10 เดือน 10 ฤกษ์งามยามดีที่ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” รองประธานสภาคนที่ 1 จะจรลีเข้าพรรคเป็นธรรมต้นสังกัดใหม่เพื่อต่ออายุการเป็น สส.ถือเป็นวงรอบเพื่อไปเผชิญกับวิถีทางใหม่ที่เลือกเอง เพื่อให้มีตำแหน่งแห่งหนทางการเมืองตามปรารถนาดี-ชั่วอย่างไรก็รู้แก่ใจตัวเองว่าถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากนี้ไปคงแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน“ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้า “ก้าวไกล” ก็จะสวมหมวกอีกใบในฐานะผู้นำฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว เพื่อขับเคลื่อนแนวทาง “เชิงรุก” ให้ปรากฏนอกเหนือจากในสภาที่มีการยื่นร่างกฎหมายต่างๆเพื่อให้พิจารณาแล้ว ล่าสุดก็มี 2 เรื่องใหญ่ที่ต้องผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมุ่งหวังยุติ “นิติสงคราม” ไม่รู้ว่าจะยุติหรือก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก เพราะกฎหมายอย่างนี้ทำให้สังคมฟาดฟันกันมาแล้วถึงขั้น “ล้มรัฐบาล” กันมาแล้วที่เป็นประเด็นใหญ่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกพรรคเห็นตรงกันว่าจะต้องแก้ไข เพราะฉบับปัจจุบันนั้นพันธนาการเอาไว้ด้วยปัญหาสารพัดแม้ชื่อว่าฉบับ “ปราบโกง” แต่เอาจริงแล้วน่าจะบอกว่าคือฉบับ “ปราบเซียน” มากกว่า เพราะซุกซ่อนเงื่อนปมเอาไว้มากมาย“เพื่อไทย” รับหน้าเสื่อในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้ดำเนินการด้วยการตั้ง “35 อรหันต์” ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนพรรค การเมืองต่างๆผู้เชี่ยวชาญผสมกันหลายสำนักเพื่อศึกษาการทำประชามติและการเขียนรัฐธรรมนูญแต่ “ก้าวไกล” ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยทั้งๆที่เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก อ้างเหตุผล 2 ประการที่ไม่ยอมร่วม1.ไม่เห็นด้วยแนวทางที่จะไม่แก้ทั้งฉบับ2.ต้องเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งชุดที่ขัดกับแนวทางของคณะกรรมการชุดนี้สรุปง่ายๆคือแนวทางไม่ตรงกัน“เพื่อไทย” บอกว่าไม่ร่วมก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีข้อเสนอที่ดีก็จะนำมาประกอบการพิจารณาเพราะเปิดกว้างอยู่แล้วระบุว่าประเด็นสำคัญที่ไม่มีการแก้ไขคือ ม.1-2 และหมวดที่เกี่ยวข้องกับ “สถาบัน” ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็ไปพิจารณากันต่อไป อย่างจะทำประชามติกี่ครั้ง ส.ส.ร.จะเอาแบบไหน เลือกตั้งทั้งหมดหรือเลือกส่วนหนึ่งแต่งตั้งส่วนหนึ่งก็ไปว่ากันในรายละเอียดแต่จะต้องเสร็จให้ทัน 4 ปี เพื่อบังคับใช้ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ในฐานะที่ “เพื่อไทย” รับเหมาจัดทำทั้งหมดก็ต้องมีวิธีคิดและการจัดทำให้สนองประโยชน์อย่างแน่นอนนั่นคือจะต้องถ่วงเวลาให้เสร็จเพื่อให้การเลือกตั้งช้าที่สุดคือครบเทอม 4 ปีต้องไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งชุดอย่างที่บางพรรคเสนอเพราะคู่ต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไปคือ “ก้าวไกล” ที่ต้องการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งชุด ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็น “คน” ของ “ก้าวไกล” ยกชุด ทำให้เนื้อหาสาระต่างๆเข้าทางทั้งหมดถ้าเลือกตั้งเร็วในขณะที่กระแส “ก้าวไกล” ยังแรง โอกาสที่จะแพ้จึงมีสูงเริ่มต้นก็ชิงเหลี่ยมกันอย่างดุเดือดแล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม