เพื่อไทยลั่นไม่มีถอย แจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ตแน่ “อนุสรณ์” โต้นายกฯไม่ได้ปลุกกองเชียร์กดดันสังคม แค่อยากรับฟังฟีดแบ็ก มั่นใจไม่มีอะไรมาขวางนโยบายได้ สส.พท.ขอให้เคารพการตัดสินใจของรัฐบาล “วรชัย” ห้าวบอกอย่าไปฟังเสียงพวกเจ้าเก่า-ขาประจำ ท้าทายคนคัดค้านให้ประกาศสละสิทธิ ปชป.จวก พท.ยกข้ออ้างมักง่ายไป หนุน ป.ป.ช.-สตง.ตรวจสอบเข้ม นิด้าโพลหนุนเดินหน้าต่อ แต่ยังมีคนกังวลอาจได้ไม่คุ้มเสีย แต่ถ้าได้มาจะเอาไปใช้จ่ายแน่ องค์กรสิทธิสตรีจี้ทุกพรรคเร่งสกัดคุกคามทางเพศหลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง อ้อนขอให้ผู้สนับสนุนเปล่งเสียงเชียร์นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จนถูกมองว่าเป็นการปลุกกองเชียร์ออกมากดดัน ด้าน สส. อดีต สส. พรรคเพื่อไทย พากันแก้ต่างให้ว่าแค่อยากรับฟังเสียงสะท้อน พร้อมกับเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรขวางนโยบายนี้ได้ พท.ลั่นไม่มีถอยแจกเงินหมื่นแน่เมื่อวันที่ 15 ต.ค. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสียงวิจารณ์โครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยืนยันว่าจะไม่มีการระงับหรือยุติโครงการนี้เด็ดขาด มีแต่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จ หลักการของโครงการไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปรับเปลี่ยนบ้างในรายละเอียด เงื่อนไขบางเรื่อง ทั้งนายเศรษฐาและนายจุลพันธ์พูดชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ และจะนำข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์มาพิจารณา พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดื้อดึงหรือดันทุรังโดยปราศจากเหตุผล ตรงกันข้าม พรรคได้ศึกษา นโยบายแจกเงินดิจิทัลโดยผู้เชี่ยวชาญต่างๆมาตลอด ตั้งแต่ริเริ่มกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถปฏิบัติได้จริง โครงการนี้เปรียบเหมือนการปั๊มหัวใจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว จะเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ ประชาชนมีกำลังใช้จ่าย ร้านค้ามีสภาพคล่อง สร้างเศรษฐกิจประเทศให้กลับมากินดีอยู่ดีกันอีกครั้งโต้นายกฯไม่ได้กดดันเชียร์ รบ.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายกฯอ้อนประชาชนที่สนับสนุนโครงการแจกเงินดิจิทัลให้ออกมาเปล่งเสียงเชียร์ และอย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วยโดยไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการนี้ ตลอดเวลา 1 เดือนที่นายกฯทำงานมาอย่างเต็มที่ คนเราตั้งใจและเต็มที่มากๆ ก็ตั้งคำถามกับประชาชนว่าทำขนาดนั้นแล้วคิดเห็นอย่างไร คงไม่ใช่พูดกดดันประชาชนหรือส่งสัญญาณให้ออกมาเชียร์รัฐบาล คงอยากฟังฟีดแบ็ก เมื่อถามว่าในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นเจ้าของนโยบาย กังวลว่าจะเกิดกระแสต่อต้านจนทำให้นโยบายต้องสะดุดหรือไม่ นายอนุสรณ์ตอบว่า ไม่คิดว่าเสียงที่ออกมาให้ข้อเสนอแนะเป็นการต่อต้าน หากยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ เราน้อมรับฟังทุกเสียง มันจะไม่เกิดประโยชน์หากออกนโยบายไปแล้วประชาชนมีเงื่อนไข หรือติดอุปสรรคไม่สามารถเข้าร่วมได้มั่นใจไม่มีอะไรขวางนโยบายได้นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตที่ตั้งขึ้นมา มีกรรมการจากหลายภาคส่วนและการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติในรัฐสภาก็มีช่องทางตั้งข้อสังเกตอยู่ คิดว่าคณะกรรมการคงนำเอาข้อเสนอต่างๆไปปรับแก้ แต่เท่าที่ฟังความเห็นของ ประชาชนมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ หากเราตั้งธงร่วมกันว่าเราจะทำโครงการนี้ คิดว่าวิธีการหรืออะไรก็ตามคงไม่เป็นอุปสรรคจนกลบให้โครงการนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้แย้ม สส.แห่หนุน “อุ๊งอิ๊ง” นำพรรคนายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ (กก.บห.) ว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่าถ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ถือเป็นดาวฤกษ์มีแสงในตัวเอง หากจะขึ้นมาถือธงนำเป็นหัวหน้าพรรคให้ช่วงนี้ จะเป็นการเสริมการทำงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำให้มีความเป็นสถาบันการเมืองมากขึ้น และเสียงตอบรับจาก สส. บุคลากรทางการเมือง สมาชิกพรรคก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่อย่างไร ก็ตาม บรรยากาศการเลือก กก.บห.คงต้องดูวันนั้นอีกครั้ง แต่เท่าที่ฟังเสียงทุกคนก็สนับสนุนว่าถึงเวลาของ น.ส.แพทองธาร เหมาะสมที่สุดที่จะขึ้นมาถือธงนำพรรค เพื่อต่อยอดไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าให้เคารพการตัดสินใจของรัฐบาลน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่นายเศรษฐาอ้อนอยากให้กองเชียร์ออกมาเปล่งเสียงสนับสนุนการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต คงอยากฟังเสียงสะท้อนของประชาชน หากเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและมีความจำเป็นต้องใช้ ให้ช่วยส่งเสียงออกมา เพื่อรับฟังทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ หลักการมีอยู่แค่นี้ ไม่ได้ดราม่าดึงมวลชน เวลาพรรคมีนโยบายเราคิดอย่างรอบคอบแล้ว แต่อาจยังไม่ได้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้พรมแท้จริงมากนักว่ามีปัญหาอะไร ถามว่าเราผลักดันหรือไม่ เราผลักดัน เพราะจุดประสงค์ของนโยบายนี้คือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่ารัฐบาลจะคิดอย่างรอบคอบ และสิ้นเดือน ต.ค.นี้จะมีคำตอบที่ชัดเจน ทั้งรูปแบบวิธีการจัดสรรที่มาของเงินจากช่องทางต่างๆ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รับฟัง เรารับฟังถึงได้มีการขยายขอบเขต เช่น จากเดิมระยะทาง 4 กิโลเมตร ให้โอกาสรัฐบาลทำงาน เมื่อเรามอบอำนาจให้ตัวแทนของเราเข้าไปทำงาน ความรับผิดชอบของพรรคการเมืองและรัฐบาลมีอยู่แล้ว ขอให้เคารพการตัดสินใจของรัฐบาล อย่าไปฟังเสียงเจ้าเก่า-ขาประจำนายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตจำเป็นต้องทำ เพราะประชาชนคาดหวังเฝ้ารอเม็ดเงิน 10,000 บาท เปรียบเหมือนฝนที่ตกลงมากลางทะเลทราย ช่วยเหลือชาวบ้านร้านค้าได้มาก ประชาชนได้ประโยชน์แน่นอน และจะมีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป อยากให้นายกฯมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป อย่าไปฟังเสียงคนค้านแค่หยิบมือเดียว พวกขาประจำเจ้าเก่าหน้าเดิม และหน่วยเดิมๆอยู่สุขสบาย มีรายได้เดือนละเป็นแสน เขาไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว เขาไม่รู้จักความจนเพราะไม่เคยจน ข้องใจอย่างเดียวว่าสมัยรัฐบาลที่แล้วไม่เห็นออกมาค้านมาด่าบ้าง อมอะไรเอาไว้อยู่ ทั้งๆที่รัฐบาลตอนนั้นกู้แล้วก็กู้ ก่อหนี้สร้างภาระให้ประเทศ แต่พอวันนี้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่ทันไรก็ค้านกันแล้วท้าทายคนค้านประกาศสละสิทธิ์นายวรชัยกล่าวต่อว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตคล้ายกับนโยบายเงินผัน และการตั้งสภาตำบล สมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ช่วยลัดขั้นตอนราชการไม่ต้องผ่านอำเภอ จังหวัด ชาวบ้านประชาชนได้เงินเต็มๆ ไม่มีตกหล่น ไม่โดนหักค่าหัวคิว พรรคเพื่อไทยเคยทำกองทุนหมู่บ้านสำเร็จมาแล้ว “ในอดีตสภาตำบลเคยถูกคัดค้าน แต่รัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไม่สนใจ เดินหน้าตามที่ตั้งเป้าไว้จนสำเร็จ ดิจิทัลวอลเล็ตอาจจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน และเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์จะออกมาดี เพราะเป็นนโยบายที่ทำออกมาบนพื้นฐานหลักคิดช่วยเหลือประชาชน “พวกที่ออกมาคัดค้าน บอกว่าห่วงสถานะการเงินประเทศบ้าง กลัวรัฐบาลไม่มีตังค์บ้าง ให้ประกาศมาเลยว่าขอสละสิทธิ์ไม่เอาเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะได้ช่วยชาติประหยัดงบประมาณ แบบนี้น่าจะสบายใจ หายห่วงขึ้นมั้ย ผมจะเสนอให้รัฐบาลทำแอปพลิเคชันให้ลงทะเบียนคัดกรอง เปิดให้แจ้งสละสิทธิ์ วินวิน กันไปเลย”ปชป.จวก พท.ยกข้ออ้างมักง่ายด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายเศรษฐาออกมาอ้อนประชาชนให้เปล่งเสียงเชียร์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นสิทธิของนายกฯและองคาพยพรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่พยายามออกมาชี้นำประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่นายกฯไม่ได้ทำคือการอธิบายด้วยเหตุด้วยผล อาทิ ที่มาของโครงการ ความคุ้มค่า ภาวะเงินเฟ้อว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน การที่หลายฝ่ายออกมาท้วงติง อย่ามองว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นบรรดานักเศรษฐศาสตร์ หรือผลการสำรวจความคิดเห็นของสถาบันต่างๆ หลักการเป็นผู้นำที่ดีต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชน และประเทศเป็นที่ตั้ง ทิ้งสิ่งดีไว้ให้ลูกหลาน อย่าสร้างภาระให้กับประเทศและประชาชน ดูจะง่ายเกินไปที่บอกเพียงว่าถ้านโยบายนี้ผิดพลาดรอบหน้าก็อย่าเลือกพรรคเพื่อไทย หนุน ป.ป.ช.–สตง.ตรวจสอบเข้มนายราเมศกล่าวว่า รัฐบาลอย่าผลักใสไล่ส่งความเห็นเหล่านั้น เชื่อว่าหากยังยืนยันเดินหน้าต่อไป ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมีแน่นอน ด้วยหลายเหตุผล นโยบายขาดการศึกษาอย่างรอบด้าน ไม่ละเอียดรอบคอบ คิดเพียงเพื่อใช้รณรงค์หาเสียง การใช้งบถึง 5.6 แสนล้านบาท ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง อีกหลายเหตุผลที่เห็นได้ว่านโยบายนี้ได้ไม่คุ้มเสีย สนับสนุนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอบนโยบายนี้ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อให้เกิดปัญหาการทุจริต ผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนของฐานะทางการเงินการคลังประเทศนิด้าโพลหนุนไปต่อขณะที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ควรไปต่อหรือพอแค่นี้?” ระหว่างวันที่ 9-11 ต.ค. พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 30.92 ค่อนข้างกังวลต่อนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อาจได้ไม่คุ้มเสีย (เช่น เกิดภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ) ตามคำเตือนของ 99 นักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ รองลงมาร้อยละ 28.47 ระบุว่าไม่กังวลเลย ร้อยละ 25.27 ระบุว่ากังวลมาก ร้อยละ 15.19 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 0.15 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 47.10 เห็นว่าควรดำเนินนโยบายต่อ แต่ควรมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน รองลงมาร้อยละ 32.52 ให้ดำเนินนโยบายต่อตามที่ได้หาเสียงไว้ ร้อยละ 18.85 บอกว่าควรหยุดดำเนินนโยบายนี้ได้แล้ว นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยืนยันว่า เมื่อรับเงินแล้วจะนำไปใช้จ่าย เมื่อถามความคิดเห็นประชาชนต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยหากรัฐบาลยกเลิกนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ร้อยละ 60 เชื่อว่า ส่งผลกระทบให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยลดลงพท.เลียบค่ายยื่นประกบร่างนิรโทษอีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล เสนอแนะให้พรรคเพื่อไทยยื่นร่างประกบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับพรรคก้าวไกล หากหวั่นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะเอื้อให้กับกลุ่มคนที่โดนคดีอาญามาตรา 112 ว่า เป็นสิทธิที่นายพริษฐ์จะเสนอ แต่เชื่อว่าการดำเนินการทุกเรื่องของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันหรือขับเคลื่อนนโยบายด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ต้องมีส่วนผสมที่ลงตัว ประชาชนที่เฝ้ารอการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องก็มี ขณะเดียวกันยอมรับว่ามีประชาชนที่รอการแก้ปัญหาการเมืองเช่นกัน ฉะนั้นต้องรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ไม่ใช่ฟังเฉพาะนายพริษฐ์หรือแค่บางส่วน เชื่อว่าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกัน รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเสนอแนะทุกเสียง เพราะแก้แล้วต้องดีกว่าเดิม อีกทั้งวันนี้รัฐบาลสลายความขัดแย้งแล้ว จะทำอะไรต้องระมัดระวัง รวมถึงต้องยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อถามว่าทางพรรคได้มีการหารือเรื่องนี้ไว้บ้างหรือไม่ นายอนุสรณ์ตอบว่า มี ทุกการประชุมของพรรคเพื่อไทยมีผู้เสนอเรื่องนี้ คิดว่าเมื่อถึงจังหวะที่รวบรวมข้อมูลสำคัญแล้ว คงจะมีคณะกรรมการที่ดูแลแต่ละเรื่องออกมาแถลงความคืบหน้าจี้ทุกพรรคเร่งสกัดคุกคามทางเพศวันเดียวกัน กลุ่มองค์กรด้านสิทธิผู้หญิง เด็ก และความเป็นธรรมทางเพศ ออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อพรรคก้าวไกล รวมถึงพรรคการเมืองและองค์กรที่กำกับดูแลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ทั้งที่เคยและยังไม่เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวเนื่องกับการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ ดังนี้ 1.ประกาศนโยบายและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศในองค์กรให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม 2.จัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่าย มีความละเอียดอ่อนต่อประเด็นเรื่องเพศ และถือเอาผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง 3.กำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนที่ชัดเจน รอบด้าน มีกรอบเวลาดำเนินการโดยไม่ชักช้า มีแนวทางเยียวยาผู้เสียหาย และมีมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างได้สัดส่วนต่อความผิดที่เกิดขึ้น 4.มีมาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย ผู้แจ้งเหตุ และพยาน 5.มีมาตรการเชิงรุกป้องกันปัญหาการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศในองค์กร และ 6.ในฐานะองค์กรด้านนิติบัญญัติพรรค การเมืองควรริเริ่มและผลักดันให้มีการออกกฎหมายเฉพาะด้านเพื่อจัดการปัญหาการคุกคามทางเพศ โดยกำหนดลักษณะฐานความผิดให้ชัดเจน และครอบคลุมพฤติกรรมที่เป็นการคุกคามทางเพศในลักษณะต่างๆ กำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิด และมีมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิด และให้การคุ้มครองทางกฎหมายที่ชัดเจนแก่ผู้เสียหายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่