ผมกำลังเกิดทุกข์หนัก บ้านเมืองมีแต่เรื่องอัปรีย์ไป จัญไรมา เปิดหนังสืออ่านหลายเล่ม...มาจบที่เล่ม ชวนม่วนชื่น ของพระอาจารย์พรหม เล่มแรก จำได้ คุณชัย ราชวัตร ยื่นให้ตั้งแต่ ปี 2547เรื่องแรก ก้อนอิฐที่ไม่เข้าที่เข้าทางสองก้อน เรื่องนี้อ่านอีกกี่ครั้ง... โลกก็สวยขึ้นในงานสร้างกำแพงอิฐ...ระหว่างการสร้างวัดพุทธในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย พ.ศ.2526 พระอาจารย์เล่าว่า การก่ออิฐอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่โปะปูนลงไป แล้ววางก้อนอิฐ แตะด้านนี้ที ด้านนั้นทีให้เข้าที่ตอนเริ่มก่ออิฐใหม่ๆ กดมุมหนึ่งลงเพื่อให้ได้ระดับอีกมุมหนึ่งกลับยกขึ้น พอกดด้านที่ยกขึ้นให้ลงมา อิฐก็เริ่มแตกแถวแตกแนว เอ้า! ดันให้มันกลับเข้าที่ มุมแรกก็เริ่มสูงเกินไปอีก“เพราะอาตมาเป็นพระ อาตมาจึงมีความอดทนและมีเวลาที่จะทำงานได้โดยไม่จำกัด อาตมาจึงทำงานอย่างประณีต โดยไม่สนใจว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเท่าใด เพื่อให้มั่นได้ อิฐทุกๆก้อนจะถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ”ในที่สุด การก่อกำแพงอิฐแผงแรกของอาตมาก็สำเร็จลง อาตมาก้าวถอยออกมาชื่นชมผลงานในชั่วขณะนั้นแหละ ที่อาตมาได้สังเกตเห็น...โอ๊ย!... อาตมาก่ออิฐพลาดไปสองก้อน อิฐก้อนอื่นๆเป็นแถวเป็นแนวสวยงาม มีแต่เจ้าอิฐสองก้อนนั่นแหละ ที่เอียงๆทำมุมกับแนวอิฐก้อนอื่นมันทำให้กำแพงอิฐทั้งแผงดูแย่มากๆถึงเวลานั้นปูนก่ออิฐก็แข็งเกินกว่า ที่จะสามารถดึงอิฐออกมาก่อใหม่ อาตมาจึงกราบเรียนท่านเจ้าอาวาส ขอทุบทั้งกำแพง เพื่อเริ่มต้นก่อใหม่ท่านเจ้าอาวาสรับรู้ชัดเจนถึงความอับอายของอาตมา แต่ท่านไม่อนุญาตเมื่อวัดสร้างเสร็จใหม่ๆ เวลาอาตมาพาแขกไปเยี่ยมชม..อาตมาจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพาแขกเดินไปทางกำแพงนั้น...แน่นอน อาตมาไม่อยากให้ใครได้เห็นมันเลยเวลาผ่านไปสามสี่เดือน วันนั้นขณะอาตมาเดินกับผู้เยี่ยมชมวัดคนใหม่...บังเอิญเราเดินผ่านกำแพงนั้น...แขกเยี่ยมชมตั้งใจมองแล้วเปรยว่า “กำแพงนี่สวยดี”“หือ!...” อาตมาขึ้นเสียง “คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่า มีอิฐสองก้อนวางไม่ดี”“ใช่! ผมเห็น” คำตอบของเขา เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อกำแพงนั้นไปทันที “แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่ามีอิฐอีก 998 ก้อน ก่อไว้มีระเบียบและสวยงามมาก”พระอาจารย์พรหมสารภาพ อาตมาถึงกับอึ้ง นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามสี่เดือน ที่มองเห็นก้อนอื่นบนกำแพง อิฐแถวที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาเจ้าอิฐสองก้อนเจ้าปัญหา ทุกก้อนถูกก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติก่อนหน้านี้ ตาของอาตมาจับจ้องเฉพาะแต่อิฐสองก้อน... จึงมืดบอดต่ออิฐก้อนอื่นๆ ไม่เพียงจะไม่อาจทนมองกำแพงนั้นได้ อาตมายังไม่ต้องการให้ผู้อื่นได้มองด้วยจากวันนั้นมาถึงวันนี้ อาตมาสามารถเห็นอิฐดีๆแล้ว กำแพงนั้นก็ไม่น่าเกลียดอีกต่อไป อาตมาลืมอิฐสองก้อนนั้นไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหนหลักคิด จากอิฐสองก้อนของพระอาจารย์พรหม...เอามาใช้กับเรื่องในบ้านเมืองเรา...นึกเสียว่า เรื่องที่ผมบ่นว่า อัปรีย์ไป จัญไรมา เป็นก้อนอิฐที่มีใครโยนโครมลงสระ...สมมติเมืองเราเป็นสระที่มีจอกแหนเต็มก้อนอิฐก้อนที่หนึ่ง ก้อนอิฐก้อนที่สอง...มันก็แค่ทำให้น้ำกระเพื่อมเป็นวง จอกแหน แตกกระจายขยายเป็นวงกว้าง...กว้างเท่าไหร่ก็ให้มันกว้างออกไปไม่นาน จอกแหนนั้นก็จะค่อยเบียดชิดเข้ามา...แล้วมันก็ปิดสนิทลง ไม่เหลือร่องรอยวงน้ำที่เคยกระเพื่อมไหวอีกต่อไปสระน้ำสระนี้คือประเทศไทยที่กว้างใหญ่ไพศาล ยังมีบริเวณที่สวยงามสมบูรณ์ให้ชื่นชมเหลือเฟือ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม