ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ เดินสายเยี่ยมเยียนและแนะนำตัวของนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ในบริบทประเทศอาเซียนเป็นก้าวบาทที่ต้องพึงปฏิบัติ ประเทศที่เหลือค่อยไล่เก็บไปจนกว่าจะครบนอกนั้นก็เป็นประเทศระดับ “บิ๊ก” เช่น จีน ญี่ปุ่น ที่นอกเหนือจากเจรจาพูดคุย เรื่องเศรษฐกิจแล้ว ยังจำเป็นเรื่องการถ่วงดุลอำนาจอีกด้วยก็อย่างนี้แหละความเป็นผู้นำประเทศที่มุ่งหวัง “ควิกวิน” ทุกเรื่องก็ต้องเอาการเอางานเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงในความเป็นประเทศไทยที่สำคัญก็คือบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 30แต่ดูเหมือนดวงและโฉลกจะต้องผูกพันกับเหตุการณ์ร้ายๆอย่างไม่คาดการณ์มาก่อน ทำให้ต้องเจอความท้าทายต่ออำนาจยิ่งนักเหตุการณ์เด็กวัย 14 ปี กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนจนเสียชีวิตไป 2 คน นึกว่าจบแล้ว ปรากฏล่าสุดเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายแรงสะท้อนนี้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวพอสมควร เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นคนจีนที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการหารายได้เข้าประเทศแม้ผลกระทบจะไม่มาก แต่ก็กร่อยไปพอสมควรพลันที่เรื่องนี้เบาบางลงก็เกิดเหตุตามมาติดๆ เมื่อ “ฮามาส” เปิดปฏิบัติการโจมตี “อิสราเอล” คู่ขัดแย้งระดับอภิมหาอมตะแบบชาตินี้เรารักกันไม่ได้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำท่าจะกลายเป็นการเปิดสงครามตะวันออกกลางขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียวเพราะต่างฝ่ายต่างก็มีมหาอำนาจหนุนหลัง“สหรัฐฯ” ออกตัวเต็มแรงในฐานะ “ลูกพี่ใหญ่” ส่งเรือรบทันสมัยที่สุดเคลื่อนพลไปหนุนช่วยอิสราเอลทันทีประกาศลบฉนวนกาซาที่ฮามาสยึดครองออกจากแผนที่โลก“อังกฤษ” อีกแนวร่วมส่งอาวุธและพลรบไปร่วมสงครามทันที เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอันเกริกไกรยิ่งอีกฝ่ายทั้งรัสเซีย-จีนบอกให้เจรจา กันยุติสงครามแต่เพื่อนร่วมรบประเทศที่อยู่รายล้อมอิสราเอลก็เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อช่วยฮามาสจนเกิดการยิงถล่มใส่กันนั่นทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าศึกนี้จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน?ไม่ต่างจากยูเครนพื้นที่สงครามอีกแห่งหนึ่งที่ลากยาวมาเป็นปีๆแล้วแน่นอนว่าสภาพสงครามในหลายจุดและปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่แล้ว จึงเป็นตัวเร่งชักนำไปสู่สงครามโลกได้ทันทีสงครามโลกครั้งที่ 1-2 โลกก็อยู่ในภาวะอย่างนี้พูดง่ายๆว่ากำลังใกล้จุด “หมดความ” ยับยั้งชั่งใจกันแล้วแต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องเตรียมพร้อมในที่ตั้งเอาไว้เป็นดีที่สุด อย่างน้อยราคาน้ำมันก็คงพุ่งขึ้นติดเพดานแน่สำหรับประเทศไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีใหม่แกะกล่องเหมือนโชคชะตาฟ้ากำหนดเพราะเหตุการณ์ที่อิสราเอลนั้น ไทยเจอแจ็กพอตเข้าไปเต็มๆ เนื่องจากแรงงานกว่า 30,000 คนที่นั่นเสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับเป็นตัวประกันด้วยเงื่อนไขที่ยากอย่างนี้การช่วยเหลือคนงานไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัยจึงไม่ง่าย นอกจากโชคช่วยอย่างหนึ่งแล้วความสามารถในเชิงยุทธ์ที่จะเจรจาและประสานงาน จึงต้องครบเครื่องจริงๆ จึงจะแก้ไขได้เป็นงานฝีมือที่จะพิสูจน์ความสามารถให้ปรากฏ!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม