พท.ดาหน้าโต้กลุ่มต้านดิจิทัลวอลเล็ต “หมอมิ้ง” สวนประชาชนอ่วมหนี้ 99 เปอร์เซ็นต์เข้าข่ายเปราะบางหรือยัง ขุดผลงานยุค รบ.ไทยรักไทยล้างหนี้คืนก่อนกำหนด 2 ปี การันตียึดวินัยการคลัง “โฆษกรัฐบาล” ยกโพล ม.หอการค้า ชี้คนไทย 76.4 เปอร์เซ็นต์ หนุนแจกเงินหมื่น ยันเดินหน้าไม่ถอย สว.ขย่มหนัก “เฉลิมชัย” ซัดหว่านเงินขัดรัฐธรรมนูญ ม.162 ไม่แจงที่มาเงินทุน ส่อผิดกฎหมายการคลัง รัฐมุ่งสร้างคะแนนนิยม ก่อความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ แถมส่อขัด พ.ร.บ.แบงก์ออมสิน “ถวิล” ฉะยื่นน้ำผึ้งเคลือบยาพิษให้ประชาชน “เจตน์” เฉ่งกระตุ้นเศรษฐกิจเลื่อนลอยดันเงินเฟ้อพุ่ง ป.ป.ช.จับตาเสี่ยงทุจริตเชิงนโยบาย “ภูมิธรรม” ผุด 2 อนุกรรมการฯเคาะข้อสรุปในสิ้นปี “ก้าวไกล” สอบ สส.ปราจีนฯคุกคามทางเพศทีมอาสาสมัคร “ณัฐวุฒิ” รับมีมูล ผิดจริงโทษถึงขับพ้นพรรคจากกรณีกลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินการคลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนยกเลิกนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมใจกันออกมาตอบโต้ ยืนยันเดินหน้าดำเนินนโยบายดังกล่าว โดยยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง “หมอมิ้ง” ชี้คนมีหนี้ 99% เปราะบางรึยังเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนักวิชาการออกมาคัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในนโยบายทั้งหมดของรัฐบาล ขณะนี้อย่านึกว่าเศรษฐกิจเราดีเทียบกับต่างประเทศหลังยุคโควิดเขาฟื้นตัวเกินหน้าเราไปแล้ว ของเราค่อยๆขยับช้าๆ แสดงว่าเศรษฐกิจเราไม่ได้ดีอย่างที่พูดกัน ความสำคัญเรื่องนี้ต้องถามประชาชน มาตรการสำคัญคือทำอย่างไรให้สังคมส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นมาตรการหนึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเศรษฐกิจโดยรวม ที่ผ่านมาเราลดค่าใช้จ่ายประชาชนด้านพลังงานแล้ว การพักหนี้เกษตรกรตามมา อีกด้านหนึ่งเราพยายามสร้างรายได้เมื่อถามว่าดิจิทัลวอลเล็ต ประชาชนส่วนใหญ่อยากได้ แต่รัฐบาลจะเปิดเวทีชี้แจงคนไม่เข้าใจนโยบายนี้หรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการชี้แจงหลายเวที วันที่ 9 ต.ค. กระทรวงการคลังก็แถลงใหญ่ในเรื่องนี้ เพื่อทำให้เห็นว่าภารกิจของรัฐบาลคือทำให้ประเทศเจริญเติบโตขึ้น ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่จะเปลี่ยนเป้าหมายให้เฉพาะกลุ่มเปราะบางไม่ได้หว่านทั้งหมด นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนกว่า 99% เป็นหนี้ไปแล้ว อย่างนี้แสดงว่าทุกคนเปราะบางหรือยัง แน่นอนว่าเวลาจัดการมีหลายกติกา มีทางเลือก เพื่อให้ทุกอย่างเท่าเทียมกันย้ำยึดวินัยการเงินการคลังเป็นสำคัญเมื่อถามย้ำว่าจะมีการทบทวนการจ่ายให้คนอายุ 16 ปีทุกคนหรือไม่ เพราะบางคนเป็นลูกคนรวย หรือจะเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินมาใช้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า จะเปลี่ยนทำไม หลักการสำคัญตอนคิดนโยบายเพื่อให้ประโยชน์ทั้งหมด และได้มีการเตรียมพร้อมเรื่องนี้ เราต้องมาดูว่าจะบริหารจัดการกันอย่างไร ทิศทางเราเห็นแล้วแต่รายละเอียดที่เกี่ยวกับข้อจำกัดทั้งเรื่องกฎหมาย การบริหารการเงินจะต้องทำอย่างไร ที่ผ่านมารัฐบาลไทยรักไทย ทำให้ประเทศที่เป็นหนี้สินประเทศเกือบล้มละลาย กลับมาคืนหนี้ได้ก่อนกำหนด 2 ปี เราคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอย่างดี และสร้างรายได้จนประเทศพ้นวิกฤติ ยืนยันเป็นห่วงที่สุดเรื่องวินัยการเงินการคลัง เมื่อถามว่าจะตอบประชาชนอย่างไรกับการแจกเงินให้ลูกเศรษฐี นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นสิทธิเท่ากัน แต่คนเลือกไม่ใช่ไม่เป็นไร เมื่อถามว่านักวิชาการออกมาเป็นห่วงจะซ้ำรอยนโยบายจำนำข้าว นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านๆมาเรากู้เงินประมาณ 1.5 ล้าน ล้านบาท ใช้ 5 แสนล้านบาท ตนคิดว่าเราใช้อย่างระมัดระวังและรู้ว่าเม็ดเงินที่ลงไปจะทำให้เกิดความเจริญเติบโตลั่น พท.พร้อมรับผิดชอบอยู่แล้วนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ร่วมลงชื่อให้ทบทวนนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า เป็นเรื่องของการคิดและวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งทำได้ แต่เรื่องที่เราจะดำเนินนโยบายอะไรสักเรื่อง เป็นการรับผิดชอบในนโยบายของพรรคการเมืองที่มีต่อประชาชน เราต้องคิดมาดีแล้วถึงดำเนินการ หากทำแล้วออกมาดีไม่มีอะไร ส่วนคนวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ขาดทุนหรือเข้าเนื้ออะไร ทุกเรื่องมีสองมุมจะดีหรือไม่ดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามันมีผลอย่างไร แต่ให้รอดูว่าเมื่อรัฐบาลดำเนินการออกมาแล้ว หากผลออกมาไม่ดีคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีผลต่อพรรคการเมืองที่นำเสนอ เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยรับผิดชอบอยู่แล้วไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ทำอะไรต้องรับผิดชอบในด้านนั้น คนวิพากษ์วิจารณ์พูดฟรีๆ ถึงจะผิดไม่มีใครว่า เห็นควรว่าต้องเดินหน้านโยบายนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ประกาศต่อสาธารณะแล้วยกโพล ม.หอการค้าหนุนเงินดิจิทัลนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ยืนยันเดินหน้านโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เชื่อมั่นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ภาคประชาชนและครัวเรือน กระตุกกำลังทางเศรษฐกิจมหาศาล ขอบคุณหน่วยงานต่างๆที่เห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล ต้องการช่วยเหลือประชาชน จึงสนับสนุนแนวความคิดนี้ รัฐบาลจะนำข้อคิดเห็นต่างๆมาพิจารณาปรับปรุงแนวทางให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผลสำรวจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกลุ่มตัวอย่าง 1,280 คนทั่วประเทศ ถึงทัศนะต่อนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท มีถึง 76.4% ที่จะใช้เงินดิจิทัล ซื้อสินค้าครัวเรือนมากที่สุด 24.5% ซื้ออาหาร 21.0% 48.3% เชื่อจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มากและ 35.6% เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ปานกลาง คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเงินดิจิทัล จะนำข้อเสนอแนะมาพิจารณาในที่ประชุมวันที่ 12 ต.ค. จากนั้นนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มีนายกฯเป็นประธานวันที่ 24 ต.ค. ยืนยันรัฐบาลต้องการให้เป็นนโยบายที่ได้ประโยชน์กับพี่น้องคนไทยมากที่สุดในวงกว้าง เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยที่มีรายได้น้อยลืมตาอ้าปากได้ สส.เพื่อไทยจี้รัฐเร่งปล่อยเงินหมื่นเมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการหัวหน้าพรรค เป็นประธานประชุม สส.พรรค มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเข้าร่วม ช่วงหนึ่งมี สส. อาทิ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย น.ส.ศรีโสภา โกฏคําลือ สส.เชียงใหม่ สอบถาม รมช.คลัง เกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท สะท้อนความเห็นประชาชนว่าทุกคนเฝ้ารออยากให้เริ่มเร็วที่สุด ต้องการให้ขยายรัศมีใช้เงินมากกว่า 4 กิโลเมตร เพราะบางพื้นที่อยู่บนเขาบนดอย ผู้สูงอายุไม่มีโทรศัพท์มือถือหรืออินเตอร์เน็ตจะใช้ได้หรือไม่ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลรับฟังทั้งเสียงเห็นด้วยและคัดค้าน แต่ภาคเอกชนที่รับฟังมาอยากเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายนี้ ประชาชนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันให้เดินหน้าเพื่อต่อยอดชีวิต ยืนยันเป็นกลไกหนึ่งที่จำเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ด้าน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ดิจิทัลวอลเล็ตรัฐบาลจะได้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบภาษี ทำให้มีงบฯต่อยอดพัฒนานโยบายอื่นๆได้อีก ฝากรัฐบาลทำให้สำเร็จอย่างที่ได้บอกประชาชนไว้พ.ย.ดีเดย์เดินเครื่องลงทะเบียนนายจุลพันธ์กล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือน พ.ย.นี้ จะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทได้ ส่วนประชาชนจะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้หลังจากนั้น ยืนยันว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะใช้ได้ทันเดือน ก.พ.2567 โดยที่ผ่านมามีประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของรัฐที่จะเข้าร่วมโครงการ ยืนยันตัวตนมาแล้ว 40 ล้านคน แต่ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลอีกประมาณ 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะดำเนินการเติมเงินให้ทุกคนมีสิทธิเพียงครั้งเดียว 1 หมื่นบาท ไม่มีการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆแน่นอน ส่วนความเห็นของนักวิชาการและคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ร่วมลงชื่อเสนอให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าว ยืนยันว่าคณะอนุกรรมการได้หารือและยืนยันแล้วว่าโครงการนี้มีตัวคูณทางเศรษฐกิจมากกว่าโครงการอื่นๆ ที่ทำมา ส่วนรัศมีพื้นที่การใช้เงินมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะขยายพื้นที่ออกไปจาก 4 กิโลเมตรเป็นระหว่างตำบล อำเภอและจังหวัด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้สว.ฉะแจกเงินหมื่นขัด รธน.-ก.ม.การคลังเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระประชุมได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาต่างๆ สว.หลายคนหารือสะท้อนความกังวลการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของรัฐบาล อาจเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สว.กล่าวว่า โครงการแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาเงินทุนที่จะนำมาใช้และสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ที่ให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด ไม่ให้กระทบเสถียรภาพการเงินการคลังรัฐ รวมถึงส่อขัดกฎหมายวินัยการเงินการคลังรัฐ ที่กำหนด ครม.ต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจระยะยาว ทราบว่ารัฐบาลจะให้ธนาคารออมสินรับไปดำเนินการ ใช้เงินธนาคาร 5.6 แสนล้านบาท รัฐบาลชดเชยให้ภายหลัง พิจารณา พ.ร.บ.ธนาคารออมสินแล้วจะขัดกฎหมายธนาคาร ขอให้รัฐบาลพิจารณารอบคอบ หากจะทำเพราะได้หาเสียงไว้ ควรดูข้อกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเงินการคลัง ถ้าทำผิดพลาด ผู้ต้องรับผิดชอบคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง รวมถึง ครม. ให้ดูโครงการจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง นำความเห็นผู้คัดค้านไปปรับปรุงอย่ายื่นยาพิษเคลือบน้ำผึ้งให้ ปชช.นายถวิล เปลี่ยนศรี สว. กล่าวว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาลมีปัญหา ไม่ถูกต้องด้วยกาลเทศะ ภาวะเศรษฐกิจไทยไม่อยู่ในภาวะต้องกระตุ้นมากนัก ควรเน้นเสถียรภาพมากกว่าสร้างภาระหนี้สินให้รัฐในอนาคต ขณะนี้มีนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ ผู้ว่าการ ธปท.ท้วงติงควรรับฟังเหตุผล ถ้ายืนยันทำอ้างเป็นความต้องการประชาชนไม่ถูกต้อง สิ่งใดเป็นพิษต้องไม่ตามใจประชาชน นายกฯเหมือนหมอรักษาไข้ราษฎร หมอให้ยาพิษเคลือบน้ำผึ้งคนไข้ไม่ได้ ประชาชนไม่รู้ถึงพิษที่เกิดขึ้นจากนโยบายนี้ รัฐบาลต้องกล้าหาญ ยอมรับสารภาพความจริง ไม่ทำโครงการนี้ ความมุ่งมั่นทำโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องกล้าหาญ เป็นเรื่องดื้อรั้น ยังมีเวลาทบทวน นายกฯควรฟังเสียงท้วงติง ฉะเลื่อนลอยไล่เอาเงินไปทำอย่างอื่นนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.กล่าวว่า เงินดิจิทัลที่ใช้ตลาดเก็งกำไรทั่วโลกเป็นความเสี่ยง หากรัฐบาลเข้าไปรับประกันมูลค่านำเข้าสู่การซื้อขายเงินคริปโต มีกรณีบิทคอยน์ที่มีมูลค่าขึ้นสูงสุด 6.9 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ แต่วันนี้เหลือ 2.7 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ บิทคอยน์เชื่อว่าอยู่ในกลุ่มฟอกเงินของนักพนัน ผู้ค้าของเถื่อน หลบเลี่ยงภาษีทั่วโลก รัฐบาลไม่ควรมองแค่ผลบวกอย่างเดียว ไม่ควรเอาประเทศไปเสี่ยงในวงการดังกล่าว ไม่เห็นด้วยที่แจกเงินเหวี่ยงแหทุกกลุ่ม เป็นนโยบายไม่สร้างความเป็นธรรม ทำให้ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเน้นการใช้จ่ายภาครัฐ การส่งออก การลงทุนภาครัฐ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นโยบายแจกเงินเป็นความเลื่อนลอยที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นความคาดหวังเกินจริง การใช้จ่ายเงินของรัฐ แจก หรือโอน จะมีมูลค่าต่ำกว่าตัวคูณในการลงทุนภาครัฐ ขอให้ถอยโครงการนี้ นำเงินไปใช้ในทางที่เหมาะสมของประเทศต่อไปป.ป.ช.จับตาเสี่ยงทุจริตเชิงนโยบายต่อมาเวลา 12.30 น. ภายหลังที่ประชุมวุฒิสภาหารือข้อห่วงใยต่างๆเสร็จแล้ว เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานผลการตรวจสอบ และการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำปีงบประมาณ 2565 และรายงานสถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปีงบฯ 2565 มี สว.บางส่วนตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานเชิงรุกของ ป.ป.ช.ต่อการตรวจสอบนโยบายรัฐบาลในนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่มีข้อท้วงติงจากฝ่ายต่างๆและกังวลว่าจะซ้ำรอยโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูง โดยนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช.ชี้แจงว่า สำนักงาน ป.ป.ช.เฝ้าระวังสภาวะการทุจริต มีการศึกษารวบรวมรายละเอียดข้อมูลคำแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 11-12 ก.ย. เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆของโครงการถึงความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบาย จะมีการเสนอเรื่องต่อกรรมการป.ป.ช.เป็นวาระเริ่มต้น เพื่อหารือเบื้องต้นว่าจำเป็นต้องเชิญนักวิชาการ ผู้มีความรู้เรื่องต่างๆมาศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วน ถือเป็นการตรวจสอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลเหมือนชุดที่ผ่านๆมา โดยความห่วงใยของ สว.ต้องทำโดยเร่งด่วน“อ้วน” ถก ครม.โต้ลักไก่ ก.ม.อภัยโทษทักษิณเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค. หลังการประชุม ครม.นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ระบุที่ประชุม ครม.วันที่ 10 ต.ค. จะออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษทั่วไป เพื่อให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพ้นโทษโดยปริยายว่า ไม่มี สื่อไปเอาข่าวมาจากไหน ทำให้สื่อมวลชนตอบว่านายจตุพรออกมาพูด นายภูมิธรรมยืนยันว่า “ไม่มี เดี๋ยวดูวาระการประชุม ครม.ได้”นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และ สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวปฏิเสธเช่นเดียวกันว่า ที่ประชุม ครม.ไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.หนองบัวลำพู พรรค พท. พากันปฏิเสธเช่นเดียวกันตัด สส.พ้น กก.ประชามติกันครหาต่อมาเวลา 13.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชา มติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯนัดแรก โดยก่อนการประชุมนายภูมิธรรมกล่าวถึงเหตุผลที่สำนักงานกฤษฎีกามีความเห็นไม่ให้ สส.เป็นคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติว่า กฤษฎีกาให้ความเห็นเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกฎหมายตีความได้หลายแบบ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้ สส.มาร่วม ความจริงไม่ได้มีปัญหา แต่เขาพูดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อไม่ให้ติดขัดในความเห็นที่แตกต่างจึงตัดชื่อออก เพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้นและปราศจากข้อสงสัย ไม่ใช่ข้อผิดพลาดตั้ง 2 อนุ กก.ฟังความเห็น-หาวิธีการภายหลังการประชุมนายนิกร จำนง ในฐานะโฆษกคณะกรรมการฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯจะฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประชามติเป็นที่ยอมรับ ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือ จะทำประชามติกี่ครั้ง ระหว่าง 2 หรือ 3 ครั้ง มีความเห็นเป็น 2 ทางอยู่ ต้องไปศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ต้องศึกษาร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนที่ค้างอยู่ในรัฐสภา ศึกษารัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งปี 40, 50 ศึกษาที่มา ส.ส.ร.และวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เป็นสองมิติต้องดำเนินการไปด้วยกัน โดยคณะกรรมการฯชุดใหญ่จะประชุมเดือนละครั้ง และตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 2 คณะ คณะแรกทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพต่างๆในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง ใช้เวลาจำกัดไม่ใช่ดึงเวลา คณะที่ 2 ศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง ย้ำสิ้นปีมีข้อสรุป-ประชามติต้นปี 67ขณะที่นายภูมิธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ คำนึงถึงคนสนับสนุนอยากเห็นอะไร คนไม่สนับสนุนกังวลอะไร คาดว่าประมาณวันที่ 10 พ.ย. จะประชุมคณะกรรมการฯแล้วให้คณะอนุกรรมการทั้ง 2 รายงานความคืบหน้ามีอะไรติดขัดหรือไม่ แล้วคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีหน้าที่เชิญภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องมารับฟังให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่อยากให้เกิดความ เห็นต่างแล้วไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งเป้าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดสิ้นเดือน ธ.ค. และจะมีประชามติเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 67 เป้าหมายชัดต้องร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จใน 4 ปี เพื่อใช้เลือกตั้งครั้งต่อไป“หมออ๋อง” โผซบพรรคเป็นธรรมเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) พร้อมด้วย นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค ปธ. ร่วมแถลงข่าวรับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก รองประธานสภาฯคนที่ 1 เข้าสังกัดพรรค ปธ. โดยนายกัณวีร์แถลงว่า การทำงานเราชัดเจนตรงไปตรงมาจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ยืนยันพรรค ปธ.ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับพรรค ก.ก. ไม่ใช่พรรคสาขา แต่เป็นตัวเลือกให้ประชาชน ด้านนายปดิพัทธ์กล่าวว่า ได้เข้าร่วมกับพรรค ปธ.เพราะอุดมการณ์ใกล้เคียงกันมากที่สุด ขอบคุณหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ปธ.ที่มีน้ำใจ ทางกฎหมายยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ปธ. รอหนังสือยืนยันการพ้นจากสมาชิกพรรค ก.ก.จาก กกต.คาดว่าจะมาเร็วๆนี้ จากนั้นจะสมัครเข้าพรรค ปธ.ต่อไป ยืนยันจะทำงานเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น สส.สังกัดพรรคไหน ตอนนี้บรรยากาศดีขึ้นจากที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และประธานวิปรัฐบาลมีท่าทีเคารพการตัดสินใจของตนอุบไต๋รอวันย้ายกลับสังกัด ก.ก.เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะย้ายกลับไปสังกัดพรรค ก.ก.หรือไม่ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค ปธ.เป็นแค่พรรคกาฝาก นายปดิพัทธ์กล่าวว่ายังไม่ตัดสินใจอะไรในระยะยาว แก้ปัญหาระยะสั้น ต้องสังกัดพรรคให้ได้ภายใน 30 วัน ส่วนการเลือกตั้งอีกหลายปีค่อยๆพิจารณาไปก่อน เป็นเอกสิทธิ์ของทั้งพรรค ปธ.และตน ประชาชน จ.พิษณุโลก ต้องการให้คนพิษณุโลกดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯมากก.ก.สอบ สส.คุกคามทางเพศทีมงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์วิพากษ์ วิจารณ์กรณีผู้ใช้แอปพลิเคชัน X รายหนึ่ง โพสต์แฉ พฤติกรรม สส.พรรคดังคุกคามทางเพศทีมงานอาสาสมัคร ส่งข้อความใต้สะดือ อาทิ “น้อง...คิดยังไงกับเซ็กซ์ทอย” ขณะที่เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร โพสต์ภาพ สส.ปราจีนบุรี พรรค ก.ก.รายหนึ่ง พร้อมเเคปชันเชื่อมโยงกรณีดังกล่าว ต่อมาเวลา 09.18 น. พรรค ก.ก.ได้โพสต์ผ่าน X ว่า หลังได้รับคำร้องได้เริ่มสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือน ส.ค. เชิญแต่ละฝ่ายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเดือน ก.ย. เมื่อได้ข้อสรุปพรรคจะสื่อสารผลสรุปทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่ได้ตัดสินไปเรียบร้อย ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณสมาชิกพรรค ก.ก. ยอมรับว่ากำลังตั้งเรื่องสอบสวนจริง สอบพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ก.ก.ทราบเรื่องแล้ว ให้สอบตรงไปตรงมา เบื้องต้นพบว่ามีมูล สอบมาสักระยะแล้ว ยังสรุปเร็วไม่ได้ เพราะผู้ร้องที่ยังทำงานอยู่ภายในพรรค เป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อน ต้องสอบครบถ้วนรอบด้าน ยังตอบไม่ได้ว่าเสร็จเมื่อใดผิดจริงโทษแรงถึงขั้นให้พ้นสมาชิกภาพนายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า หากเรื่องนี้จบลงแบบใด อาจแถลงสื่อสารผลวินิจฉัยกรณีอื่นๆที่ตัดสินไปแล้วพร้อมกันด้วย ตนอยู่ในจุดแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อนำส่งต่อ ขึ้นอยู่กับ กก.บห.วินิจฉัย ถือว่าเป็นเรื่องวินัยร้ายแรง หาก กก.บห.วินิจฉัยว่ามีความผิดจริงจะตัดสิทธิ์ได้ใน 2 แบบ คือ 1.ตัดสิทธิ์ที่พึงมีในฐานะสมาชิกทั้งหมด แต่ไม่กระทบกับสิทธิ์ สส. และจะสงวนสิทธิ์ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งถัดไป 2.กรณีให้พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะเรื่องเพศเราไม่สามารถวินิจฉัยเป็นอื่นไปได้ ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น ขณะนี้ยังถือว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน เพื่อนำมาวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหรือไม่ การพิจารณาสุดท้ายจะอยู่ที่ กก.บห.ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นคณะกรรมการวินัยอยู่ “นายกฯนิด” เชื่อมสัมพันธ์บรูไนสำหรับภารกิจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ในการเยือน 4 ประเทศอาเซียน ระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค.เมื่อเวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นบรูไนดารุสซาลาม เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ที่พระราชวังอิสตานา นุรุล อิมาน กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม นายกฯเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม โดยนายกฯกล่าวระหว่างหารือว่า หากสมเด็จพระราชาธิบดีประสงค์เสด็จฯ เยือนประเทศไทย จะถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อรัฐบาลไทยที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับ ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดี แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนายกฯ รวมถึงแสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง และแสดงความเสียใจที่มีการสูญเสียของคนไทยด้วย จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนเพิ่มพูนความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ และพลังงานระหว่างกัน ต่อจากนั้นนายกฯเข้าหารือผู้บริหาร BIA ก่อนสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน พระราชทานเลี้ยงอาหารเย็นเพื่อเป็นเกียรติยินดี “เจ้าชายมาทีน” เสกสมรสนายกฯเปิดเผยหลังการเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม และมีโอกาสได้พบปะเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไนว่า ได้แสดงความยินดีกับเจ้าชายมาทีน ที่จะเข้าพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างวันที่ 9-12 ม.ค.67 เราเป็นแขกคนแรกที่ได้เดินทางมาเยือนและแสดงความยินดี โดยเจ้าชายมาทีน บอกว่า ช่วงนี้จนถึงปลายปีคงยุ่ง และวุ่นกับเรื่องจัดงานแต่งงานศาลฯจำคุก “ป้านา” 6 เดือน 10 วันที่ศาลแขวงจังหวัดราชบุรี อ.เมืองราชบุรี น.ส.วันทนา โอทอง อายุ 61 ปี หรือป้านา บ้าน โป่ง เดินทางมารับฟังคำพิพากษาในคดีที่ขัดคำสั่ง ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และส่งเสียงอื้ออึงในที่สาธารณะ กรณีบุกขวางขบวนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 13 มี.ค.66 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จนท.โดยไม่มีเหตุสมควร ทั้งไม่เคยสำนึกในการกระทำความผิด ยืนยันต่อสู้คดีและแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ ไม่เคารพยำเกรงกฎหมาย ศาลมีคำสั่งพิพากษา จำคุก 6 เดือน 10 วัน ปรับ 1,000 บาท โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาทนายยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวโดยวางหลักทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์เพิ่มอีก 10,000 บาท รวมกับหลักทรัพย์เดิมในศาลชั้นต้น 20,000 บาท รวมเป็นเงินประกัน 30,000 บาท หลังป้านา ออกมาจากศาลได้โกนผม พร้อมกับนายอนุชิต เริงประดิษฐ์ แกนนำกลุ่มลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ ประท้วงไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของศาล ที่ริมถนนหน้าศาลแขวงจังหวัดราชบุรีทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่