ปกติแม้แต่ “มด” ตัวเดียวผ่านเข้าไปยังไม่รอดพ้นสายตาแล้วนี่เหตุไฉนปฏิบัติการปูพรมถล่มราบไปทั้งเมืองจึงเกิดขึ้น“ฮามาส” จู่โจมแบบสายฟ้าแลบต่ออิสราเอลที่ว่ากันว่ามี “หน่วยข่าวกรอง” อันดับ 1 ของโลกไม่รู้เบาะแสมาก่อนก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้แต่เกิดขึ้นแล้วที่ “เทลอาวีฟ”การเข้าโจมตีครั้งนี้ในหลากหลายรูปแบบทั้งกำลังพลและอาวุธที่ทันสมัย ทำให้เกิดความเสียหายหนักเอาการทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งคนไทยที่มีตัวเลขเบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิต 12 คน บาดเจ็บ 8 คนถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คนคนไทยไปทำงานที่นั่นมียอดราว 3 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นลูกมือด้านการเกษตร เนื่องจากมีรายได้ดีและไม่ไกลจากเมืองไทยนัก ว่าไปแล้วสภาพชีวิตค่อนข้างดีไม่ลำบากเหมือนบางประเทศปฏิบัติการครั้งนี้มีรายงานข่าวระบุว่า “อิหร่าน” ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของอิสราเอล ได้วางแผนให้ฮามาสอย่างดีจนบรรลุวัตถุประสงค์“อิสราเอล” นอกจากถูกกระทำแล้วยังเสียหน้าที่ ไม่ต่างกับการถูกเย้ยเยาะถูกบุกเข้ามาอย่างเหยียบถิ่นเสือถึงกับประกาศว่าอิสราเอลอยู่ในภาวะสงครามแล้วพร้อมกับปฏิบัติการแก้แค้นด้วยการเปิดฉากถล่มฉนวนกาซาถิ่นของฮามาสนักการทหารวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์น่าจะยืดเยื้อและบานปลาย จนทำให้ตะวันออกกลางร้อนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเงียบไประยะหนึ่ง“สหรัฐฯ” ลูกพี่ใหญ่ของอิสราเอลประกาศทันทีพร้อมยืนอยู่ข้างเต็มตัวพร้อมส่งเรือรบไปเยือนแถวนั้นแล้วแน่นอนว่าชาติตะวันตกก็คง “ถือหาง” ในแนวนี้เมื่อ “อิหร่าน” รับว่าช่วยวางแผนก็ต้องมองไปที่รัสเซียว่าเกี่ยวข้องกับงานหรือไม่ ซึ่งโดยภาวะวิสัยอย่างนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้“ยูเครน” คือสนามรบที่ 1 ที่รัสเซียปะทะสหรัฐฯ“เอเชีย” คือสนามรบที่ 2 ซึ่งสหรัฐฯกับจีนกำลังห้ำหั่นกัน“ตะวันออกกลาง” จึงเป็นสนามรบที่ 3 ที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ไทยประเทศเล็กๆที่ต้องเข้าไปเกี่ยว เนื่องจากคนงานไทยเสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันจึงต้องวางบทบาทให้เหมาะสม“เอาหน้างาน” เป็นหลัก!คือการหาวิธีช่วยเหลือคนงานเหล่านี้อย่างที่กำลังปฏิบัติการอยู่ทราบว่าช่วยได้บางส่วนแล้ว ประเด็นมันอยู่ที่จะต้องทำให้ฝ่ายที่จับตัวไปนั้นมั่นใจ ไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่ความขัดแย้งการประกาศท่าทีว่าด้วยความเป็น “กลาง” จึงเหมาะสมที่สุดนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” จึงต้องระมัดระวังอย่าปากไวใจเร็วโดยไม่รอบคอบ อย่างที่ไปประณามฮามาสเหมือนกับยืนข้างอิสราเอล ดีที่กระทรวงการต่างประเทศแก้ต่างให้ว่าหมายถึงพฤติกรรมความรุนแรงไม่ได้หมายถึงกลุ่มฮามาสบางอย่างเร็วได้ แต่บางอย่างต้องคิดก่อนพูดยิ่งสถานการณ์อย่างนี้ไม่พูดเสียเลยดีกว่า!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม