สภาวะที่เป็นจริงสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังร้อนระอุ เมื่อ “ฮามาส” ปฏิบัติการสายฟ้าแลบโจมตีอิสราเอลด้วยกองกำลังและอาวุธครบเครื่องหากไม่เกิดขึ้นจริงพูดที่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อปกติจะเป็นเพียงการลอบโจมตีบางจุดบางสถานที่ มีก็แต่อิสราเอลเท่านั้นที่จะปฏิบัติการเช่นนี้ได้นั่นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการต่อสู้ที่ก้าวหน้าขึ้นจากกองโจรก่อการร้ายเป็นรูปแบบการรบที่มียุทธวิธีมากขึ้นสะท้อนความจริงในข้อนี้ก็คือหลังถูกลอบโจมตีแล้วอิสราเอลก็ประกาศล้างแค้นทันควัน สั่งปิดล้อมฉนวนกาซาตัดนํ้าตัดไฟการเข้าออกเรียกว่า “ปิดเมือง” เพื่อจัดการอย่างเด็ดขาดอันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เป็นจริงที่เหนือกว่า เพราะมิฉะนั้น “ยิว” คงมิอาจดำรงความเป็นประเทศบนพื้นที่ตรงนั้นได้ผลที่เกิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกี่ยวข้องกับไทยก็เพราะแรงงานไทยกว่า 30,000 คน ไปทำงานที่อิสราเอลได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันนั่นแหละคือสิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินการเพื่อช่วยเหลือให้ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามที่สำคัญก็คือเป็นการวัดศักยภาพของรัฐบาลว่ามีแค่ไหน?แม้จะยากเนื่องจากเป็นเหตุที่เกิดจากต่างประเทศ และไม่สามารถกำหนดความเป็นไปได้ แต่การบริหารจัดการคือเครื่องมือสำคัญคนจำนวน 3 หมื่นกว่าคนนั้นไม่ใช่น้อย หากรับกลับมาได้ง่ายๆก็พอทำเนา แต่เมื่อฟ้าปิดห้ามบินจึงไม่สามารถส่งเครื่องบินไปรับกลับได้ทัน ต้องรอจนกว่าเจ้าของประเทศจะสั่งเท่านั้นการดูแลคนจำนวนมากเช่นนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ ซึ่งประจำอยู่ที่นั่นจะต้องติดตาม และควบคุมให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัย การสื่อสารให้ถึงกันเพื่อตรวจสอบและหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อพำนักจึงมีความจำเป็นยิ่งมีส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเขตฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบยิ่งลำบาก ฮามาสประกาศว่าหากอิสราเอลโจมตีจะจัดการตัวประกันทีละคนเป็นการเอาชีวิตเป็นเครื่องต่อรอง เพราะเคยใช้ได้ผลมาแล้ว เชลย 1,000 คน ที่คนยิว 1 คน ยังยอมกันมาแล้วประเด็นก็คือไทยจะต้องประสานกับทั้ง 2 ฝ่ายให้ได้ เพื่อให้เข้าใจว่าคนไทยนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายได้ข่าวว่าอิสราเอลนั้นประกาศจะช่วยเหลือแรงงานไทยอย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งรัฐบาลได้ติดต่อกับฝ่ายฮามาสโดยใช้ความสัมพันธ์ในทางลับกับมุสลิมในมาเลเซียอย่างที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือคนงานไทยบางส่วนยังไม่ยอมกลับเพราะเกรงว่าจะตกงาน เนื่องจากมีหนี้สินติดค้างไว้เยอะ แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ยอมจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำความเข้าใจและให้ความมั่นใจว่าจะดูแลช่วยเหลือเพราะชีวิตนั้นมีค่ามากกว่ายังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร จะจบเร็วหรือยืดเยื้อก็ยังคาดการณ์ไม่ได้ แต่ที่แน่ๆเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างแน่นอน“น้ำมัน” นั้น ส่งผลโดยตรงอยู่แล้วรัฐบาลจึงต้องรับมือให้ดี หากยืดเยื้ออาจนำไปสู่สงครามใหญ่ได้.“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม