ลมหนาวโชยภาคเหนือ อีสาน ฝนเริ่มซา สัญญาณเปลี่ยนผ่านฤดูอากาศเมืองไทยอุณหภูมิเริ่มไต่ระดับลดลง ตรงกันข้ามกับดีกรีระอุเดือด แนวรบทะเลแดง สถานการณ์สมรภูมิอิสราเอล–ปาเลสไตน์ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นตามเกม แลกเลือดเต็มไปด้วยเงื่อนไขย้อนแย้ง ต่างฝ่ายต่างแรงไม่มีใครยอมใครแนวโน้มใกล้แบ่งข้างตะลุมบอนระหว่างยิวที่มีสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกหนุนหลัง กับฝั่งของฮามาสที่มีอิหร่านกับชาติมุสลิมโดดถือหางยกระดับเป็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์ เซ่นความขัดแย้งเชื้อชาติ ศาสนา โดยมีชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ทั้งอิสราเอล ปาเลสไตน์ รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ไม่เกี่ยวข้องต้องสังเวยไปแล้วกว่า 5 พันคนในจำนวนนั้นรวมพลเมืองไทยด้วยอย่างน้อย 30 ศพ แนวรบทะเลแดงอันตราย อิสราเอล ฉนวนกาซา กลายเป็น “คิลลิ่ง โซน” ไร้ความปลอดภัย นักรบแรงงานของไทยกำลังตกอยู่ในทุ่งสังหารทุกวินาทีมีค่า หมายถึงความเป็นความตายไม่มีเวลาให้อธิบายแก้ต่าง ไม่ต้องอ้างการบริหารจัดการยาก โบ้ยอันไหนทำได้ ทำไม่ได้ มันต้องลุยทุกช่องทางที่มี ทำทุกโอกาสที่เป็นไปได้ ที่สำคัญต้องร่วมด้วยช่วยกันทุกภาคส่วน ทั้งราชการและหน่วยงานเอกชนการอพยพคนไทยกลับมาตุภูมิถือเป็นโจทย์เร่งด่วนขีดเส้นใต้เน้นเป็นภารกิจฉุกเฉินของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ที่ดูจะเริ่มตั้งหลักได้ ระดมส่งเครื่องบินทหาร เหมาเครื่องบินพาณิชย์ ไปทยอยขนคนไทยกลับจากอิสราเอลแบบรายวัน นับได้กว่าพันคนแล้วจากตัวเลขของผู้แสดงความจำนงกลับมาตุภูมิกว่า 8 พันรายรวมทั้งความคิดในการเปิดพื้นที่ประเทศใกล้เคียงอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นที่พักในจังหวะต้องอพยพด่วนคนไทย ก่อนเดินทางกลับประเทศมีแผนหนึ่ง แผนสองรองรับ ไม่ปล่อยให้คอยกันตามชะตากรรมรวมไปถึงการหาช่องทางเจรจาช่วยเหลือตัวประกัน โดยการประสานผ่านตัวแทนกลุ่มประเทศมุสลิมที่มีอิทธิพลทางความคิดเหนือกลุ่มฮามาสใช้การทูตทั้งทางแจ้ง ทางลับ ภายใต้บริบทของความขัดแย้งที่สลับซับซ้อนไม่ใช่โฉ่งฉ่าง โชว์ออฟ ให้เป็นผลลบกับตัวประกันชาวไทย วิกฤติอิสราเอล–ปาเลสไตน์ แนวรบนอกประเทศที่สะเทือนถึงเมืองไทย กลายเป็นโจทย์หินทดสอบผู้นำมือใหม่หัดขับพิสูจน์ “กึ๋น” ฝ่ายบริหาร ในการแก้ไขสถานการณ์คับขันที่สำคัญยังเป็นวาระจรด่วนจี๋ที่แทรกคิวมากดดัน ในจังหวะที่นายเศรษฐาและพรรคเพื่อไทยกำลังโรมรันพันตูกับศึก “ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท”แนวรบต้าน “เรือธง” บุกทุกทิศทุกทางภายหลังจากนายเศรษฐาส่งซิกติดดาบลุย ปลุกกองเชียร์ ประชาชนรากหญ้าช่วยกันออกมาส่งเสียงสนับสนุนโครงการเทกระจาด“เชียร์อัป” ประชานิยมยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่เคยติดตลาดเปิดสงครามชิงกระแส ฟาดฟันกับพลังเสียงของนักเศรษฐศาสตร์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นักวิชาการทีดีอาร์ไอ อาจารย์มหาวิทยาลัยนับร้อย ที่เคลื่อนไหวคัดค้านการนำเงินแผ่นดินมหาศาล ไปเสี่ยงเดิมพันคว่ำตายหงายเป็น แลกกับความนิยมทางการเมืองตามท้องเรื่อง ปั่นเดิมพัน พร้อมลุยวัดดวงเร่งชนวนสงครามต้าน “ดิจิทัล วอลเล็ต” ลุกพรึบพรับด้านหนึ่งก็เกมยุทธ์การตลาดไทบ้าน ทีมเพื่อไทยระดมรถแห่ กองเชียร์เสื้อแดง แท็กทีม “รวมพลคนเอาเงินหมื่น” บุกพรรคเพื่อไทย ให้กำลังใจ “เสี่ยหนิม” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ที่ยืนยันเดินหน้าเต็มกำลังจังหวะรับกับเพลง “คนจนมีสิทธิ์มั้ยคะ” แห่กันคึกคักหักมุมสวนทางกับอีกฝั่ง เสียงดังๆและดุๆจากสมาชิกวุฒิสภาที่แปรรูปขบวน หน้ากระดานเรียงหนึ่ง ถล่มนโยบายเทกระจาดเงินดิจิทัลฯแบบไม่ยั้งโดยเฉพาะคนที่ซัดเข้าเป้าจังๆคือนายเฉลิมชัย เฟื่องนคร สว. อดีตผู้ว่าฯเมืองลับแลผู้ตงฉิน ที่เปิดฟลอร์เป็นทางการ หารือที่ประชุมวุฒิสภา โครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ของรัฐบาลเพื่อไทยเป็นนโยบายที่ส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 162เนื่องจากไม่ชี้แจงรายละเอียด รวมถึงแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ และยังเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ไม่ให้กระทบเสถียรภาพการเงินการคลังของรัฐโครงการนี้มีข้อสงสัยมากมาย จะเอางบ 5.6 แสนล้านบาทจากไหน ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแลกเหรียญดิจิทัลกลับไปกลับมา 6 เปอร์เซ็นต์ รวม 33,600 ล้านบาทไม่นับค่าจ้างทำบล็อกเชน 1.2 หมื่นล้านบาท“เขี่ยชนวน” ชี้เป้าให้จับตาขบวนการ “ฟาดหัวคิว”จับสัญญาณจากสภาสูง สว.ดาหน้าตั้งด่านสกัดเทศกาลเทกระจาดเงินดิจิทัลฯ ลากเข้าเงี่ยงแหลมคม ซ้ำปมทุจริตจำนำข้าว ล้อไปกับจังหวะขยับของตัวปิดจ๊อบ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เดินหน้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลปกครอง ระงับโครงการ แจกเงินดิจิทัลฯ 10,000 บาทเพื่อป้องกันความเสียหายของประเทศ รวมตัวขบวนการคนหน้าเดิม แม้จะถูกตีราคาแค่ “ขาประจำ” แต่หลายครั้งหลายคราก็ทำให้ฝ่ายถืออำนาจสะดุดหัวคะมำมาแล้วแถมแนวโน้มยังมาผสมโรงกับแนวต้านคนละขั้ว แต่จุดยืนตรงกันตามปฏิบัติของฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ของค่ายก้าวไกล ที่เชิญตัวแทนของแบงก์ชาติ ระดับผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎรยืนยันมุมมองของ ธปท.เห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกที่เกี่ยวกับการบริโภคภาคเอกชน โดยความจำเป็น ต้องกระตุ้นผ่านโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ยังมีไม่มากเนื่องจากภาพรวมการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้สูง และตลาดแรงงานก็ฟื้นตัวต่อเนื่อง ดังนั้นผลของโครงการแจกเงินดิจิทัลต่อเศรษฐกิจ อาจจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยมาตรฐานของทีมเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ค้านกันตะบี้ตะบัน แต่ว่ากันด้วยข้อมูลตรงจากฝ่ายปฏิบัติ วัดน้ำหนักกับมุกการตลาดไทบ้าน รถแห่เพื่อไทยเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ตัดสินกันได้ด้วยสายตาเปล่าแต่ทั้งหมดทั้งปวงจะเหมาเอาเสียงของฝ่ายคัดค้านมาตัดสินเลยไม่ได้ เพราะไม่ว่า อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ นักเศรษฐศาสตร์ สว. หรือพรรคก้าวไกล มันก็แค่องค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินใจเท่านั้นในเมื่อสิทธิ์ขาดในการทุบโต๊ะมันอยู่ที่ผู้ถืออำนาจบริหารรัฐบาลจะเดินหน้าเทกระจาดโครงการดิจิทัล วอลเล็ต แบบที่นายเศรษฐายืนยันถอดเกียร์ถอยทิ้ง ก็สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องมีอาการยึกๆยักๆ ชักเข้าชักออกแบบที่ผู้นำต้องเคลียร์ปมร้อนพัลวัน ยันเสียงแข็งไม่มีบริษัทเอกชนในเครือข่ายใกล้ชิดได้ประโยชน์จากการชักหัวคิว ออกแบบบล็อกเชน ต่อเนื่องกับอาการสะดุดแบบที่นายจุลพันธ์ ชักเรื่องกลับ ยอมรับการแจกเงินหมื่นต้องเลื่อนออกไป ไม่ทันฤกษ์ 1 กุมภาพันธ์ปีหน้า ตามบัญชานายกฯเพราะติดสารพัดปมปัญหา ทั้งที่มาของเงินและขอบเขตวิธีการแจกเรื่องของเรื่อง มันสะท้อนอาการกล้าๆเกร็งๆกลัวๆ ตามอารมณ์ของนายเศรษฐารวมถึงนายจุลพันธ์ ที่ต้องแบกรับความเสี่ยงไว้เต็มสองบ่ากับเดิมพันมหาศาล 5.6 แสนล้านบาท แต่ไร้ทิศทางความชัดเจนในการบริหารจัดการ ไม่ต่างกับการแบกโคตรเพชรเข้าป่าเปลี่ยวแบบไร้ทิศทาง เสี่ยงเดินเข้าเงี่ยงแหลมคม ซ้ำปมวิบากทุจริตจำนำข้าวที่แน่ๆเงินแผ่นดิน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ถึงจุดสุดท้าย หากโชคร้าย โครงการถูกประทับตราว่า ไม่สำเร็จ แต่ความผิดสำเร็จในฐานะผู้นำรัฐบาล เจ้าพนักงานรัฐ ไม่อาจหนีความรับผิดชอบ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม