คนโบราณเตือนเอาไว้...“จิ้งจก” ทักต้องหยุด เมื่อบรรดาอดีตผู้ว่าการ ธปท. อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก แม้กระทั่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ “เพื่อไทย” ก็ออกโรงคัดค้านไม่เห็นด้วยกับนโยบายประชานิยม “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่จะแจกเงินหัวละ 10,000 บาทไม่ว่าจะยากดีมีจนอายุ 16 ปีขึ้นไปได้หมดด้วยวงเงิน 5.6 แสนล้าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากสำหรับประเทศไทย ที่จะนำไปทำอะไรที่เกิดประโยชน์ได้มากกว่าที่จะนำไปแจกอย่างนี้ว่าไปแล้วการล่าชื่อคัดค้านของบรรดาครีมของประเทศครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของประเทศก็ว่าได้นั่นแสดงว่าต้องเป็นเรื่องเป็นประเด็นที่หนักหนาสากรรจ์ที่ต้องแสดงตัว เพื่อให้รับรู้กันว่าอย่าได้ทำเป็นอันขาดเท่าที่ดูประเด็นข้อคัดค้านนั้นแยกแยะออกมาได้ 7 ประเด็นใหญ่1.ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ควรเน้นการใช้จ่ายของภาครัฐในการสร้างศักยภาพในการลงทุนและการส่งออกมากกว่าการกระตุ้นด้านการบริโภคในช่วงนี้จะทำให้เงินเฟ้อสูงและนำมาซึ่งสภาวะที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยในที่สุด2.เงินงบประมาณของรัฐมีจำกัดย่อมมีค่าเสียโอกาสเสมอ ทำให้เสียโอกาสที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทรัพยากรของมนุษย์ ซึ่งล้วนที่จะสร้างศักยภาพการเติบโตในระยะยาวแทนระยะสั้น3.การกำหนดนโยบายหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เลื่อนลอย เพราะการแจกเงินจำนวนมากเช่นนี้เป็นการคาดหวังที่เกินจริงเนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐในลักษณะนี้มีค่าต่ำกว่า 1 และต่ำกว่าตัวทวีคูณทางการคลัง4.ไทยอยู่ในวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นมานาน และการแจกเงินลักษณะนี้จะยิ่งทำให้เสียค่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เพราะก่อนหน้านี้เงินเฟ้อสูงขึ้น การก่อหนี้จำนวนมากทำให้ไทยต้องเผชิญกับดอกเบี้ยทั้งนั้นเมื่อต้องจ่ายคืนหรือกู้ใหม่ย่อมมีผลต่องบประมาณของรัฐในแต่ละปี5.นโยบายนี้สวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็นคือหลังจากทั่วโลกเผชิญทั้งโรคระบาดและเศรษฐกิจถดถอย หลายประเทศพยายามลดการขาดดุลภาครัฐและหนี้สาธารณะลง เพื่อสร้างที่ว่างทางการคลังได้รองรับวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคตแต่นโยบายนี้กลับสวนทาง โดยเฉพาะไทยมีรายรับจากภาษีเพียง 13.7% ของจีดีพี ถือว่าต่ำมากๆ6.การแจกเงินให้ทุกคนอายุเกิน 16 ปี เป็นการสร้างนโยบายที่ไม่เป็นธรรม เศรษฐี มหาเศรษฐีได้หมด7.ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การเตรียมตัวทางการคลังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะภาระการใช้จ่ายด้านสวัสดิการและสาธารณสุขจะเพิ่มขึ้นอย่างมากนี่เป็นเหตุผลที่ครบเครื่องและรอบด้านที่ชี้ให้เห็นว่าถ้าดำเนินนโยบายนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ประเด็นที่นักการเมืองบางคนที่ไม่มีความรู้ออกมาต่อต้านเพราะเป็นเหตุผลที่แสดงออกที่คำนึงถึงประเทศชาติมากกว่าเรื่องตื้นๆที่พูดเอามันกันหรือกล่าวหากันอย่างที่ปรากฏอยู่ผมว่านายกรัฐมนตรีต้องนำไปคิดและไตร่ตรองให้ดีอย่ามุ่งมองแต่เรื่องการเมืองและการหาคะแนนเสียงเท่านั้น!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม