หัวหมุนติ้ว เจอปัจจัยเหนือการควบคุมโจมตีซ้ำแล้วซ้ำอีก ภารกิจเร่งด่วน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ช่วยชีวิต 16 ตัวประกันไทย จากผลพวงสงคราม “อิสราเอล-กลุ่มฮามาส” และแรงงานไทยอีกหลายพันคนในพื้นที่สู้รบฉนวนกาซานาทีฉุกเฉินรัฐบาล “เศรษฐา” ต้องอัปเดตสถานการณ์สู้รบตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานแข่งกับเวลา เจรจาทั้งหน้าฉากและหลังฉากกับทุกฝ่าย ช่วยคนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยช็อตต่อเนื่องต้องเร่งแก้ปัญหา ต่อจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กรณีเด็กอายุ 14 ปี กราดยิงคนในห้างสรรพสินค้ากลางกรุง ไม่ทันข้ามสัปดาห์ก็มาเจอภัยสงครามถล่มซ้ำ“นายกฯนิด” แบกภารกิจหลังแอ่น ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยชีวิตคนไทย แต่ผลพวงไฟสงครามยังกระแทกไปถึงปัญหาราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และของแพง ที่จะเกิดความอ่อนไหวตามมาอีกสารพัดสวนทางกับที่เพิ่งอัดฉีดมาตรการประชานิยม ลดราคาพลังงานในประเทศ อาจต้องเหนื่อยเปล่า เจอปัจจัยสถานการณ์โลกแทรก ต้องวางแผนรับมือเพิ่มเติมอีกหลายชั้นวิกฤติฉุกเฉินล่อเป้าให้ไล่แก้ปัญหาหืดจับ ทดสอบฝีมือผู้นำในภาวะวิกฤติซ้ำเติมรัฐบาลว้าวุ่นมากขึ้น นอกเหนือจากโจทย์หลักการบริหารประเทศที่ไต่ระดับความร้อนแรงหนักขึ้น โดยเฉพาะแรงต้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่นับวัน เสียงดังขึ้นเรื่อยๆกองต้านไม่ได้หยุดอยู่แค่กองทัพนักวิชาการ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือบรรดาตัวตึง สส.-สว.ที่รุมกินโต๊ะล้มโครงการแจกเงินหมื่นล่าสุด ยังมีแรงปะทะเพิ่มจากผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งทีมมอนิเตอร์เกาะติดนโยบายตัวพ่อประชานิยม โจทก์เก่าอย่าง ป.ป.ช.ไม้เบื่อไม้เมาโครงการจำนำข้าว สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ติดเครื่องตรวจสอบรัฐบาลเพื่อไทยรอบใหม่ หาช่องโหว่การใช้จ่ายงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาทขู่กันล่วงหน้า หาก ป.ป.ช.ส่งคำเตือนให้ระมัดระวังแล้วไม่ฟัง ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา “นายกฯเศรษฐา” ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในฐานะหัวหน้าทีมรัฐบาลรัฐบาลเพื่อไทยได้ใจหายใจคว่ำ ลุ้นระทึกตอนจบจะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าวอีกหรือไม่แรงต้านมาทุกสารทิศ ไฟต์บังคับบีบทีมงานขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่มี “นายกฯเศรษฐา” เป็นประธาน เริ่มเงี่ยหูฟังเสียงทักท้วงเค้าลางที่เริ่มเห็นสัญญาณทบทวนโครงการ ลดเงื่อนไขเสี่ยงอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ จากแจกแบบเหวี่ยงแหให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป อาจเป็นให้เฉพาะผู้มีรายได้น้อย หรือผู้สมควรได้รับการช่วยเหลือ ที่ต้องลงทะเบียนเข้าระบบตั้งแท่นลดจำนวนคนเข้าร่วมโครงการน้อยกว่า 56 ล้านคน เซฟงบประมาณไม่ต้องใช้ถึง 5.6 แสนล้านบาทตามความน่าเป็นห่วงถึงแหล่งที่มางบประมาณโครงการบิ๊กโปรเจกต์ที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจกแจงจะมาจาก 3 ทางเลือก ได้แก่ 1.การลดงบประมาณปี 2567 ที่ไม่จำเป็น 2.การให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจออกเงินให้ก่อน 2-3 แสนล้าน แล้วรัฐบาลชดใช้คืนให้ภายหลัง 3.การให้รัฐบาลกู้เงินโดยตรงเห็นสัญญาณขยายเพดานหนี้ เลี่ยงไม่พ้นการกู้เงิน เพิ่มหนี้สาธารณะต่อเนื่อง โดนเสียงวิจารณ์แนวทางเข้าอีหรอบเดิม กู้เงินมาใช้ในนโยบายประชานิยม ไม่ต่างจากที่เคยวิจารณ์รัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรอบที่แล้วดิจิทัลวอลเล็ตตั้งท่าอลเวง จากที่คิดเส้นทางราบรื่น ดันกลายเป็นเส้นทางอันตราย ต้องระวังตัวแจทุกฝีก้าวแม้สุดท้ายอาจจะไม่ตรงปก ลดเงื่อนไขไปบ้าง แต่ยังไงก็ต้องไปต่อ อย่างที่เห็นการตั้งแท่นให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าระบบเดือน พ.ย.นี้ ตอกย้ำจุดยืน พรรคเพื่อไทยใส่เกียร์เดินหน้า ไม่มีเหยียบเบรกถึงจะมีโอกาสเจ็บตัวสูงก็ต้องลุย เพราะมาไกลจนเกินกว่าจะถอยหลังกลับ อุตส่าห์พูดจาให้ความหวังประชาชนจนเคลิบเคลิ้มทั้งประเทศ ถ้าต้องยกเลิก ได้เสียคนหนักแน่เพราะเป็นความคาดหวังสูงสุดของประชาชนที่ไว้ใช้ทดแทนการสูญเสียความไว้วางใจพรรคเพื่อไทยที่ไปจับมือพรรค 2 ลุงตั้งรัฐบาลโปรเจกต์ยักษ์จุดขายสำคัญ ทำว้าวุ่นทั้งรัฐบาล อาจกลายเป็นจุดตาย หากทำไม่สำเร็จ!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม