“เศรษฐา” ยก “อุ๊งอิ๊ง” ภาวะผู้นำสูง เหมาะนั่งหัวหน้า พท. “กิตติรัตน์” โต้เดือด “รสนา” อ้างนักเศรษฐศาสตร์ผุดวาทกรรม “เงินเลว” ฉุนใช้อคติด้อยค่าดิจิทัลวอลเล็ตท้าพร้อมปุจฉา-วิสัชนาทุกเรื่อง ปชป.ฉะรัฐบาลไม่ชอบฟังคำติติง “ชนินทร์” ห่วงกระทบเสถียรภาพการเงินการคลัง ถูกลดเครดิตจะยิ่งยุ่ง ให้นายกฯเลือกจะถอยเพื่อชาติหรือเดินหน้ารักษาคำพูด สส.พท.หนุนโยกงบซื้อเรือฟริเกตดีกว่าสูญเงินเปล่า ค้านถ่ายทอดสดถก กมธ.ทหาร “สมชัย” เตือน “สุทิน” ไม่หมู แบบที่คิด งบฯที่ทุ่มลงไปหน้าไหนจะรับผิดชอบกระแสต่อต้านโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ยังคงขยายวงต่อเนื่อง โดยมีคนของพรรคเพื่อไทยสลับกันออกมาชี้แจง ล่าสุดนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอบโต้เดือดนักเศรษฐศาสตร์ที่ด้อยค่าเงินดิจิทัลวอลเล็ต เป็นเงินเลวว่าเป็นการใช้วาทกรรมแบบมีอคติ “เศรษฐา” ยก “อิ๊ง” เหมาะ หน.พท.เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เนชั่นทันข่าวเช้า” ถึงกระแสสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เทเสียงสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า เป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกพรรค พท. ได้เป็นที่ปรึกษา น.ส.แพทองธารมาตั้งแต่ก่อนและระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้เห็นศักยภาพและความตั้งใจจริงของ น.ส.แพทองธารว่ามีประสบการณ์ด้านการเมือง มีความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงสามารถโน้มน้าวจิตใจคนได้ มีความเป็นผู้นำสูง เชื่อว่า น.ส.แพทองธารมีความเหมาะสมเต็มที่ แต่ต้องติดตามว่าในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พท.ในวันที่ 27 ต.ค. จะมีการเสนอชื่อใครบ้าง ต้องเป็นไปตามกลไกระเบียบของพรรคด้วยยึด “อุ๊งอิ๊ง” เป็นศูนย์รวมจิตใจน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมพรรควันที่ 27 ต.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค จะมีมิติสีสันและทิศทางของพรรคในอนาคต ในมุมมอง สส. หาก น.ส.แพทองธารมาเป็นหัวหน้าพรรคจริง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของพรรคในการเริ่มต้นใหม่ เพราะ น.ส.แพทองธารประสานคนทุกรุ่นในพรรคได้เป็นปึกแผ่น คล้ายกับมีศูนย์รวมทางความคิดและจิตใจสำหรับพรรค ยืนยันพรรคไม่ได้ยึดโยงกับนามสกุลของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้นามสกุลชินวัตร เพียงแค่การเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้จะมีคนจากตระกูลชินวัตรเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค สิ่งที่ สส.เพื่อไทย ตัดสินใจเลือกคือความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถ วัย และประสบการณ์ และ น.ส.แพทองธารมีความเหมาะสม“กิตติรัตน์” โต้วาทกรรม “เงินเลว”ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “นักเศรษฐศาสตร์การเงินชื่อกิตติรัตน์ ณ ระนอง รู้จักมักคุ้นคุณรสนา โตสิตระกูล ผ่านความชื่นชอบหลงใหลศิลปะการดนตรี ได้อ่านความคิดนักเศรษฐศาสตร์การเงินอีกท่าน ไม่ทราบเป็นใคร เพราะคุณรสนามิได้ระบุนาม นำความคิดด้อยค่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินเลวมาชี้นำคุณรสนา แต่ก่อนปักใจไปทางใด 1.คำว่าเงินเลว เป็นคำที่ผู้บริหารการคลังของอังกฤษคือ Sir.Thomas Gresham ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1558 แต่มาโด่งดังเป็นที่รู้จักในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ในศตวรรษที่ 19 หากพยายามนำมาใช้กับกรณีนี้ ตีความในทางบวกได้ว่า เงินเลวนั้นทำหน้าที่เป็นตัวกลางจับจ่ายใช้สอยที่ดี ทุกคนทราบดีว่ายามจำเป็นต้อง กระตุ้น เศรษฐกิจ การมีเงินหรือรับเงินไปแล้วถูกใช้จ่ายในกรอบเวลา จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี เงินเลวจึงเป็นเงินที่ดีตามภารกิจได้”ฉุนอคติด้อยค่าดิจิทัลวอลเล็ตนายกิตติรัตน์ระบุต่อว่า 2.การนำนิยามเงินเลวในอดีตมาใช้เชิงวาทกรรม แต่ไม่อิงความหมายที่ลึกซึ้ง นักเศรษฐศาสตร์ท่านนั้นไม่สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัวใน ค.ศ.2023 บ้างหรือ ชาวฮ่องกงทุกคนได้รับเงิน 5,000 เหรียญฮ่องกง หรือ 23,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ได้ติดตามข่าวเศรษฐกิจในต่างประเทศบ้างหรือ คิดไหมว่าการมอบเงินดิจิทัลที่ถูกด้อยค่าเป็นเงินเลว แท้จริงเป็นเงินดีตามภารกิจกระตุ้นเศรษฐกิจ มาบิดเบือนด้อยค่าดิจิทัลวอลเล็ตให้คุณรสนาเข้าใจผิดจนตกใจ หากคุณรสนายังไม่คลายความสงสัย ผมยินดีไปขอพบเพื่อปุจฉา วิสัชนา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการเงิน ศิลปะดนตรี เรื่องอื่นใดที่อาจเกิดประโยชน์กับประเทศ โปรดอย่าด้อยค่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลว่าไปลอกใครมา แบบคนมีอคติ พอเห็นใครทำอะไรคล้ายใครก็จ้องตำหนิว่าลอกเขามา แต่พอทำไม่เหมือนใครก็กล่าวหาว่าทำเสี่ยง ทำประหลาด ช้ำใจทุกครั้งที่มีคนเรียกเราว่า “กะลาแลนด์” ขยับซ้ายก็ไม่เอา ขยับขวาก็ไม่ยอม เอาแต่จมปลักทับปัญหาไว้ อย่าปล่อยให้คนส่วนใหญ่แต่เสียงเบา ต้องลำบากยากจนแบบไม่คิดแก้ไขกันเลยปชป.ฉะ พท.ไม่ชอบฟังคำติติงด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เชื่อว่าทุกคนเริ่มเห็นแล้วว่ารัฐบาลนี้ไม่ชื่นชอบคำติติงที่เป็นประโยชน์ รับไม่ได้กับเหตุผลที่เกิดมาจากฝ่ายที่เห็นต่างกับรัฐบาล ทั้งที่หลายเรื่องหลายฝ่ายท้วงติงอย่างมีหลักมีเกณฑ์ เช่น นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตแจกเงิน 10,000 บาท พรรคประชาธิปัตย์ชี้เหตุผล แต่คนในพรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นตอบกลับอย่างไร้วุฒิภาวะ ไปไกลถึงขนาดให้กลับไปปัดกวาดบ้านตัวเองก่อนจะมาสั่งสอนคนอื่น ให้ไปหาหัวหน้าพรรคให้ได้ก่อน เหมือนสมองกับปัญญาไม่สอดคล้องกัน เป็นคนละเรื่องกัน หรือเพราะไม่สามารถชี้แจงได้เลือก หน.ปชป.ไม่ใช่เลือก หน.โจรนายราเมศกล่าวว่า ย้ำมาตลอดว่าการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นเรื่องประชาธิปไตยภายในพรรค ไม่ใช่พรรคครอบครัวที่จะมีใครมาสั่งซ้ายหันขวาหัน หรือชี้ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรคได้ เราไม่มีหัวหน้าพรรคที่ติดคุกหนีคดี เลือกหัวหน้าพรรคช้าบ้างก็เพราะเราคัดสรร ไม่ได้เลือกหัวหน้าโจรที่ไม่ต้องพิถีพิถันแบบเอาใครก็ได้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ด้วยเหตุและผล ส่วนนายกฯขณะนี้มีหลายเรื่องที่น่าติดตาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะทราบและต้องชี้แจงด้วยเหตุผลตามกลไกในระบอบประชาธิปไตย ห่วงกระทบเสถียรภาพการคลังนายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เป็นห่วงลูกหนี้เสี่ยงแบกภาระดอกเบี้ยสูงขึ้น หลังโลกจับตา หากเสถียรภาพการคลังแย่คงโดนลดความน่าเชื่อถือแน่ ถ้าจำเป็นต้องทำควรแจกให้ถูกคน และใช้แอปเป๋าตังเดิมไม่ต้องเสียเงินทำระบบใหม่ให้สิ้นเปลือง แถมเสี่ยงทุจริต โครงการนี้ต้องใช้งบฯ 5.6 แสนล้านบาท ล่าสุด มีข่าวว่าการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายนี้ไปต่อไม่ได้ เพราะมีหลายหน่วยงานราชการมีความเห็นในที่ประชุมไม่สอดคล้องกับนโยบาย โดยเฉพาะหลายคนกลัวมีความผิดในอนาคต หากโครงการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานองค์กรตรวจสอบอื่นตรวจสอบ รัฐบาลควรนำความเห็นจากหน่วยงานในที่ประชุมไปพิจารณาหรือเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย เพื่อความรอบคอบจากทุกคนที่ติดตาม จะได้มีข้อมูลความเห็นตรงไปตรงมาถ้าพลาดเป้ามีสิทธิถูกลดเกรดนายชนินทร์ระบุต่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำรายงานออกมาว่า เรามีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงิน ประกอบกับหน่วยงานต่างๆ นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ คาดว่าตัวคูณทางการคลังของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ที่ราว 0.3-0.9 คือหมุนไม่ถึง 1 รอบ สะท้อนการใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว ไทยจึงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะโดนลดระดับความน่าเชื่อถือ หากมีการใช้ดิจิทัลวอลเล็ตแล้วไม่ได้ผลมากตามที่รัฐบาลประเมินไว้ หากโดนลดเกรดจริงๆนักลงทุนสูญเสียความมั่นใจ ส่งผลให้การลงทุนในประเทศลดลง มีการวิเคราะห์ว่าลูกหนี้รายย่อยรากหญ้ามีโอกาสแบกภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในอนาคต จากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถ้าจำเป็นต้องทำแนะนำว่าต้องแจกให้ถูกคน กำหนดการใช้จ่ายให้ชัดเจน กระจายถึงตรงต่อเศรษฐกิจฐานรากจริงๆ ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนทำบล็อกเชน หรือแพลตฟอร์มใหม่ เพราะไม่จำเป็น เป็นความสิ้นเปลือง อาจเสี่ยงกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างได้ ควรใช้แพลตฟอร์มเก่า เช่น เป๋าตังที่มีอยู่แล้ว ทำให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับโครงการ การที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าทำนโยบายนี้ต่อไม่ผิด เพราะรักษาคำพูดต่อประชาชน เป็นนักการเมืองที่ดีมีอุดมการณ์ แต่อย่าละทิ้งสิ่งสำคัญที่สุดคือผลประโยชน์ของชาติและประชาชนที่ยั่งยืน ขอให้นายกฯ ลองเลือกเดิน ระหว่างจะถอยเพื่อชาติ หรือเดินหน้ารักษาคำพูดเพื่อตัวเองและพรรคเพื่อไทยโยกงบซื้อฟริเกตดีกว่าสูญเงินวันเดียวกัน น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลอาจเปลี่ยนมาเป็นการจัดซื้อเรือฟริเกตแทนเรือดำน้ำ กับประเทศจีน ว่า เดิมเรือดำน้ำมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์อยู่แล้ว เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารถามว่าหากยกเลิกสัญญาจะมีผลต่อเบี้ยปรับ มีผลกระทบเรื่องงบประมาณที่ต้องสูญเสียอยู่แล้ว ดังนั้น นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม จึงหาทางเลือกเพิ่มเติมคือเปลี่ยนเป็นซื้อ เรือฟริเกต เพื่อให้สัญญาที่เซ็นจัดซื้อเรือดำน้ำเปลี่ยนเป็นสินค้าอื่น เพื่อทดแทนและใช้งานได้ หากมองใน หลักการการเสียเงินไปเฉยๆกับการได้ของมาใช้งานจริง นายสุทินจึงพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและรอบคอบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรือฟริเกต เรือตรวจการณ์ระยะไกล ไม่ให้สูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ กระบวนการนี้ เป็นข้อเสนอที่ต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบอีกครั้งใน ครม. เพราะงบประมาณก้อนใหญ่ การที่ฝ่ายค้าน จะหยิบยกประเด็นนี้มาโจมตีรัฐบาลสามารถตั้งคำถามได้ ฝ่ายรัฐบาลต้องมีเหตุผลชี้แจง ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะดำเนินการหรือไม่ รัฐบาลคงพยายามเจรจารัฐบาลจีนว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะซื้อเป็นอย่างอื่น แต่ยังไม่ได้ซื้อวันนี้พรุ่งนี้ ต้องมีการเจรจาอยู่แล้วค้านถ่ายทอดสดถก กมธ.ทหารเมื่อถามว่า การประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร วันที่ 26 ต.ค.นี้ มีการเชิญ รมว.กลาโหม และ ผบ.ทร.มาชี้แจง มีผู้เสนอให้ถ่ายทอดสดการประชุมให้ประชาชนรับรู้ด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ตอบว่า บทบาท กมธ.เมื่อมีข้อสังเกต หรือข้อสงสัยใด มีสิทธิเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงได้ แต่การถ่ายทดสด ตามระเบียบไม่มี ขึ้นอยู่กับ ที่ประชุม กมธ.จะเห็นสมควรอย่างไร แต่ปกติแล้ว เนื้อหาสาระที่เกิดขึ้นจากคำชี้แจงหรือการตั้งข้อสังเกต ใน กมธ. จะมีโฆษก กมธ. ประธาน กมธ. และ กมธ.จากทุกพรรคทั้งรัฐบาลฝ่ายค้าน คอยให้ข่าวสารกับประชาชนอยู่แล้ว และการชี้แจงอาจมีเอกสารบางส่วน ที่เป็นเอกสารลับทางราชการ ไม่สามารถเผยแพร่ได้“สมชัย” ถามหน้าไหนรับผิดชอบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอดีตกรรมาธิการสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ไม่ซื้อเรือดำน้ำ เปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตได้หรือไม่” คำตอบคือไม่ง่าย ไม่ใช่ รมว.กลาโหมเออออห่อหมกก็ทำได้เลย ระบบราชการมีระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ขอจัดซื้อไอแพด พอถึง เวลาบริษัทที่สั่งบอกไม่มีไอแพด ขอเปลี่ยนเป็นเครื่อง เดสท็อปตั้งโต๊ะ ก็เออออจะรับตามข้อเสนอดีกว่าไม่ได้ของเลย อย่างนี้ทำไม่ได้ในทางราชการ เมื่อเขา ส่งไม่ได้คุณต้องปรับ เรียกเงินคืน ทำแบล็กลิสต์ เอาเงินคืนคลัง ส่วนอยากจะได้เครื่องอะไรใหม่ ต้องทำเรื่องของบประมาณใหม่ ชี้แจงเหตุผลความจำเป็น หากเร่งด่วนก็ขอใช้งบกลาง หรือทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงรายการอีกที “จึงไม่ใช่เรื่องที่ รมว.กลาโหม บอกว่า เปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกตได้ ยังมีงบประมาณส่วนอื่นที่ใช้ไปกับการเตรียมรับเรือดำน้ำ เช่น การสร้าง ท่าเทียบเรือดำน้ำ การส่งคนไปฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายเตรียมการอื่นๆ หน้าไหนรับผิดชอบ ตอบด้วย” วิป รบ.โยนวุฒิฯชี้ชะตาประชามตินายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สัปดาห์หน้ามีวาระพิจารณาญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ และแจ้งให้ ครม.ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่า จะพิจารณาไปตามระเบียบวาระ เพราะเป็นญัตติที่เสนอเข้าสู่สภาฯไว้ตั้งแต่แรก ส่วนทิศทางของวิปรัฐบาลจะหารืออีกครั้งในวันที่ 24 ต.ค. เวลา 09.00 น. ต้องลองฟังเนื้อหาจากพรรคก้าวไกลด้วย ตามขั้นตอนเมื่อผ่านสภาฯแล้ว ต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบด้วย ก่อนส่งไปยัง ครม.พิจารณา มองว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐสภากดดันการทำงานของรัฐบาลที่ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะรัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว อีกทั้งในกระบวนการของสภาฯใช้เวลานาน ต้องผ่านวุฒิสภาด้วย หากวุฒิสภาไม่เห็นด้วย เรื่องจะไม่ถูกส่งไปรัฐบาลห่วงซ้ำซ้อนชุดทำงานของรัฐบาลเมื่อถามว่า สส.รัฐบาลจะโหวตสนับสนุนญัตติพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายอดิศรตอบว่า ญัตติดังกล่าว พรรคก้าวไกลต้องการส่งให้ ครม.พิจารณาดำเนินการตั้งแต่ต้น แต่ขณะนี้ ครม.ทำแล้ว ดังนั้นจะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความเป็นจริง แม้เรื่องประชามติแก้รัฐธรรมนูญต้องเดินหน้า แต่ขณะนี้รัฐบาลดำเนินไปตามที่กำหนดไว้แล้ว รัฐบาลก็คิดเหมือนกัน แต่การเดินทางไม่เหมือนกัน ส่วนตัวสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลที่เริ่มต้นทำแล้ว เพื่อนำไปสู่การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลต้องการคำถามประชามติที่ไม่ห้ามแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตรา นายอดิศรตอบว่า คำถามนั้นต้องคุยกัน ไม่มีอะไรขัดกัน ส่วนที่ก้าวไกลต้องการให้แก้ทุกมาตรา รวมถึงหมวดหนึ่ง หมวดสองนั้น ต้องคุยในสภาฯ ประเด็นนี้ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลไม่สำเร็จมาแล้ว ดังนั้น หากทำต้องแก้ให้เป็นร้องนายกฯสอบเลี่ยงภาษีที่ดินอีกเรื่อง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ให้ตรวจสอบบริษัท พัฒนสิริ เอสเตท จำกัด บริษัทย่อยของบริษัทแสนสิริฯว่า การซื้อที่ดินจากบริษัท ศิวะแลนด์ จำกัด ตามสัญญาซื้อขาย 499,460,000 บาท มีการหักภาษีโดยถูกต้องและเลี่ยงภาษีหรือไม่ ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากล ทำให้บริษัทแสนสิริฯต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การซื้อขายที่ดินดังกล่าวบริษัทผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษี ค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยบริษัทแสนสิริฯชำระราคาที่ดินทั้งหมดจำนวน 1,734,525,000 บาท เป็นเช็คตามคำสั่งผู้ขาย หลังขายที่ดินดังกล่าว บริษัทศิวะแลนด์ ไม่ส่งงบการเงินปี 2559 อาจส่อเจตนาไม่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ ที่ดินดังกล่าวของบริษัท ศิวะแลนด์ มีต้นทุน 124 ล้านบาท ถ้าคิดตามราคาที่ขาย 499 ล้านบาท จะมีกำไรก่อนเสียภาษี 375 ล้านบาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20 ต้องเสียภาษี 75 ล้านบาท หรือถ้าคิดตามราคา 1,734 ล้านบาท จะมีกำไรก่อนเสียภาษี 1,610 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 322 ล้านบาท ขอให้นายกฯสั่งการเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเรียกเอกสารการซื้อที่ดินดังกล่าวจากบริษัทพัฒนสิริฯมาตรวจสอบ เงิน 1,734,525,000 บาท ที่จ่ายเป็นเช็คตามคำสั่งบริษัท ศิวะแลนด์ฯ จ่ายไปกี่ใบ ให้ใครบ้าง การหักภาษี ณ ที่จ่ายต่ำไปหรือไม่ “ทนายนกเขา” บุกถามอาการ “ทักษิณ”ที่ รพ.ตำรวจเมื่อเวลา 17.30 น. นาย นิติธร ล้ำเหลือหรือทนายนกเขา พร้อมแกนนำกลุ่มเครือข่าย นักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมพูดคุยกับตัวแทนแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมีรายงานว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งให้ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.6 ใช้กำลังชุดควบคุมฝูงชน บก.น 6 จำนวน 2 หมวด 24 คน ตำรวจหญิงและตำรวจชายในเครื่องแบบ 19 คน เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุม นายนิติธรเผยว่า ได้พบกับ พล.ต.ต.กิตติ์ธนทัต เลอวงศ์รัตน์ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ อธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณโดยตรง และไม่ทราบรายละเอียดคนไข้ ส่วนความเห็นที่จะให้รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหรือไม่ไม่ใช่หน้าที่แพทย์ ทุกครั้งการประเมินอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์โดยตรง ความเห็นที่ให้ไปก็ไม่มีการพูดถึงการให้อยู่ต่อ เพราะกรมราชทัณฑ์เป็นเจ้าของคนไข้ชงแก้ ก.ม.สกัดพวกอ้างอาการป่วยนายนิติธรกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่กรมราชทัณฑ์ อ้างเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ป่วย อ้างเรื่องจรรยาบรรณทางการแพทย์ แต่ขณะนี้กรมราชทัณฑ์มีสถานะเป็นเจ้าของคนไข้ ฉะนั้นถ้ากฎหมายเป็นอุปสรรคในการ ปิดบังข้อมูล เราเองก็ไม่ต้องการกระทบบุคคลทั่วไป แต่บุคคลที่ต้องอยู่ในการควบคุมของทางราชการแม้จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาก็ต้องเปิดเผยได้ ต้องเสนอให้แก้ไขกฎหมายต่อไป มิเช่นนั้นจะเป็น ประโยชน์จากการไม่ป่วยแต่อ้างป่วยแล้วปกปิดข้อมูล โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลของผู้ป่วย และกรมราชทัณฑ์ต้องตอบว่าที่ผ่านมาได้ทำบัตรประจำตัวผู้ต้องขังหรือยัง มีทะเบียนประวัติหรือไม่ หากไม่มีถือเป็นการเลี่ยงปฏิบัติเด็ก พท.สับราวีไม่เลิก-รับจ๊อบใครนายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา รวมตัวไปขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ รพ.ตำรวจ ต้องถามเจตนาว่ามุ่งหวังอะไรแน่ รพ.ตำรวจเป็นสถานที่ราชการไม่ใช่ที่สาธารณะที่จะแห่ไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายในสังคม นายทักษิณเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องที่พึงปรารถนา การไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลถือเป็นสิทธิที่ขอได้ และเป็นดุลพินิจฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา คนเคยทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมากมายจะได้สิทธิตรงนี้คงไม่เกินเลยไป อดีตนายกฯต้องอยู่ต่างประเทศนานถึง 17 ปี วันนี้กลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ถามว่าจะเอาอะไรกันอีก บ้านเมืองวุ่นวายมามากแล้ว พอได้หรือยัง ประชาชนเบื่อหน่าย ตอนนี้ควรคิดถึงเรื่องการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องมากกว่า ความจริงกลุ่มคนเหล่านี้ควรทำหนังสือไปสอบถาม ไม่ใช่ยกคณะไปในลักษณะราวีกันเช่นนี้ จะหักหาญล้างผลาญอะไรกันนักหนา เจตนาเรียกร้องต่อรองอะไรหรือเปล่า อย่าคิดว่าไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่