เรื่องสุดท้าย ในหนังสือสีสันแห่งตุรกี (ชาครีย์นรทิพท์ เสวิกุล เขียน สำนักพิมพ์ แสงดาว พ.ศ.2566) นัสเรดดิน ฮอดจา ปราชญ์อารมณ์ดี ผู้ดีติดดิน...ครับดูภาพรูปปั้น ตาแก่สวมผ้าโพกหัวใหญ่ บอกสถานะผู้รู้นั่นบนหลังลา แต่กลับหันหน้าไปทางหางลา...ก็สะดุดใจนี่คือ เจ้าของเรื่องเล่าขำขัน ประลองปัญญา ส่วนใหญ่ใช้ลาเป็นตัวเอก แพร่หลายในหลายวัฒนธรรมไม่ว่าชาวเติร์ก อัฟกัน อิหร่าน อุซเบกิฯ เรื่องเล่าบางเรื่องถูกเอาไปปนกับนิทานอีสปมีตัวตนจริง เกิดราวปี ค.ศ.1208 จังหวัดเอสกิเชเฮียร์ ตอนกลางของตุรกี เป็นอิหม่าม เป็นครูสอนศาสนา เป็นตุลาการ (ดาโต๊ะยุติธรรม) ตัดสินคดีความผมเคยอ่าน เรื่องของนัสเรดดิน บ้าง แต่เป็นตลกสั้นๆสองสามบรรทัด วันนี้ได้อ่านเรื่องยาวหลายๆเรื่อง เจอสองเรื่องที่อ่านแล้ว ยิ้มออก เรื่องแรก วิถีแห่งพระเจ้าวันหนึ่งที่อากาศร้อนจัด นัสเรดดิน ฮอดจา นอนหลบแดดอยู่ใต้ร่มเงาของต้นวอลนัทเขาสังเกตเห็นฟักทองลูกมหึมาที่เติบโตออกมาจากเถาวัลย์บอบบางเลื้อยไปบนดิน แล้วเหลือบสายตาขึ้นไปมองลูกวอลนัทเล็กๆ ที่เติบโตอยู่บนต้นไม้ใหญ่“บางที ข้าก็ไม่เข้าใจวิถีของพระเป็นเจ้าเอาจริงๆ” นัสเรดดินพึมพัมกับตัวเอง“ก็ดูเอาสิ ต้นไม้ที่ใหญ่โตกลับออกลูกวอลนัทเล็กนิดเดียว ในขณะที่ฟักทองลูกมหึมากลับโตมาจากเถาวัลย์บอบบางทั้งเล็กกระจิ๋วหลิว”จังหวะที่นัสเรดดิน กำลังตั้งข้อสงสัย ลูกวอลนัทลูกหนึ่ง ก็หลุดจากขั้ว ตกลงมากลางศีรษะของเขานัสเรดดิน ยันกายลุกขึ้น แล้วยกมือขึ้นทำท่าขอบคุณพระเป็นเจ้าบนสรวงสวรรค์“โอ้ พระเป็นเจ้า โปรดให้อภัยข้า ที่บังอาจแสดงความคลางแคลงใจต่อวิถีของพระองค์ พระองค์ทรงรู้ดีที่สุดแล้ว” นัสเรดดิน เน้นเสียงดังถ้าหากฟักทองลูกมหึมา เติบโตบนต้นไม้ใหญ่ ช้าคงไม่รอดแล้วเรื่องต่อมา ช่วยพระจันทร์คืนหนึ่ง นัสเรดดิน ฮอดจา ออกไปเดินในสวน เมื่อเดินไปถึงบ่อน้ำ เขาก็เห็นเงาของพระจันทร์ อยู่ในน้ำ“แย่แล้ว” นัสเรดดินอุทาน พระจันทร์หล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกลงมาอยู่ในบ่อน้ำของข้า”นัสเรดดิน วิ่งขมีขมันเข้าไปในบ้าน เอาตะขอผูกปลายเชือกรีบวิ่งออกมา ถึงบ่อน้ำเขาโยนตะขอลงไป แล้วค่อยๆดึงตะขอขึ้นแต่ก็บังเอิญ ปลายตะขอด้านหนึ่งไปติดร่องหินข้างบ่อน้ำนัสเรดดินตกใจ ออกแรงดึงเชือกมากขึ้นๆ จนกระทั่งตะขอหลุดจากแง่หิน เขาเสียหลักล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้านาทีนั้นนัสเรดดินปวดเนื้อตัวมาก จนแทบจะขยับไม่ไหวแต่เมื่อเขามองขึ้นไปบนฟ้า ก็เห็นพระจันทร์ส่องสว่างอยู่บนฟ้า นัสเรดดินก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจเขารำพึงกับตัวด้วยความภูมิใจ“แม้จะเจ็บตัว แต่อย่างน้อยข้าก็ช่วยพระจันทร์ให้กลับขึ้นไปอยู่บนฟ้าได้เหมือนเดิม”ทั้งเรื่องในบ้านเมือง เรื่องชายแดน ไปถึงเรื่องในโลก...ล้วนมีแต่เรื่องเครียดๆอย่างน้อยก็ ยังมีช่วงเวลาให้เดินไปซื้อหนังสืออ่าน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ที่ศูนย์สิริกิติ์ ยังมีอยู่ครับ (12-23 ต.ค.)พักหัวใจจากข่าวสาร หาเวลาอ่านหนังสือผ่อนคลายกันบ้าง... เทียบกับอีกหลายๆบ้านเมือง เมืองไทยเราวันนี้ ถือว่าโชคดีหนักหนาแล้ว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม