...แน่นอนว่าโปรแกรมการเดินทางไปต่างประเทศที่ต่อเนื่องอาจจะเป็นเพราะสถานการณ์ประจวบเหมาะ ไหนๆจะไปแล้ว ก็ครบเครื่องไปเลยแต่อีกมุมหนึ่งกับเหตุการณ์ที่เป็นตายร้ายดีที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นบ่อยเป็นเรื่องเฉพาะหน้า ที่ต้องการผู้นำที่เด็ดเดี่ยวตัดสินใจในฉับพลันเพื่อรักษาชีวิตคนการวางโปรแกรมของนายกรัฐมนตรีจึงต้องตัดสินใจอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เพราะอย่างอื่นเป็นเรื่องรองทำทีหลังก็ได้การเป็นผู้นำต้องแยกแยะ “ก่อน–หลัง” ให้ดีเรื่องนี้ไม่ใช่มากล่าวหากันแต่เป็นข้อเตือนใจต่อไปข้างหน้าการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งต้องยึดประโยชน์สูงสุดเป็นที่ตั้งเพราะคุณคือนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ซีอีโอบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่คิดถึงประโยชน์ด้านเดียวโดยละเลยในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอันหมายถึงชีวิตคนที่มีค่ามากกว่าผลกำไร!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม