หลายๆปีมานี้ผมจะมีข่าวผลการสำรวจเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลกินเจมาฝากท่านผู้อ่านอย่างน้อย 1 ข่าวเสมอๆ โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ทำการสำรวจแบบเกาะติดเทศกาลกินเจมานานกว่า 10 ปีสำหรับเทศกาลกินเจปีนี้ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 23 ตุลาคมนั้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจออกมาแล้วตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน อ่านพาดหัวข่าวแล้วก็ดีใจ เมื่อท่านพยากรณ์ว่า เงินสะพัดกินเจจะคึกคักสูงสุดในรอบ 10 ปีเลยทีเดียวรศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจของมหาวิทยาลัย เปิดผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ 2566 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,280 ตัวอย่าง คาดว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักมาก เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว จะเป็นผลให้ประชาชนซื้อของเพิ่มขึ้นถึง 37.7 เปอร์เซ็นต์เทียบกับปีกลายที่เพิ่ม 11.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นยอดค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนคาดว่าจะเพิ่มเฉลี่ยคนละ 4,587 บาท สูงสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาส่วนเงินสะพัดนั้น ท่านคาดว่าจะสูงถึง 44,558 ล้านบาท ขยาย 5.5 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2557ผมอ่านไปก็ส่งเสียงเฮอย่างถูกใจเหมือนเชียร์ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยไป พร้อมกับภาวนาขอให้การทำนายของอาจารย์และคณะถูกต้องแต่ก็มีผลสำรวจบางประการที่แสดงว่า ราคาอาหารเจปีนี้อาจจะแพงขึ้น เพราะมีคนตอบคำถามของท่านว่าจะแพงขึ้นถึง 57 เปอร์เซ็นต์ และมีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตอบว่าจะลดลง และก็มีประมาณ 42 เปอร์เซ็นต์ที่คิดว่าจะคงเดิมไม่เพิ่มไม่ลดนอกจากถามผู้บริโภคแล้ว หอการค้าไทยยังไปถามร้านค้าอาหารเจด้วย ประมาณ 650 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่ถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า แพงขึ้นแน่นอน มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่คิดว่าถูกลงมีข้อสังเกตสำคัญยิ่งอยู่ข้อหนึ่งจากผลการสำรวจในปีนี้ก็คือ ในเทศกาลกินเจปี 2566 นี้ พฤติกรรมของคนกินเจส่วนใหญ่จะซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์ม “ดีลิเวอรี” คือสั่งซื้อมากขึ้นถึง 81 เปอร์เซ็นต์ และจะไปซื้อด้วยตนเองเพียง 19.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนี่ก็ไม่น่าจะผิด เพราะเป็นพฤติกรรมใหม่ของคนไทยยุคปัจจุบันต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มีการสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนชาวไทย ในช่วงเทศกาลต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาใช้คาดคะเนหรือพยากรณ์การขยายตัวหรือหดตัวทางเศรษฐกิจได้ดีพอสมควรผมเคยเขียนเล่าไว้แล้วว่า ตัวผมเองค่อนข้างหลอนกับการสำรวจของหน่วยราชการไทย เพราะเคยเจอกับรายการ “ยกเมฆ” อย่างมโหฬารในอดีต แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่ความหลอนก็ยังคงอยู่ส่วนของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผมพบว่าพยากรณ์ค่อนข้างถูกต้องในหลายๆปีที่ผ่านมา แม้ผมจะยังคงระมัดระวังในการใช้อันเป็นปกติวิสัยของผม แต่ก็บอกได้เลยว่า จะระวัง “น้อยลง” บ้างระดับหนึ่ง เมื่อใช้ตัวเลขของหอการค้าไทยนอกจากขอบคุณมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในการจัดทำตัวเลขช่วงเทศกาลกินเจแล้ว ผมต้องขอขอบคุณ “กระแสการกินเจ” ที่เกิดขึ้นในช่วง 15-16 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็น “วาระแห่งชาติ” กินเจกันไปทั้งเมือง หรือพูดจาเกี่ยวกับเรื่องเจไปทั้งเมืองมาจนถึงบัดนี้ที่สำคัญต้องขอขอบคุณพี่น้อง “ชาวภูเก็ต” พี่น้อง “ชาวตรัง” และชาวใต้อีกหลายจังหวัด ที่รักษาประเพณีนี้ไว้อย่างต่อเนื่องเป็นร้อยๆปีแรกๆก็ฮิตเฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้นก่อน แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสื่อสารทันสมัย มีการเผยแพร่ข่าวและภาพกินเจอย่างรวดเร็วและทั่วถึงในที่สุดก็เกิดภาพติดธงธรรมะสีเหลืองอร่ามขึ้นทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะตามตลาดสดต่างๆ กลายเป็นกระแสยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ในชั่วพริบตาขอให้คำทำนายของหอการค้าไทยถูกต้องด้วยเถอะ 2—3 วันมานี้มีเรื่องร้ายๆที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเข้ามาบั่นทอนเศรษฐกิจไทยอยู่หลายเรื่อง ได้เทศกาลกินเจมาช่วยเศรษฐกิจไทยจะได้ฟื้นกลับมาตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ไงล่ะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม