ท่ามกลางการถกเถียงระดับชาติ การแจกเงินดิจิทัล 560,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ก็มีข่าวชิ้นหนึ่งใน เว็บไซต์การเงินธนาคาร รายงานว่า “ไทยติดท็อป 7 ประเทศหนี้ครัวเรือนต่อ GDP สูงสุดในโลก” ฟังเหมือนเป็นข่าวดี แต่มันคือข่าวร้ายระดับชาติ ทำให้ประเทศไทย “ติดกับดักจีดีพี” ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ไม่เต็มศักยภาพ หนี้ครัวเรือนที่ท่วมหัวคนไทยจนติดอันดับ 7 ของโลกครั้งนี้ เป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริหารประเทศมายาวนานถึง 9 ปีข่าวนี้เป็นข้อมูลจาก tradingeconomics.com เรื่องหนี้ครัวเรือนเว็บไซต์การเงินธนาคาร รายงานว่า ปัจจุบันคนไทย 1 ใน 3 (กว่า 22 ล้านคน) มีสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับจากปี 2560—2565 พบว่า คนไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 37% ในจำนวนนี้ 57% มีหนี้เกิน 100,000 บาท และกลุ่มที่มีหนี้เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวนมากถึง 14% ทำให้ ภาพรวมมูลค่าหนี้ของคนไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย สัดส่วนหนี้ต่อครัวเรือนของคนไทยสูงกว่าประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดียข้อมูลของ Trading Economics ระบุว่า หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยติดอันดับ 7 ของโลก เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว ดังนี้1.สวิตเซอร์แลนด์ สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 128% ต่อ GDP2.ออสเตรเลีย สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 111% ต่อ GDP3.แคนาดา สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 103% ต่อ GDP4.เกาหลีใต้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 102% ต่อ GDP5.ฮ่องกง สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 96% ต่อ GDP6.นิวซีแลนด์ สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 91.6% ต่อ GDP7.ประเทศไทย สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 91.6% ต่อ GDP8.สวีเดน สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 85.9% ต่อ GDP9.เดนมาร์ก สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 84.4% ต่อ GDP10.สหราชอาณาจักร สัดส่วนหนี้ครัวเรือน 82.3% ต่อ GDPทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว ฟังดูเหมือนดี แต่มันคือแย่เมื่อดูจากสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีแล้ว ประเทศไทยต้องถือว่าอยู่ใน “อันดับ 6” ของโลก เท่ากับ นิวซีแลนด์ เพราะ มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี 91.6% เท่ากัน จึงควรอยู่ในอันดับเดียวกัน ไม่ควรอยู่ในอันดับที่ 7 การนับอันดับแบบนี้ ผมใช้วิธีการนับอันดับแบบการแข่งขันกอล์ฟ คนที่ทำคะแนนได้เท่ากันต้องอยู่อันดับเดียวกัน ส่วน “สวีเดน” ที่อยู่ อันดับ 8 ถือว่าถูกต้องแล้ว ถ้าอันดับ 6 มี 2 ประเทศ อันดับ 7 ก็ต้องข้ามไปเป็นอันดับ 8 เลยปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ล้วนเป็นหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีนี้ ในยุครัฐบาลทหารเช่นเดียวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจาก 40% กว่า เป็น 61% กว่า ก็เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีนี้หนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ฉุดให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ประกอบกับ การทุจริตที่ไม่ลดลงเลย แถมยัง เอื้อธุรกิจให้นายทุนใหญ่ที่สนิทสนม ยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ทำให้ “แบงก์ชาติ” เป็นห่วงเรื่อง “หนี้ครัวเรือน” มาตลอด ผมก็เข้าใจ “รัฐบาลเศรษฐา” ที่อยากทุ่มเงิน 5.6 แสนล้านบาทลงรากหญ้า ใช้ฟันเฟืองตัวเล็กๆมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพียงแต่ วิธีการยังไม่ชัดเจน รัฐบาลเองก็ยังสับสน ที่มาของเงินก็ไม่ชัดเจน พูดกันไปคนละทาง ถ้าทำให้ “โปร่งใสชัดเจน” ผมเชื่อว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนแน่นอน ไม่มีใครอยาก “ติดกับดักจีดีพีที่ต่ำเตี้ย” อยู่อย่างนี้หรอกครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม