สว.ไล่ขย่ม “ดิจิทัล วอลเล็ต” “เฉลิมชัย” ชงฟัน กกต.ไม่เอาผิด พท.แจกเงินหมื่นเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ คาใจเสก 5.6 แสนล้านมาจากไหน ไม่จ่ายตรงเข้าบัญชีธนาคารต้องเสียค่าธรรมเนียม 3.3 หมื่นล้านแลกเหรียญดิจิทัลกลับไปกลับมา แถมต้องจ้างทำโปรแกรมบล็อกเชนอีก 1.2 หมื่นล้าน “สมชาย” ขยี้อันตรายบ่อเกิดหายนะการเงิน แฉคนเจ๊งคริปโตรับจ๊อบทำโปรเจกต์ ห่วงถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินพนัน ชี้ส่อเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ ปูทางสู่การยุบพรรค “พท.” เดินหน้าไม่มีถอย “จุลพันธ์” เปิดพรรคต้อนรับกลุ่มรวมพลคนเอาเงินหมื่น เชียร์รัฐบาลลุยแหลก “เศรษฐา” โต้ไม่มีเอี่ยวบริษัทรับทำแอปฯ ท้าระบุชื่อมาให้ชัด ยัน “แสนสิริ-เอ็กซ์สปริง” ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน พร้อมชี้แจงทุกเม็ด นายกฯตะลุยแดนมังกร จับเข่าคุย “ปูติน” ดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย กล่อม 5 ยักษ์ใหญ่จีนลงหลักปักฐานในไทยจากกรณีนโยบายแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ถูกกระแสคัดค้านอย่างหนักจากหลายฝ่าย ล่าสุดที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี 2565 ได้หยิบยกโครงการดังกล่าวมาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และ สว.บางคนเตือนจะเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะทางการเงินของประเทศ สว.ยุฟัน กกต.ไม่เอาผิดแจกเงินหมื่นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี 2565 โดยนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สว.อภิปรายตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) มีนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ได้รับคำตอบไม่ผิด เพราะ เป็นงบประมาณรัฐ ไม่ใช่เงินส่วนตัว กกต.ตอบเช่นนี้ ติดกระดุมเม็ดแรกผิดพลาดมหันต์ ไม่นำกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา ปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนสูง กกต.ใช้หลักเกณฑ์ใดมาตัดสินว่าหากใช้งบฯรัฐแจกแล้วไม่ผิด ขณะนี้ไม่มีความชัดเจนจะนำงบฯมาจากไหนมาใช้ ควรไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิด กกต. ใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 234 และ 235 กกต.ต้องกำหนดกลไกความรับผิดชอบพรรคการเมืองที่ประกาศโฆษณานโยบาย โดยไม่วิเคราะห์ความคุ้มค่าและความเสี่ยงรอบด้าน การแจกเงินดิจิทัลเป็นการสัญญาว่าจะให้อย่างเห็นได้ชัด ซื้อเสียงล่วงหน้า แต่ กกต.ตีความไม่ผิด หวังว่า กกต.คงไม่ปล่อยนโยบายแบบนี้ออกมาอีกในอีก 4 ปีข้างหน้าห่วง ผอ.ออมสินลาออกหนีถูกกดดันนายเฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ขณะที่พรรค พท.ทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐสภา ไม่ชี้แจงแหล่งที่มารายได้ที่จะนำมาใช้จ่าย ครม.ต้องไม่บริหารประเทศ โดยมุ่งสร้างความนิยมทาง การเมือง ก่อความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลออกข่าวมาตลอดจะไม่กู้ แต่จะใช้มาตรา 28 พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ ให้ธนาคารออมสินจ่ายงบประมาณไปก่อนในโครงการนี้ แต่โครงการดังกล่าวไม่ได้อยู่ในหน้าที่และวัตถุประสงค์การจัดตั้งธนาคารออมสิน หากบังคับ ผอ.ธนาคารออมสินมากๆ อาจลาออกได้ เพราะกลัวมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 การที่นายกฯระบุวันที่ 1 ก.พ.67 เงินดิจิทัลจะเข้าสู่ระบบ ประชาชนจะได้เงิน แต่จะเอาเงินมาจากไหน งบฯปี 67 จะออกเดือน เม.ย. แสดงว่า ครม.ต้องใช้วิธีกู้เงินจากธนาคารออมสิน แต่เงินที่กู้มาถือเป็นเงินแผ่นดิน ต้องพิจารณารอบคอบตามวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด มีหลายหน่วยงานมีอำนาจตรวจสอบโครงการนี้ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. รัฐบาลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษจับตาส่วนต่างแลกเงิน-ค่าทำบล็อกเชนนายเฉลิมชัยกล่าวว่า โครงการนี้มีข้อสงสัยมากมาย จะเอางบ 5.6 แสนล้านบาทมาจากไหน ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารโดยตรงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแลกเหรียญดิจิทัลกลับไปกลับมา 6% อีก 33,600 ล้านบาท ค่าจ้างทำโปรแกรมบล็อกเชน 1.2 หมื่นล้านบาท หากเกิดเงินเฟ้อ สินค้าแพงขึ้น หนี้สาธารณะจะเพิ่มอีกเท่าใด จริงหรือที่การแจกเงินจะทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุน 3 รอบ ได้ถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่าเห็นด้วย การที่นายกฯเดินทางไป จ.พิษณุโลก วันที่ 14 ต.ค.66 ปลุกระดมให้ชาวพิษณุโลกคัดค้านคนไม่เห็นด้วยกับโครงการเงินดิจิทัล เป็นการพูดให้ประชาชนขัดแย้งแตกแยกหรือไม่ขยี้อันตรายบ่อเกิดหายนะการเงินนายสมชาย แสวงการ สว.ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่นายกฯสัญญาจะให้นโยบายที่หาเสียงไว้เป็นจริง แต่ต้องรับฟังความเห็นต่างจากนักเศรษฐศาสตร์และอดีตผู้ว่าการ ธปท. เท่าที่เห็นยังไม่มีเสียงคนกลุ่มนี้สนับสนุนโครงการดังกล่าว สิ่งที่ทุกคนเตือนคือจะเกิดหายนะทางการเงิน เป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่ไม่เคยได้ยินเสียงชี้แจงจากรัฐบาล โครงการนี้ถูกตั้งคำถามมากมายทั้งเรื่องแหล่งเงิน เพราะเราไม่มีเงินแล้ว จะหาเงินจากไหน ทำไมไม่แจกเงินสดอย่างตรงไปตรงมา และทำไมต้องแจกทุกคน เศรษฐี คนชั้นกลาง ข้าราชการ สส. สว. นักเล่นหุ้น 3 ล้านกว่าคน ได้เงินด้วยถูกต้องหรือไม่ การแก้ปัญหาความยากจนต้องพุ่งเป้าไปกลุ่มที่ต้องการ แต่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่สิ่งที่สำคัญทำไมต้องสร้างบล็อกเชนใหม่ ไม่ใช้แอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้ว มีอะไรซ่อนอยู่ เพราะมีรายงานว่าการทำ “Super App” ต้องใช้เงินอย่างน้อย 12,000-20,000 ล้านบาทต่อปีห่วงฟอกเงินพนันคนเจ๊งคริปโตรับงานนายสมชายกล่าวต่อว่า ในสภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องอัดฉีดสเตอรอยด์ให้คนไข้มากเกิน ถ้าไม่ตายจะหายแบบชั่วคราว ไม่มีทางฟื้นถาวร ทราบว่ามีคนบางส่วนไปเจ๊งคริปโตมา พยายามจะมีผลประโยชน์กับค่าจ้างทำบล็อกเชน 12,000 ล้านบาทต่อปีที่เป็นแอปพลิเคชันใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้กับคน 56 ล้านคน รัฐบาลต้องตอบให้ได้ บล็อกเชนใครเป็นคนคุม ใช่มาเฟีย ทุนเทาหรือไม่ที่มีผลประโยชน์จากแอปดิจิทัลเหล่านี้ เท่าที่ทราบตอนนี้มีราคารับซื้อ 10,000 บาท แลกเงินสด 7,000 บาท อาจมีมาเฟียเกี่ยวกับพนันออนไลน์ แปลงเงินดำเป็นขาวเข้ามาซื้อ แล้วมาเบิกกับรัฐ มีมูลค่าเป็นแสนล้านบาทส่อสัญญาจะให้นำไปสู่ยุบพรรคได้“โครงการนี้ไม่ต่างจากโครงการจำนำข้าว กกต.ควรย้อนไปดูนโยบายพรรค พท. เรื่องแจกเงิน 1 หมื่นบาทให้ชัดเจน เข้าข่ายสัญญาจะให้หรือไม่ หากเข้าข่ายอาจผิดกฎหมายเลือกตั้งนำไปสู่การร้องยุบพรรค พท.ได้ ตอนนี้ ป.ป.ช. สตง. และ กกต. ตั้งกรรมการติดตามเรื่องนี้แล้ว ยืนยันไม่ได้เป็นปฏิปักษ์รัฐบาล อยากบอกให้เลิกเถอะ อย่าดันทุรัง สิ่งที่รัฐบาลไม่ได้บอกประชาชนชัดเจนคือ หากเกิดความเสียหายขึ้นจะทำอย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่เคยได้รับความรับผิดชอบ บางคนหนีไปต่างประเทศ บทเรียนตรงนี้ต้องคิดให้ดี โครงการนี้พรรค พท.หวังผลเลือกตั้งแน่นอน โดยเฉพาะเด็กอายุ 16 ปีที่จะมีสิทธิได้เลือกตั้งในอนาคต”นายสมชายกล่าว พท.ยันเดินหน้าแจกเงินหมื่นเมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) กลุ่มรวมพลคนเอาเงินหมื่น นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ อดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรค พท.ได้มอบเสื้อที่มีข้อความ “ประชาชนสนับสนุน 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต” และสติกเกอร์ให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง พร้อมร้องเพลง “คนจนมีสิทธิ์มั้ยคะ คนจนมีสิทธิ์มั้ยคะ เงินหมื่นจะได้สักที เพราะมีหนี้นะคะ” เพื่อสนับสนุนให้เดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยนายจุลพันธ์กล่าวว่า จริงๆไม่ว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้านเราพร้อมรับฟัง ไม่แปลกใจ ที่มีเสียงคัดค้าน เพราะทุกนโยบายรัฐบาลที่ทำมามีทั้งค้านและสนับสนุน ที่นายกฯบอกให้ประชาชนสะท้อนเสียงมา ไม่ได้ต้องการให้เกิดความแตกแยก แต่เพื่อต้องการรับฟังเสียงประชาชนให้รอบด้าน เพราะเรามาจากประชาชนเห็นความลำบากของประชาชน เมื่อเข้ามาจึงต้องการให้อยู่ดีกินดี ต้องการให้เศรษฐกิจประเทศไทยโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% เป็นอย่างน้อย ฟังเสียงทุกเสียง ทั้งความเป็นห่วงเม็ดเงินไปลงที่คนรวยแล้วจะใช้หรือไม่ วันนี้เราคิดว่าตัดในส่วนของคนรวยออกหรือไม่ เราคิดจริงๆ ถ้าไม่ได้รับฟังเสียงของประชาชนดีไม่ดีจะตัดไปเรื่อยๆ แต่เมื่อฟังเสียงวันนี้ชัดเจนทุกคนยังรออยู่ ฉะนั้นในฐานะที่เป็นรัฐบาลและได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการเรื่องนี้ ยืนยันว่าเราสู้และจะสนับสนุนนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้“เศรษฐา” โต้ไม่มีเอี่ยวรับทำแอปฯที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะจ้างบริษัทในเครือข่ายของนายกฯ จัดทำแอปพลิเคชันรองรับการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยเป็นตัวเลขมากขึ้น 12,000 ล้านบาท ว่ายืนยันไม่มีเรื่องค่าคอมมิชชัน ไม่มีการหักเบี้ยบ้ายรายทางหรือถูกหักเงิน 3% และไม่มีการจ้างเป็นหมื่นล้านบาทอย่างที่กล่าวหา แต่ตัวเลขน้อยมากและไม่ใช่ประเด็นแน่นอน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าเป็นการจ้างบริษัทในเครือข่ายของตนนั้นขอให้ระบุชื่อมาให้ชัด เพราะแสนสิริไม่ได้ทำแอปฯ แน่นอน ส่วนบริษัทเอ็กซ์สปริง แคปปิตอล ที่ตนเคยเป็นกรรมการอยู่ ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ขอให้บันทึกว่าสองบริษัทดังกล่าวไม่ได้เข้ามารับงาน ผู้สื่อข่าวถามว่าการกล่าวหาลักษณะนี้เหมือนเป็นการจงใจมากเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะตนเป็นบุคคลสาธารณะ พร้อมชี้แจงและตรวจสอบได้ มั่นใจว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี ส่งผลกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม และให้ประโยชน์กับประชาชน เรามั่นใจในความโปร่งใสของนโยบายนี้ลั่นพร้อมชี้แจงทุกประเด็นสงสัยเมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจในข้อมูล แต่เหตุใดจึงไม่เลือกชี้แจงให้สังคมเข้าใจ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนอยากให้คณะกรรมการศึกษาเงินดิจิทัลฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้ชำนาญการจากหลายฝ่าย มีข้าราชการระดับสูง ซึ่งเห็นตรงและเห็นต่างกันบ้าง มีข้อแนะนำต่างๆได้มีสิทธิ์พูด เพราะเรามีคณะกรรมการกลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน ขอเวลาให้ได้ถกกันให้ดี ต้องให้เกียรติกรรมการทุกคน ส่วนการชี้แจงอาจจะช้าก็น้อมรับ ไม่อยากพูดอะไรเร็วเกินไป แต่หากมีประเด็นขึ้นมาพร้อมชี้แจง อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าหากทุกอย่างมีความพร้อม จะทำให้หมดสงสัย ยืนยันว่าทุกๆข้อสงสัย ทุกๆคำแนะนำ จะถูกนำไปพิจารณาและปรับปรุงเพื่อให้เป็นนโยบายที่ดีที่สุด ปราศจากเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนความชัดเจนจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ประกาศเอาไว้ตั้ง ผบ.ตร.ทำถูกต้องตรงไปตรงมานายเศรษฐายังกล่าวถึงกรณีนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนชี้มูลความผิดกรณีการฝ่าฝืนจริยธรรมนักการเมือง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 แต่งตั้ง ผบ.ตร.โดยมิชอบว่า ตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของความยุติธรรม ไม่ได้ลุด้วยอำนาจ ทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ วันประชุมมีการเสนอ 4 ชื่อมาพิจารณา มีการอภิปรายกันกว้างขวางและโหวตถูกต้องตรงไปตรงมา มี ก.ตร.2 คน คือ พล.ต.อ.วินัย ทองสองและนายฉัตรชัยพรหมเลิศ เป็นกรรมการสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เช็กฝ่ายกฎหมายแล้ว ไม่ได้เป็นข้อห้ามการปฏิบัติหน้าที่ ย้ำประชามติต้องผ่านศาล รธน.เมื่อเวลา 12.00น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการว่าวันที่ 16 ต.ค. มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ ชุดรับฟังความเห็นและชุดการศึกษาแนวทางประชามติ โดยวางกรอบเวลาไว้ภายในเดือน ธ.ค.66 หรือช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้อนุมัติออกมา ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำประชามติได้ จะทำประชามติกี่ครั้งตอนนี้มีหลายความเห็น แต่สิ่งสำคัญต้องทำคือเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว และหากมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่ถูกตีตกไปอีก ต้องสอดรับกับแนวทางศาลรัฐธรรมนูญตามที่มีแนวทางไว้แล้ว เมื่อถามว่าต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อความชัดเจนหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า หากยื่นไม่ได้มีผลอะไร เพราะเรื่องยังไม่เกิด ควรทำให้ชัดเจนแล้วค่อยยื่น“นิกร” โอ่ปั้น รธน.ของ ปชช.ฉบับที่ 2นายนิกร จำนง กรรมการและโฆษกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการใน “คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560” และเป็นอนุกรรมการใน “คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พุทธศักราช 2560” ดีใจและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญนี้ทั้ง 2 คณะอนุกรรมการ ตั้งใจจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆของประชาชนมาประกอบ เพื่อนำเสนอไปสู่การทำประชามติที่ชัดเจนถูกต้อง ให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ตามนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดนี้แถลงเป็นคำมั่นสัญญาไว้ต่อประชาชนให้จงได้ยื่น ป.ป.ช.สอบ 5 สส.ถือครองที่ดินรัฐวันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์อีเอ็มเอสถึงสำนักงาน ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ สส. 5 คน กรณีการแจ้งการถือครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ได้แก่ 1.นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรค ปชป. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินพ้นจาก สส.วันที่ 20 มี.ค.66 ระบุมีที่ดิน ส.ป.ก.เลขที่ 513 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 73 ตร.ว. ที่ไม่แจ้งมูลค่า แต่ต่อมาเมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค.66 กลับไม่มีการแจ้งรายการที่ดิน ส.ป.ก.ดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 2.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.กรณีพ้นตำแหน่ง สส.วันที่ 20 มี.ค.66 มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง มูลค่า 3 แสนบาท และยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.กรณีรับตำแหน่ง สส.วันที่ 4 ก.ค.66 ที่ยืนยันจะมีที่ดิน ภ.บ.ท.5 ดังกล่าว จึงควรตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบหรือไม่ 3.นายสมศักดิ์ บุญประชม สส.อุบลราชธานี พรรค พท. ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค.66 มีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื้อที่ 1 งาน 5 ตร.ว.มูลค่า 5 แสนบาท ขอให้ตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบหรือไม่เผย สส.ก้าวไกลมีที่ดิน ส.ป.ก. 18 ไร่นายเรืองไกรกล่าวว่า 4.นายสรวีย์ ศุภปณิตา สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค.2566 ระบุมีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 91 ตร.ว. มูลค่า 740,000 บาท ควรตรวจสอบว่าเป็นไปโดยชอบหรือไม่ 5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.กรณีรับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค.66 มีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 รวม 2 แปลงที่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เนื้อที่ 1 งาน 62 ตร.ว. และเนื้อที่ 1 งาน 48 ตร.ว. ราคาแปลงละ 20,000 บาท ขอให้ตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ที่แจ้งไว้ว่าเป็นไปโดยชอบหรือไม่ ขอให้ ป.ป.ช. นำข้อมูลรายละเอียดที่ สส. 5 รายแจ้งไว้มาตรวจสอบต่อไป “ประเสริฐ” แจงถือ ภ.บ.ท.5 ถูก ก.ม.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า มีที่ดิน ภ.บ.ท. 5 อยู่ 1 แปลง มูลค่า 300,000 บาท เป็นเรื่องเก่าที่เคยถูกร้องเรียนมาแล้ว ยืนยันที่ดิน ภ.บ.ท. 5 แปลง ดังกล่าวเป็นของภรรยา ได้รับสิทธิและสัมปทานจากกรมธนารักษ์ ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้กระทำผิด ไม่อยากมองว่าเป็นการดิสเครดิต แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายนายสรวีย์ ศุภปณิตา สส.ปทุมธานี พรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ดิน ส.ป.ก.ดังกล่าว ได้รับตกทอดเป็นมรดกมา นายเรืองไกรร้องต่อ ป.ป.ช.ถือเป็นสิทธิ แต่ชี้แจงได้ ไม่มีปัญหาอะไร“บิ๊กโจ๊ก”ส่งม็อบพีมูฟกลับบ้านเมื่อเวลา 12.40 น. ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนินนอก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟ นำโดยนายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาพีมูฟ แถลงข่าวยุติการชุมนุม หลังปักหลักชุมนุมยาว 15 วันว่า พีมูฟเจรจากับรัฐบาลไม่เป็นทางการ 2 ครั้ง มีการนำข้อเรียกร้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.วันที่ 16 ต.ค. และประสานงานส่วนราชการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจ กำหนดแผนทำงานร่วมกันวันที่ 17 ต.ค. เชิญผู้แทนระดับกรมที่เกี่ยวข้องทั้ง 10 เรื่องทำข้อตกลงร่วมกัน ใช้อนุกรรมการแก้ไขปัญหาภายใต้หลักประกัน 4 เรื่องคือ 1.การเจรจาหลักการและแนวทางการแก้ไขปัญหา 6 ข้อ 2.เมื่อได้หลักการร่วมกัน สรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 เรื่อง และปัญหารายกรณี 266 กรณี 3.ต้องมีการเจรจารายปัญหา และ 4.พีมูฟต้องได้รับการยืนยันจากสำนักปลัดสำนักนายกฯว่า ตลอดการชุมนุม 15 วัน ได้มีกระบวนการต่างๆเกิดขึ้น และจะดำเนินการอย่างไรจากนี้ จากนั้นจึงทยอยเก็บสัมภาระขึ้นรถ บขส.ที่รัฐบาลเตรียมให้กลับภูมิลำเนา มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.มาอวยพรให้พี่น้องพีมูฟกลับบ้านอย่างปลอดภัยนายกฯพบ 5 นักธุรกิจยักษ์ใหญ่จีนสำหรับภารกิจเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation : BRF) ครั้งที่ 3 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 1 ชม.)เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่โรงแรมไชน่า เวิลด์ มีนักธุรกิจบริษัทชั้นนำของจีนทยอยเข้าเยี่ยม คารวะและหารือกับนายกฯ ได้แก่ นายจู เหอซิน ประธานบริษัทซิติก กรุ๊ป บริษัทด้านการบริการทางการเงินแบบครบวงจร และใช้เทคโนโลยีระดับสูง หารือด้านพลังงานสะอาด และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม นายหยงไค ซุน ประธานบริษัทซีอาร์อาร์ซี กรุ๊ป รัฐวิสาหกิจจีนที่ผลิตอุปกรณ์ขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดในโลก หารือความร่วมมือพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของไทย รวมทั้งรถไฟเพื่อการขนส่งอื่นๆ นายเซียะ ยงหลิน ประธาน บริษัท ผิงอัน 1 ใน 3 ของผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของจีน นายอาเลน หลั่ม รองประธานบริษัท เสี่ยวมี่ บริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ของจีน และนายฟาน เจียง ผู้บริหารบริษัทอาลีบาบา อินเตอร์เนชันนัล ดิจิทัล คอมเมิร์ช กรุ๊ป ตามลำดับชวนมาลงหลักปักฐานในไทยต่อมาเวลา 15.30น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ภาพรวมการหารือกับภาคเอกชนของจีนว่า ได้พูดคุยกับภาคเอกชน 5 บริษัท มีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ร่วมด้วย โดยซิติก กรุ๊ปลงทุนอยู่แล้วในประเทศไทยบางส่วน ที่สำคัญเป็นบริษัทผลิตล้อแม็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ชี้แจงไปว่า ปัจจุบันไทยมีบริษัทผลิตรถอีวีจากจีนถึง 4 ราย และอีก 2 รายกำลังจะตามเข้ามา หากมาตั้งโรงงานใหญ่ที่สุดในไทยจะประกันได้ว่าเขาจะมีธุรกิจต่อเนื่องได้ เขารับปากพูดคุยและจะดูต่อ จากนั้นซีอาร์อาร์ซี กรุ๊ป เชี่ยวชาญระบบราง เขาหาช่องทางที่จะมาสร้างโรงงานผลิตรถไฟฟ้าที่ไทย สอดคล้องกับที่ตนเดินทางมาที่จีนที่มาดูเรื่องข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (One Belt One Road) ที่จะทำเรื่องโลจิสติกส์ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมจากจีน ลาวมาถึงไทย หากสร้างโรงงานผลิตหัวรถจักรหรือขบวนรถไฟได้ที่ไทยจะเป็นจุดส่งออกต่อไปให้ทั่วโลก โดยแจ้งให้เขาทราบว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ได้อนุมัติให้ศึกษาการทำแลนด์บริดจ์ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของโลจิสติกส์ เป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เขามีท่าทีที่สนใจมากขึ้นเน้นจุดขายโลจิสติกส์เข้มแข็งนายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนผิงอัน กรุ๊ป บริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีธุรกิจธนาคารด้วย มีเทคโนโลยี AI และมีธุรกิจเล็กๆในเมืองไทยอยู่ แต่การลงทุนยังน้อยอยู่ ได้พูดติดตลกไปว่า มาเมืองไทยตั้งนานแล้ว แต่ทำไมลงทุนน้อยจัง จึงพยายามหาโอกาสให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น จากนั้นพบกับผู้บริหารบริษัทเสี่ยวมี่ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกบริษัทหนึ่ง มีธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ในลำดับ 1-3 และตั้งสำนักงานใหญ่ที่ไทย แต่ยังไม่มีฐานผลิต พยายามให้ติดต่อมาสร้างฐานการผลิต สุดท้ายบริษัทอาลีบาบาฯ บริษัทอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดในโลก และมีสำนักงานอยู่ในไทยแล้วผ่านบริษัท ลาซาด้า เขารับปากจะเอาสินค้าเอสเอ็มอีของไทยกระจายขายทั่วโลกให้มากยิ่งขึ้น เข้าใจว่าทั้ง 5 บริษัท เข้าใจเจตนารมณ์ดีขึ้นว่าที่เรามาร่วม ประชุม One Belt One Road เพื่อชี้แจงเรื่องโลจิสติกส์จุดแข็งของไทยในอนาคต รวมทั้งแผนอนาคตที่จะขยายแลนด์บริดจ์ รวมทั้งจุดโน้มน้าวที่ให้เข้ามาลงทุน โดยมีมาตรการทางภาษีสนับสนุน ทุกคนดีใจและกระตือรือร้นที่จะเข้ามาทำธุรกิจในไทยมากขึ้น ถก ปธ.สภาประชาชนแห่งชาติจีนจากนั้นเวลา 16.30 น. ที่ Reception Hall มหาศาลาประชาชน นายเศรษฐาได้เข้าหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายกฯกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 74 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 ต.ค.66 และแสดงความเสียใจอย่างยิ่งที่มีนักท่องเที่ยวจีนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์เด็กอายุ 14 ปีกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าในไทย โดยย้ำรัฐบาลไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวได้เยียวยาและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทุกคนอย่างดีที่สุด และชื่นชมบทบาทรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจและการขจัดความยากจน ด้านนายจ้าว เล่อจี้ กล่าวว่า จีนพร้อมร่วมมือกับไทยในกรอบพหุภาคี ทั้งกรอบอาเซียน และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ฝากความระลึกถึงประธานรัฐสภาของไทยจับเข่าคุย “ปูติน” รับปากเยือนไทยต่อจากที่เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ นายเศรษฐา หารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย โดยนายกฯกล่าวยินดีที่ได้พบหารือกัน ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างชื่นชมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยาวนาน 125 ปี เห็นพ้องกันว่าควรเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว นายกฯได้แจ้งว่าที่ประชุม ครม.วันที่ 16 ต.ค.ของไทยมีมติเพิ่มวันพำนักให้ชาวรัสเซียจาก 30 วันเป็น 90 วัน ขอให้รัสเซียส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันให้มากขึ้น พร้อมเชิญชวนให้รัสเซียพิจารณาเพิ่มการลงทุนในไทย และเชิญประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางเยือนไทย ขณะที่ ประธานาธิบดีปูตินตอบรับที่จะเดินทางเยือนไทย โดยจะร่วมกำหนดวันที่ทั้งสองฝ่ายสะดวกต่อไปกระทั่งเวลา 18.30 น. นายกฯเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและภริยาเป็นเจ้าภาพ ที่มหาศาลาประชาชน ร่วมกับผู้นำประเทศที่มาเข้าร่วมการประชุมเวที ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทางครั้งที่ 3อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่