ประเทศไทยห่างไกลจากอิสราเอลกว่าหกพัน กม.และประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งกับประเทศใดๆในโลกแม้แต่ชาติเดียว!!แต่สงครามใหญ่ระเบิดที่อิสราเอล ประเทศไทยพลอยฟ้าพลอยฝนโดนหางเลขเต็มเปา!!พี่น้องแรงงานไทยเดือดร้อนหนักสาหัสเป็นอันดับ 2 รองจาก 2 ชาติคู่สงคราม อิสราเอล-ปาเลสไตน์ทั้งๆที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้แม้แต่นิดเดียวอัปเดตล่าสุด พี่น้องคนไทยเสียชีวิตไปแล้วถึง 21 ศพได้รับบาดเจ็บไปอีก 13 คนและมีคนไทยถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันอีก 16 คนยังไม่รวมพี่น้องแรงงานไทยที่อยู่ในเขตสู้รบอันตราย ต้องเร่งอพยพกลับบ้านอีกกว่า 5,000 คนกลุ่มชาวต่างชาติที่เจอพิษสงคราม รองจากไทยคือชาวอเมริกัน ซึ่งเสียชีวิตไป 14 รายอันดับ 3 ชาวเนปาล เสียชีวิต 10 รายอันดับ 4 ชาวอาร์เจนตินา เสียชีวิต 7 ราย สูญหาย 15 คนอันดับ 5 ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิต 2 ราย สูญหาย 14 คนส่วนชาติอื่นๆ เช่น ยูเครน อิตาลี บราซิล รัสเซีย อังกฤษ เสียชีวิต 1 ถึง 2 รายกลุ่มอาเซียน มีชาวฟิลิปปินส์ ถูกจับเป็นตัวประกัน 1 คน สูญหาย 6 คน และชาวกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่า “นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน” กำลังใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการอพยพแรงงานไทยให้กลับบ้านเกิดอย่างปลอดภัยและรวดเร็วแต่คนไทยต้องการกลับบ้านกว่าห้าพันคน จะต้องใช้เครื่องบินไม่ต่ำกว่า 15 เที่ยวบินยังมีแรงงานไทยที่เสียชีวิตอีก 21 ศพ ซึ่งยังกระจัดกระจายต้องเร่งส่งกลับบ้านเช่นกัน“แม่ลูกจันทร์” ห่วงที่สุดคือ พี่น้องชาวไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน 16 คน (ชาย 15 คน หญิง 1 คน)ยังไม่รู้ว่าถูกกักขังอยู่จุดใดในฉนวนกาซา? ยังไม่รู้ว่าพี่น้องของเราจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? และจะต้องถูกกักขังไปอีกกี่วันกี่เดือน?ต้องเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มฮามาสเป็นกองกำลังก่อการร้าย ที่โหดเหี้ยมอำมหิตไร้มนุษยธรรมผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกัน ต้องเผชิญชีวิตยากลำบากอย่างแน่นอน!!การใช้ช่องทางการทูตเจรจาให้ปล่อยคนไทย 16 คน ก็ลำบากยากเย็น เพราะเป้าหมายของกลุ่มฮามาสต้องการ ใช้ตัวประกันเป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรองกับฝ่ายอิสราเอลแต่ผู้นำรัฐบาลอิสราเอลประกาศว่าจะไม่มีการต่อรองใดๆฝ่ายนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ก็ประกาศว่าการแลกเปลี่ยนตัวประกันจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าสงครามจะสิ้นสุดลงกรรมเวรก็ตกที่พี่น้องคนไทย 16 ชีวิตที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นเชลยรัฐบาลนายกฯเศรษฐาจะทำอย่างไรที่จะเอา 16 คนไทยกลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็ว??หนักใจแทนรัฐบาลชะมัดเลย.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม