จ้องล้มรัฐบาล เป็นฝ่ายแค้น ค้านทุกเรื่อง อันนั้นไม่ใช่เป้าหมายฝ่ายค้านเชิงรุก นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขยับมุมคิดให้เห็นเป้าหมายของฝ่ายค้านเชิงรุก โดยเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้เพื่อเป็นรัฐบาลที่ดีสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าเริ่มตั้งแต่จัดระบบจัดการภายในพรรค พอเลือกตั้งจบก็ได้จัดระบบเตรียมเป็นฝ่ายบริหาร และชัดเจนต้องเป็นฝ่ายค้าน ก็ปรับกลไก ปรับทีมงานอีกรอบตอนนี้เตรียมงานและกิจกรรมของผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น สัปดาห์นี้คงเชิญหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านมาพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ วางแนวทางทำงานร่วมกันทำไมการปรับเล็กภายในพรรค ที่เปลี่ยนเฉพาะหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบางคน เช่น ภาคเหนือทดแทนตำแหน่งนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ สส.พิษณุโลก ที่ถูกขับออกจากพรรค แต่ดูเหมือนว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ (กก.บห.) ถูกเรียกว่าหน่วยกล้าตาย นายชัยธวัช บอกว่า ทุกคนรู้ว่าคนที่มาเป็นหัวหน้าพรรค กก.บห. มีภาระที่รับผิดชอบเยอะเผชิญแรงเสียดทานทางการเมืองเยอะ นายปดิพัทธ์ สันติภาดาอาจเรียกได้ว่าไม่มีใครแย่งกันเป็น แต่สมาชิกพรรคก็เฟ้นเลือกคนที่พร้อมรับผิดชอบกับหน้าที่นี้ ส่วนผมได้รับความไว้วางใจในสถานการณ์แบบนี้ อาจเป็นเพราะสมาชิกพรรคคนที่มีบทบาท คุ้นเคยกับผมมานาน ตั้งแต่เป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ทำอย่างไรถึงหลอมเหลา สส.ที่มีจำนวนมาก ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งของประเทศ ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เช่น ประชุมพรรคใช้เวลาที่กระชับ และรวดเร็วขึ้น นายชัยธวัช บอกว่าสำคัญสุดต้องมองเห็นเป้าหมายตรงกัน เข้าใจตรงกัน มีเอกภาพ ทำให้บทบาทหน้าที่ที่แตกต่างมันร้อยรัดกันได้ถ้าเมื่อไหร่มองไม่เห็นเป้าหมายตรงกัน ความเห็นไม่สอดคล้องที่เล็กๆน้อยๆ ความแตกต่าง ในแง่ความคิด วิธีคิด วิธีการทำงาน อาจนำปัญหายุบยิบนั้นไปสร้างความขัดแย้งได้ฉะนั้น เราพยายามเปิดพื้นที่ หรือสร้างกระบวนการใหม่ๆ เพื่อทำให้ สส.ที่มีมากขึ้น เข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจของพรรคมากขึ้น มีส่วนร่วมกับพรรค หรือบริหารพรรคมากขึ้นด้วยตรงนี้อยู่ในช่วงปรับตัวเยอะพอสมควรจัดทัพภายในพรรคลงตัว กลไกภายในสภาเริ่มเดิน โดยคณะกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) 35 ชุด ออกสตาร์ต เตรียมใช้เครื่องมือ กมธ.ตรวจสอบรัฐบาลตามที่ตั้งเป้าไว้อย่างไร นายชัยธวัช บอกว่า งานส่วนแรกตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ซึ่ง กมธ.เป็นกลไกหนึ่งที่ติดตามฝ่ายบริหารได้ คงต้องใช้ทุก กมธ.“โดยเฉพาะ กมธ.ติดตามงบประมาณ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญมาก ทำให้ฝ่ายค้านได้ไปตรวจสอบจริง ทั้งการอภิปรายในสภา อภิปรายทั่วไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งกระทู้แต่ละสัปดาห์อย่างน้อยการตรวจสอบยึดพื้นฐานอยู่ที่ข้อมูล เอาประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง ทำงานตรงไปตรงมา ไม่ต้องเกรงใจใครก้าวไกลตั้งใจต้องรักษามาตรฐานเดิมไว้ให้ได้ โดยมีทีมดูแลรับผิดชอบตรวจสอบโดยเฉพาะ และยังมีทีมนโยบายที่ทำงานซัพพอร์ตคนที่ไปนั่งทำงานใน กมธ.”งานส่วนที่สอง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เตรียมผลักดันวาระที่ก้าวหน้า ทั้งเสนอญัตติ เสนอกฎหมายตอนนี้เสนอเข้าสภากว่า 20 ฉบับแล้ว เป็นเป้าหมายที่เคยประกาศหาเสียงเอาไว้ว่า มีกฎหมายกว่า 40 ฉบับเป็นชุดเปลี่ยนประเทศไทย ที่ครอบคลุมทุกนโยบายในส่วนที่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย หรือเสนอกฎหมายเพิ่มรอบที่แล้วก็เสนอกฎหมายเยอะ แม้ไม่มีฉบับไหนผ่าน มีแต่เกือบผ่าน นับว่าประสบความสำเร็จ ทำให้สังคมเห็นความสำคัญ และตระหนักกับเรื่องพวกนั้น เช่น พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียมรอบนี้กฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายบริหารไม่น่ามีเหตุผลที่ปฏิเสธ ควรจับมือกันสนับสนุน ถือเป็นเรื่องปกติภายในสภา บางที......ฝ่ายค้านยอมยกมือให้รัฐบาล รัฐบาลยอมยกมือให้ฝ่ายค้านงานส่วนที่สาม บทบาทฝ่ายค้าน ครั้งนี้เรื่องสำคัญเป็นยุทธศาสตร์หลักฝ่ายค้านเชิงรุกไม่ใช่ฝ่ายแค้นที่จ้องจะล้มรัฐบาล ค้านรัฐบาลทุกเรื่อง เราพร้อมผลักดันวาระสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ“อันไหนที่รัฐบาลทำ เราคิดว่าดีก็สนับสนุน อันไหนที่ทำ แต่ยังไม่ดีพอ ก็ผลักดันเพิ่มหรือเสนอแนะรัฐบาล อันไหนที่คิดว่าดี รัฐบาลไม่สนใจ เราพร้อมทำงานขับเคลื่อนวาระนั้นๆ กับประชาชนข้างนอกสภาเดิมเรามีนโยบายใหญ่ ก็ต้องผลักดันมีรายละเอียดในระดับปฏิบัติให้ได้ เตรียมพร้อมสำหรับทีมที่บริหารนโยบายนั้น นี่คืองานฝ่ายค้านเชิงรุก เตรียมพร้อมทุกอย่าง เมื่อเราเป็นฝ่ายบริหารในอนาคต ต้องพร้อมทำหน้าที่ทันที”ข้อมูลในแต่ละ กมธ.ย่อมไหลเข้าสู่คณะทำงานที่วางนโยบายของพรรค นายชัยธวัช บอกว่า ใช่ เห็น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ไม่นั่ง กมธ.ไหนเลย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลเพราะมอบหมายให้ดูทุก กมธ.ของพรรค เพื่อเชื่อมโยงกับเป้าหมายนโยบายพรรค ซัพพอร์ต สส.ที่อยู่ใน กมธ. และยังมี 15 ทีมประเด็น ที่เป็นกลไก สส. และคนที่ไม่ใช่ สส. ที่มาทำงานให้ พยายามสร้างกลไกใหม่ ตั้งเป้า วางแผนงาน ประเมิน ทำงาน เป็นรูปธรรม ชี้วัดได้ เชื่อมโยง สส.กับทุกองคาพยพของพรรค เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งหมดนำไปสู่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เริ่มวางทีมจัดเก็บข้อมูลอย่างไร นายชัยธวัช บอกว่า สมัยก่อนผมเป็นตัวหลัก รอบนี้ปั้นทีมใหม่ที่มีศักยภาพขึ้นมารับผิดชอบ ขออนุญาตไม่บอกชื่อ ผมผันตัวเองเป็นที่ปรึกษาพรรคก้าวไกลให้น้ำหนักแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) และผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอย่างไร นายชัยธวัช บอกว่า ทำควบคู่ไปด้วยกันได้ เพราะต้องใช้เวลา หากเริ่มช้าอาจไม่ทันการแก้ รธน.แสดงจุดยืนไปว่าเมื่อรัฐบาลไม่ชัดเจนในหลักใหญ่ คือ 1.แก้ รธน.ทั้งฉบับหรือไม่ สุดท้ายตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติแก้ รธน. (กก.) เพื่อเป็นข้ออ้างแก้ รธน.รายมาตราหรือไม่2.ถ้าแก้ทั้งฉบับโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งทางตรงหรือไม่ หรือมีที่มาเลือกตั้งทางอ้อม หรือเลือกตั้งบางส่วน และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากไหนไม่รู้มาควบคุมกำกับแก้ รธน.ไม่มีคำตอบชัดเจน 2 ข้อคงไม่สะดวกไปร่วมเป็น กก. แต่ยินดีไปให้ความเห็น เสนอแนะ ที่เป็นไปตามจุดยืนแก้ รธน.ทั้งฉบับโดย ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งอย่าลืมสมัยที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปการแก้ รธน.ทั้งหมดเป็นเล่มใหญ่ ในนาม กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ รธน. ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธานแก้ รธน.ทั้งฉบับโดย ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งวันนี้ต้องเริ่มทำประชามติตามที่ศาล รธน.ชี้เช่นเดียวกับนิรโทษกรรมต้องเริ่มทำ โดยฉบับพรรคก้าวไกลที่เสนอไปเริ่มนับเหตุการณ์ 11 ก.พ.49วันแรกที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมจนถึงวันที่กฎหมายบังคับใช้ กว้างมาก ครอบคลุมทุกกลุ่มขัดแย้ง โดยมีคณะกรรมการวินิจฉัยคดีไหนที่จะนิรโทษกรรม เพราะไม่ได้ใช้กลไกแบบกำหนดฐานความผิดเพราะคดีการเมืองช่วงหลังทุกรูปแบบมีมูลเหตุแตกต่างกันไป เช่น ผิดตาม พ.ร.บ.ขยะมูลฝอย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผิดตามคำสั่ง คสช.ที่ออกมาต่อต้านคนรุ่นใหม่ที่ยิงพลุแยกดินแดง เจอข้อหาวัตถุระเบิดจำเป็นต้องใช้คณะกรรมการวินิจฉัยคดีที่นำมาปรับใช้ สมัยก่อนเคยทำในสมัยรัฐบาลควง อภัยวงศ์ พิจารณานิรโทษกรรมคดีต่อต้านญี่ปุ่นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม หลังลงจากอำนาจฉะนั้น ถ้ารัฐบาลขยับนับเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะเป็นเงื่อนไขออกจากความขัดแย้ง ให้หันหน้ามาพูดคุยกันได้ ออกแบบสังคมที่ยอมรับกันได้พรรคก้าวไกลยังเผชิญความท้าทายนิติสงคราม รบกวนหรือเป็นปัญหาต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกอย่างไร นายชัยธวัช บอกว่า การต่อสู้คดีความต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ต้องวางอยู่บนพื้นฐานความไม่ประมาท และทำเต็มที่ เรื่องนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดนิติสงครามคงไม่กระทบต่องานฝ่ายค้านเชิงรุกและเป็นสถานการณ์ที่ก้าวไกลต้องผ่านไปให้ได้.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม