ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่พอจะหยิบจับได้ นอกจากตีโฉบไปโฉบมาเท่านั้น หลังจากบริหารประเทศมาได้ระยะหนึ่งเห็นมีอยู่ 2 อย่างเท่านั้น1.เดินทางเยือนต่างประเทศพบปะผู้นำและนักลงทุนชาติต่างๆ2.เป่านโยบายที่หาเสียงเอาไว้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมแน่ล่ะ...งานอย่างนี้ไม่ถือว่ายาก เพราะทำตามที่วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เพียงแค่เปิดหน้างานก็เห็นผลมีงานหนึ่งที่ไม่ง่ายอย่างคิด แต่เป็นหัวนํ้าหวานที่หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อคือ “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจกทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปเพราะมีเสียงคัดค้านไปรอบด้านด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่คุ้มค่า” พลอยจะทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ลูกหลานต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่ออีกครั้ง“จำนำข้าว” ยังจ่ายหนี้คืนไม่หมด...นี่จะมาปฏิบัติการซํ้ารอยกันอีกแต่ที่ได้เนื้อแต่ไม่รู้ว่าจะได้หนังไปด้วยหรือไม่ ก็ว่าด้วยเรื่อง “ตำรวจ” หลังจากแต่งตั้ง พล.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.เต็มตัว สถานการณ์ในกรมปทุมวันค่อยสงบลง คลื่นใต้นํ้าที่ผ่านมาราบเรียบไร้ร่องรอยหลังจากที่ “บิ๊กต่อ” ได้ใช้มนต์ธรรมะเข้าสยบ แบบไม่มีลับหลัง ต่อหน้าว่ากันมาได้เลย ทำให้ประธาน ก.ตร.“เศรษฐา ทวีสิน” นั่งตีขิมได้อย่างสบายมาถึงโผโยกย้ายระดับรองๆลงมาก็ราบรื่นไร้แรงกระตุกไม่มี “กลิ่นฉาว” การซื้อขายเก้าอี้ให้อึงคะนึงอย่างที่ผ่านมา“อาวุโส–เหมาะสม” ถือเป็นสูตรสำเร็จเพราะมิฉะนั้นอาจขัดลำกล้อง อย่างที่นายกรัฐมนตรีถูกร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาว่าแต่งตั้งโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมายนี่เป็นชนักติดหลัง จนกว่าจะมีการชี้มูลว่า พฤติกรรมเป็นอย่างที่ถูกร้องหรือไม่ แต่นายกรัฐมนตรีประกาศไปแล้วว่า ทำตามกฎหมายและรับฟังเสียงจาก ก.ตร.ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงไม่หวั่นไหวแต่อย่างใดแต่เตือนเอาไว้อย่างว่า งานนี้คนร้องนั้นมีผลงานโดดเด่น ไม่ค่อยพลาดเป้า เพราะรายไหนรายนั้นถูกสอยทุกรายด้วยฤทธิ์มีดบินนี่แหละ...มีอยู่เรื่องที่ “บิ๊กต่อ” พูดเอาไว้และเป็นสาระสำคัญในวงการตำรวจ ที่ใช้เป็นข้อคิดได้เขาบอกว่า ข้าราชการตำรวจทุกงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องมาดูแลผู้บังคับบัญชาหรือ ผบ.ตร. แต่ให้ไปดูแลประชาชนให้ดีสั้นๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจความปัญหาหนึ่งของตำรวจก็เรื่องนี้แหล่ะ ที่ต่างกับทหารตรงที่ทหารนั้น ผู้บังคับบัญชาจะดูแลลูกน้อง อันเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาแต่ของ “ตำรวจ” นั้นตรงกันข้ามคือ “ลูกน้องดูแลนาย”พูดง่ายๆ ต้องส่งส่วยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นลำดับชั้นขึ้นไป ที่ไหนแหล่งเงินดีก็ว่ากันเป็นรายวัน รายเดือน แล้วแต่ความเหมาะสมจะได้ดิบได้ดีก็วัดกันตรงนี้แหละ...ตำรวจท้องที่จึงต้องเหนื่อยและตกเป็น “ผู้ร้าย” ก็เพราะมีงานพิเศษที่ต้องปฏิบัติควบคู่ไปด้วย อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงถ้าจะเข้าเนื้องานจริงๆ นายกรัฐมนตรีต้องรู้ว่าควรทำอะไร?“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม