อีกไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างแน่นอนคือแหล่งที่มาของ “เงิน” สำหรับนโยบายประชานิยม “ดิจิทัล วอลเล็ต” จำนวน 5.6 แสนล้านบาทเพราะนี่คือประเด็นที่รัฐบาลปิดเงียบไม่ยอมแพร่งพรายเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะทุ่มลงไปอ้างเหตุผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท่ามกลางข้อกังขาต่างๆนานาเริ่มด้วยว่าจะแจกทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปไม่ว่าจะยากดีมีจน นี่ก็ทำให้ชวนคิดได้ว่าเหมาะสมหรือไม่คุ้มค่ากับการลงทุนด้วยเม็ดเงินมากมายอย่างนี้ทำให้เสียวินัยการเงินการคลังหรือไม่กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจขณะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น และที่บอกว่าจะหมุนได้หลายรอบ จากการศึกษาแล้วพบว่าแค่รอบเดียวเท่านั้นหากผิดพลาดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ทำให้คิดกันไปถึง “จำนำข้าว” ที่ยังใช้หนี้ไม่หมด ซึ่งนโยบายนี้เดินตามเส้นทางที่ไม่ต่างกันที่สำคัญก็คือการใช้เงินจำนวนมากอย่างนี้โดยไม่ผ่านสภาให้ความเห็นชอบ ถือเป็นวิธีการที่หลีกเลี่ยงอย่างแยบยลป.ป.ช.จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้แล้วที่เป็นคำถามสำคัญก็คือจะเอาตรงไหนมาดำเนินการโดยรัฐอ้างว่าจะไม่กู้แต่ข่าวที่ออกมายืนยันว่าจะกู้ผ่านธนาคารของรัฐก็ต้องรอดูของจริงว่าจะกู้หรือไม่และดำเนินการวิธีไหนที่เผยออกมานิดก็ตรงที่จะสามารถหาเงินคืนได้จากวิธีการด้านภาษี โดยรับประกันว่าเงินที่ใช้ไปนั้นไม่สูญหายไปไหนแน่เสียงคัดค้าน ณ วันนี้ได้ขยายวงกว้างไปเรื่อยๆจาก ธปท.อดีตผู้ว่าการ ธปท. นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยนี่ว่ากันด้วยหลักวิชาที่เป็นเหตุเป็นผลแต่รัฐบาลยืนยันว่าไม่หยุดจะดำเนินการต่อไปเรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของ “เพื่อไทย” ที่มุ่งสู่ชัยชนะจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อแพ้ก็อุบเงียบไว้จนสามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ก็ควักออกทันที!เมื่อมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนโดยทั่วไปต่างตั้งความหวังกับเงิน 10,000 บาท ที่จะได้แบบฟรีๆถ้ารัฐบาลหยุดไม่ทำต่อก็เจ๊งทันทีนั่นเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลจะต้องทำให้ได้แม้อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรค่อยไปว่ากันอีกที เพราะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้เกิดความมั่นคงและต่อยอดไปถึงอนาคตข้างหน้าเป็นแผนหนึ่งที่จะเอาชนะ “ก้าวไกล” ให้ได้ในสนามเลือกตั้งอีก 4 ปีแต่คนไทยโดยทั่วไปที่ยังมีความทรงจำกับประชานิยม “จำนำข้าว” ว่านี่กำลังจะต้องแบกหนี้ก้อนใหญ่อีกแล้วหรือ“เพื่อไทย” นั้นผ่านนโยบายที่ประสบความสำเร็จไล่มาตั้งแต่ “ไทยรักไทย” แต่มาเสียทีก็ตรงรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”ด้วยความที่มีนักคิดนอกกรอบจึงมีนโยบายที่ค่อนข้างจะหวือหวาแบบได้เสียทุกครั้งไปหากสำเร็จก็ได้คะแนนนิยมถ้าผิดพลาดขึ้นมาไพร่พลก็ติดคุกแต่ตัวใหญ่รอดไปได้ทุกที!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม