เนื่องจาก วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี กำหนดให้เป็นวันสำคัญของชาติ วันนวมินทรมหาราช วันแห่งการสวรรคตครบ 7 ปี หรือที่เรียกว่า สัตมวรรษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมในวันสำคัญประกอบด้วยพิธีพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลในเวลา 07.30 น. ณ ท้องสนามหลวง และพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สำหรับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน วางพวงมาลาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. สำหรับประชาชนสามารถวางพวงมาลา หรือดอกไม้สดได้ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยแจ้งความประสงค์วางพวงมาลา ณ จุดลงทะเบียนอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯการเดินทางโดยทางเรือ กรมเจ้าท่า จัดเรือบริการข้ามฟากจำนวน 3 ท่าเรือ ประกอบด้วยท่าเรือวัดอรุณ ท่าเรือวัดระฆัง และท่าเรือ ท่าช้าง โดยไม่คิดค่าบริการ ในส่วนของ ขสมก. จัดเดินรถเฉพาะกิจ จำนวน 4 เส้นทาง มายังอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ได้แก่ เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เส้นทางสนามศุภชลาศัย เส้นทางท่าช้างสนามหลวง และเส้นทางวงเวียนใหญ่ มีรถรับส่งจำนวน 27 คัน และยังจัดรถวิ่งวนภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 1 เส้นทาง เป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดการใช้รถส่วนตัว โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะจัดจุดจอดรถสำหรับประชาชนไว้ด้านนอกในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารและน้ำดื่มเพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายราชสักการะ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญกับ การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เป็นอย่างมาก มีพระราชดำริว่าป่าไม้เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของชาติ และนำมาซึ่งความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การทรงงานในเรื่องป่าจึงผสานเป็นแนวทางเดียวกันกับการจัดการทรัพยากรน้ำและดิน ในปี พ.ศ.2504 ประเทศไทยเข้าสู่ยุคสมัยของการพัฒนา พื้นที่ป่าไม้แปรสภาพเป็นพื้นที่การเกษตร พื้นที่อุตสาหกรรม จัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย พัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและผลิตกระแสไฟฟ้า บางพื้นที่ถูกใช้เป็นแหล่งปลูกพืชเสพติด ส่งผลให้พื้นที่ป่าลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทรงพบว่าพื้นที่ป่าไม้ ถูกทำลายขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น จึงทรงพิจารณาศึกษาแนวทางช่วยเหลือ โดยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสภาพวิถีชีวิตของราษฎรในพื้นที่เกิดโครงการหลวงเป็นโครงการเพื่อรักษาป่าต้นน้ำในบริเวณพื้นที่ป่าภาคเหนือที่ถูกทำลาย โครงการหลวงประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรให้ดีขึ้น มีอาชีพมีงานทำ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานพัฒนาโครงการหลวง มอบพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์พระราชทานคำแนะนำให้ชีวิตใหม่กับพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทยเท่านั้น.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม