ก็ยังชวนให้สงสัยและเป็นคำถามว่ารัฐบาลชุดนี้ เอื้อประโยชน์หรือหลิ่วตาให้ “ทักษิณ” ไม่ต้องนอนคุกแม้แต่วันเดียว หลังจากได้การอภัยโทษให้เหลือแค่ 1 ปีเท่านั้นไม่มีใครตอบได้...กับคำว่า “อภิสิทธิ์ชน”เพราะทุกอย่างดูจะอำพรางซ่อนเร้นอย่างแยบยลด้วยการอ้างทางการแพทย์ ทำให้สามารถรักษาตัวได้ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจยังมองข้ามไปถึงการ “พักโทษ” ที่อยู่ในเกณฑ์เนื่องจากเป็นผู้สูงวัยและมีอาการป่วย มีตัวอย่างสดๆร้อนๆให้เห็นอยู่แล้วกรณี “เสือดำ” ที่เมืองกาญจน์ได้รับการ “พักโทษ” ปูพื้นถึงความเป็นไปได้เวลานี้ครบ 60 วันที่พักรักษาตัวข้างนอก ขั้นต่อไปอาจจะต้องอยู่ถึง 120 วัน ซึ่งรัฐมนตรียุติธรรมพิจารณาตัดสินได้ตามคำแนะนำของแพทย์ดูรูปการณ์แล้วน่าจะตามนี้โดยไม่ต้องเข้าคุกจริงและรอพักโทษกลับไปนอนบ้านได้ที่นำประเด็นนี้มาพูดถึงก็เพราะมันเกี่ยวพันกับการที่ “ก้าวไกล” ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้สภาพิจารณาเพื่อให้ผู้กระทำความผิดคดีการเมืองทุกกลุ่มทุกสีเว้นคดีทุจริต ความผิดร้ายแรงซึ่งรายละเอียดเป็นเรื่องของสภาที่พิจารณาแม้แต่คดี ม.112 ก็ตามที่น่าสังเกตก็คือ “เพื่อไทย” แทบจะไม่ให้ความสำคัญแม้แต่น้อยก็อย่างที่กล่าวมาแต่ต้นนั่นแหละ เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรแล้ว เนื่องจาก “ทักษิณ” กำลังจะพ้นบ่วงกรรมแล้วจึงไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องไปยุ่งเกี่ยวด้วยที่สำคัญก็คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ทำให้ “เพื่อไทย” ตกม้าตาย มีผลให้รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ต้องตกจากเก้าอี้มาแล้วเมื่อมีการเสนอ พ.ร.บ.สุดซอยเพื่อหวังจะช่วย “ทักษิณ” แต่เมื่อไม่มีความจำเป็นก็เลยไม่ยุ่งเกี่ยว เพราะใช้ช่องทางอื่นจนใกล้จะพ้นผิดแล้วยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นเป็นของแสลงใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวมักจะมีอันเป็นไปแทบทุกราย“ก้าวไกล” ก็กำลังเดินเข้าไปสู่จุดสลบอีกไม่นานนี้ แม้จะเป็นความหวังดีที่ต้องการให้ความขัดแย้งในสังคมได้จบลงในยุคสมัยนี้แต่มีการพูดกันว่าทำให้ความขัดแย้งยุติหรือเริ่มต้นใหม่เป็นคำถามที่ชวนให้คิด!เพราะมีการตีความกันว่า พ.ร.บ.ที่ “ก้าวไกล” เสนอไปนั้นกินความไปถึงผู้กระทำผิด ม.112 ด้วย ซึ่งพวกที่เทิดทูนสถาบันคงไม่ยอมแน่เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ “พิธา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก “ก้าวไกล” ไปไม่ถึงฝั่งมาแล้วเมื่อวุฒิสภาปิดประตูตีแมวให้คะแนนหนุนเพียง 13 เสียงเท่านั้น จาก 250 เสียง อันแสดงให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งคือ ม.112 นั้นคือชนวนที่จะก่อความขัดแย้งมากกว่าทำให้สังคมสงบด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดทำให้ “เพื่อไทย” ไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมด้วย ปล่อยให้ “ก้าวไกล” ไปสู้รบเองส่งผลให้นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา” รอดตัวไปด้วยแต่มันจะกระเทือนถึงรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบความมั่นคงของรัฐ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม