“เศรษฐา” ลั่นทำแน่ ไม่เลิกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ยันจำเป็นต้อง อัดเม็ดเงินลงสู่คนฐานราก น้อมรับเสียงวิจารณ์ 99 นักวิชาการ แต่ต้องฟังเสียงอีกด้านจากคนหลายสิบล้านด้วย ชี้ปลาย ต.ค. รายละเอียดทุกอย่างจะชัดเจน ยันทำครั้งเดียวเลิก ไม่ได้ทำทุกปี โฆษกรัฐบาลข้องใจถามทฤษฎีกับชีวิตจริงอันไหนแม่นกว่า พท.ยันเดินหน้าไม่สนเสียงค้าน ถามกลับใครบอกไม่อยากได้บ้าง “เด็จพี่” ฟาดแรงพวกกินดีมีสุขอยู่บนยอดพีระมิด ขวางโลก-สร้างภาระ ทำประเทศป่วย ปชป.เตือนประเทศไม่ใช่บริษัทจะทำอะไรต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้ดี ปธ.เตรียมเปิดตัว “รองอ๋อง” เข้าพรรค 10 ต.ค. นายกฯเอาจริงแก้ยาเสพติด ขอนั่งบัญชาการหัวโต๊ะเอง ยก “หัวโทนโมเดล” เป็นต้นแบบสืบเนื่องจากกรณีที่ 99 นักเศรษฐศาสตร์นักวิชาการ และคณาจารย์ ฯลฯ นำโดยนายวิรไท สันติประภพ และนางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันลงชื่อในแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแจกเงิน Digital 10,000 บาท ภายใต้ 8 ข้อ พร้อมแจกแจงเหตุผลด้วยวลีเผ็ดร้อน“เศรษฐา” ลั่นไม่ยกเลิกเงินดิจิทัลเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่สถานีตำรวจ ภูธรหัวโทน ต.หัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ว่า มีประชาชนหลายพื้นที่แสดงเจตจำนงว่าอยากได้มาก ก็ดีใจ เพราะตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีนักวิชาการ หลายท่านไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ ยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯ รัฐบาลและคนที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะทั้งหลาย จากทุกหน่วยงาน รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย เราน้อมรับไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแต่งเติมให้ทุกอย่าง ดูดีขึ้น แต่ไม่มีการยกเลิก ยืนยันว่าโครงการเงินดิจิทัล ไม่ใช่โครงการหาเสียง ไม่ใช่โครงการที่มาโปรยเงิน ให้ประชาชนเลือกตั้งให้เรากลับมาใหม่ แต่เป็นโครงการ ที่เราตระหนักดีถึงความจำเป็นและความต้องการของ ประชาชน เขาต้องการความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องเติมเงินให้คนฐานรากนายเศรษฐากล่าวว่า เราได้ลดค่าไฟฟ้า ค่า พลังงานเชื้อเพลิงแล้ว และอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีการพักหนี้เกษตรกรแล้ว เพื่อให้ประชาชนมีขวัญกำลังใจทำมาหากิน แต่ก็มีปัญหาอีกเมื่อมีขวัญกำลังใจแล้วเอาเงินทุนจากที่ไหน คนต่างจังหวัดไม่ได้มีเงินเยอะเหมือนคนที่อยู่ฐานบนของสังคม ความเหลื่อมล้ำมีเยอะมากในสังคมไทย เขาไม่มีเงิน งบประมาณของโครงการนี้ประมาณ 5 แสนกว่าล้านบาท ไม่ใช่ งบประมาณที่ทำทุกปี ขอทำความเข้าใจว่าทำแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่ตั้งใจเอามาเพื่อซื้อเสียง เราทำออกมา เพื่อให้ประชาชนมีเงินทุนในการประกอบอาชีพอย่าง มีเกียรติมีศักดิ์ศรี สวนต้องฟังเสียง ปชช.หลายสิบล้าน“นักวิชาการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เยอะ ผมน้อมรับ แต่ท่านก็เป็นแค่หนึ่งเสียง พี่น้องประชาชนมีอีกหลายสิบล้านเสียงที่ต้องการเงินดิจิทัล เราน้อมรับ ฟังและนำไปปรับปรุงเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับ ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เสียภาษี ฝ่ายประชาชนที่มีความเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจอย่างมากที่หมักหมมมานาน ผมขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะไม่ลุอำนาจ และจะฟังความคิดเห็น แต่เหนือสิ่งอื่นใดความลำบาก ของประชาชน การที่ประชาชนขาดเงินทุนที่จะไปดำรงชีพ เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญที่สุด ยืนยันจะไม่ยกเลิกเงินดิจิทัล”นายเศรษฐากล่าวปลาย ต.ค.รายละเอียดจะชัดเจนเมื่อถามว่านักวิชาการควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วยใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่าใช่ครับ ขอวิงวอนว่านักวิชาการแสดงความคิดเห็นมา เยอะๆ ขอให้แสดงความคิดเห็นออกมาอีก และนักวิชาการ ที่เห็นด้วยก็มีช่วยแสดงความคิดเห็นมาด้วย ในฐานะ คนกลางตัวแทนประชาชนจะนำไปพิจารณาและปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดให้โดนใจ ทุกคน เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีโอกาสได้พูดคุยกับนักวิชาการที่เห็นต่าง เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดี นายเศรษฐาตอบว่า ยืนยันว่าคุยตลอด สัปดาห์ที่ผ่านมาก็คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และทีมงานก็คุยกับนักวิชาการหลายท่าน เมื่อถามอีกว่าการที่มีเสียงคัดค้านเป็นไปได้หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด นายกฯตอบว่า ก็เป็นไปได้และ เป็นเหตุผลหนึ่งที่อาจทำให้ยังไม่เข้าใจ ขอให้ตกผลึกทั้งหมดก่อนว่ารายละเอียดมีอะไรบ้าง เช่น บางคนบอก 4 ตารางกิโลเมตร อาจไม่พอ เพราะบางที่มองไป มีแต่ทุ่งไม่มีร้านค้าจะทำอย่างไร รัฐบาลรับฟังเดี๋ยวจะไปพิจารณาใหม่ น่าจะปลายเดือน ต.ค.จะออกมาได้ ทุกอย่าง ขอให้อดทนนิดหนึ่งย้ำทำครั้งเดียวเลิก ไม่ได้ทำทุกปีนายกฯกล่าวด้วยว่า ขอย้ำว่าเป็นนโยบายที่ใช้ ครั้งเดียว ไม่ได้ทำทุกปี ถ้าทำแล้วไม่ใช่แค่ประชาชนที่ได้ ภาคอุตสาหกรรมก็จะได้ ลองคิดดูวันที่ดิจิทัล วอลเล็ตไปสู่กระเป๋าเงินประชาชนทุกคนประมาณ 5 แสนกว่าล้านบาท ถ้าเป็นภาคอุตสาหกรรมจะผลิต สินค้ามารองรับหรือไม่ จะมีการซื้อวัตถุดิบ มีการจ้างงาน ห้างร้านก็จะมีกำไร มีการจ่ายภาษี รัฐบาลไม่ใช่จ่าย อย่างเดียว มีรายรับกลับมาด้วย แต่ก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาได้ ประชาชนต้องมีเงินทุนก่อน ถ้ามีเงินทุนแล้ว นโยบายการเกษตรก็มีนวัตกรรมเข้ามา การที่เราจะไปเปิดตลาดให้ราคาพืชผลดีขึ้น หลายอย่าง จะทยอยเข้ามา ขอความเห็นใจว่าเราพยายามทำดี ที่สุด เรารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย เมื่อถามว่า ไม่ได้ กังวลใช่หรือไม่กับนโยบายดีๆที่มีคนออกมากระตุกแขน กระตุกขา นายเศรษฐาตอบว่า หากถามถึงความกังวล ก็กังวลทุกเรื่องเพราะอยู่ตำแหน่งตรงนี้ เราต้องให้ความ สำคัญกับข้อคิดเห็นของทุกฝ่าย ถ้าท่านทักท้วงมาเราก็กังวล เพราะเราเชื่อว่าทุกคนก็เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิให้ความคิดเห็นเรามา จะพยายามทำให้ดีที่สุดชาวบ้านถือป้ายเรียกร้องเงินดิจิทัลผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมของนายกฯ ที่สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีประชาชนในพื้นที่ มายืนถือป้ายเรียกร้องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต อาทิ เราต้องการเงินดิจิทัล 10,000 บาท, ชาวร้อยเอ็ดอยากได้ 10,000 บาท, เศรษฐกิจร้อยเอ็ดแย่เอาเงิน 10,000 บาทมาเยียวยาก่อนได้ไหม ทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึง ชาวบ้านได้นำผ้าขาวม้ามาผูกเอว ก่อน ที่นายกฯจะเดินไปยังกลุ่มประชาชนที่ถือป้ายข้อความ ที่เรียกร้องโครงการเงินดิจิทัล ทักทายและถ่ายรูปอย่าง เป็นกันเอง ขณะที่นายกิตติ สมทรัพย์ สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย พยายามเดินเข้ามาร่วมถ่ายภาพกับนายกฯด้วย แต่นายกฯกระเซ้าว่า “คุณจะมาถ่ายรูปกับผมทำไมล่ะ เฮ้อ” พร้อมใช้มือดันนายกิตติออกไป ก่อนชูนิ้วโป้งเพื่อถ่ายรูปร่วมกับประชาชน และร่วมกัน พูดพร้อมกันว่า “เงินหมื่น”โฆษก รบ.ถามทฤษฎีกับชีวิตจริงนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า คนกลุ่มหนึ่งแปลผลสภาพเศรษฐกิจของประเทศด้วยตัวเลขและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ว่ากำลังฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้น ให้เศรษฐกิจขยายตัว ขอเพียงรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอาไว้ให้ดีก็พอแล้ว ในขณะที่คนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศพิสูจน์ทราบสถานะและความเป็นจริงของเศรษฐกิจด้วยชีวิตจริงที่ยากลำบาก ขัดสนและด้อยโอกาส แถมติดหล่มหนี้สินครัวเรือนเรื้อรัง รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต่างส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาล เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้เกิดการขยายตัว ด้วยโครงการต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว คนกลุ่มนี้ต่างต้องการโอกาส สร้างรายได้ใหม่ เพื่อพลิกฟื้นชีวิตให้ดีขึ้น ไม่ต้องการทนอยู่ในสภาพยากไร้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถามว่าทฤษฎีกับชีวิตจริง อย่างไหนจะแม่นยำน่าเชื่อถือกว่ากันพท.ยก 4 ข้อลุยดิจิทัลวอลเล็ตน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบข้อคิดเห็นหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงการ กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ขอทำความเข้าใจดังนี้ 1.ที่มานโยบายดังกล่าวมาจากพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน ต่างต้องการความช่วยเหลือจากปัญหาที่สะสมมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะช่วงโควิดทำให้ชีวิตติดลบจนถึงปัจจุบันมีหนี้เพิ่มขึ้น เป็นที่มาของการลดรายจ่าย 2.การประเมิน ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยล่าสุดพบว่า โครงการดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจ 2-3 รอบ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1-1.6 ล้านล้านบาท และประเมินจีดีพีไทยปี 2567 จะขยายตัว 5-7% แม้ถูกมองเป็นการกระตุ้นระยะสั้น แต่พรรคเพื่อไทยมองเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานแข็งแรงให้เศรษฐกิจปี 2567 ให้ปีต่อๆไป การลงทุนจากต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น เป็นที่มาของการเพิ่มรายได้ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ค่าแรง 600 บาทใน 4 ปี และเงินเดือน ปริญญา 25,000 บาท ที่จะตามมาถามคนค้านมีใครบอกไม่อยากได้น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า 3.โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น สามารถดำเนินควบคู่ไปกับโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวตามที่รัฐบาลเตรียมไว้ 4.ประเทศไทยอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น กนง.ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 27 ก.ย.2566 จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี ปรับขึ้นติดกัน 8 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.2565 อาจส่งผลให้การลงทุน การส่งออกของไทยหดตัว ดังนั้น การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศควบคู่กับการลดรายจ่ายให้ประชาชนระดับฐานราก และการลงทุนขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นเหมาะสม ช่วยเศรษฐกิจเติบโตระยะยาว พรรคเพื่อไทยมองภาพใหญ่ ภาพรวมประชาชน ทั้งประเทศที่ สส.ได้รับฟังเสียงสะท้อนมา ไม่มีใครบอกไม่อยากได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีแต่ถามว่าเมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น เราเปิดรับข้อเสนอที่เป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการ อยากให้คนคัดค้านฟังเสียงประชาชนด้วย คนที่เดือดร้อนกำลังรอรับ อาจเสียงไม่ดังเหมือนพวกท่าน “เด็จพี่” ฟาดพวก “อีลิต” ยอดพีระมิดนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์ที่ลงชื่อ 99 คน กลุ่มนี้อยู่ส่วนบนยอดพีระมิดเศรษฐกิจ มองจากมุมเดิมๆ หรือมิติเดียว สื่อลองไปสอบถามในมุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดกับวิกฤติเศรษฐกิจ 9 ปีที่ผ่านมาว่าคิดอย่างไรกับเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก จะมองจากมุมนี้หรือดาวไหนก็เห็นว่าประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นหนี้ทั่วหน้า เอสเอ็มอีถูกฟ้องดำเนินคดีมากมาย ผิดอะไรถ้ารัฐบาลจะช่วยประชาชนฟื้นตัว ต้องกระตุ้นที่หัวใจ รดน้ำที่ราก เติมเงินให้ประชาชน กระตุ้นการบริโภค สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกล้าเอาเงินมาลงทุน เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วขวางโลก-สร้างภาระ ทำ ปท.ป่วย“ถ้าคิดแบบเดิมๆเหมือนที่อดีตผู้ว่าการ ธปท. นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ แนะนำจะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่อยากให้ขวางโลกหรือย่ำอยู่กับที่ เหมือนตอนที่ท่านเป็นผู้ว่าการ ธปท.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ซึมยาวเหมือนคนป่วยหนัก เป็นภาระที่รัฐบาลเพื่อไทยต้องแก้ไข ในอดีตการคิดนอกกรอบ มีนโยบายและวิธีการใหม่แก้วิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนเคยเห็นมาแล้ว เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ตอนนั้นถูกคัดค้าน อ้างทำไม่ได้ เอาเงินจากไหน สุดท้ายสำเร็จถึงทุกวันนี้ ได้คำชื่นชมจากทั่วโลก และผ่านมาหลายรัฐบาลแล้ว ประชาชนก็ยังใช้อยู่ การติเพื่อก่อรัฐบาลคงยินดีรับฟัง แต่ถ้ามีวาระซ่อนเร้นจะทำให้ประชาชน ประเทศเสียหาย เสียโอกาสฟื้นเศรษฐกิจ เมื่อโลกเปลี่ยนต้องรู้จักปรับ มัวกลัวโน้นนี้จะเดินต่อกันยังไง ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยทำดีคิดถูกคนก็สนับสนุน แต่ถ้าทำผิดพลาดเสียหาย ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายพร้อมพงศ์กล่าวอยู่ดีมีสุขไม่คิดถึงทุกข์ชาวบ้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนักวิชาการ 99 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทนั้น เชื่อว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว. คลัง ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ การคัดค้านถือเป็นสิทธิ แต่ขณะเดียวกันโพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและอีกหลายโพลชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเกิดขึ้นโดยเร็ว เรื่องนี้ก็ต้องรับฟังด้วยเช่นกัน นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ถ้า ครม.หรือ สส.ลงพื้นที่พบประชาชนตอนนี้ จะมีแต่คำถามว่าเมื่อไรจะได้ใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาท สิ่งนี้เป็นความหวังของประชาชน นักวิชาการที่ออกมาโจมตีนโยบายดังกล่าวเพราะคนเหล่านี้อยู่ดีมีกินแล้ว ไม่คิดถึงประชาชนที่ลำบากก.ก.ชี้เสียงค้านสัญญาณอันตรายนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ ทีมเศรษฐกิจ พรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 99 นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ และคณาจารย์ลงชื่อแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแจกเงิน Digital 10,000 บาท ว่า การที่อดีตผู้ว่าการ แบงก์ชาติ 2 คน รวมถึงอาจารย์และนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก แสดงความกังวลจริงจังถึงความเสียหายที่รออยู่ เป็นสัญญาณสำคัญหนึ่งที่รัฐบาลควรต้องทบทวนและคือสัญลักษณ์ที่สาธารณชนน่าจะช่วยสะท้อนถึงรัฐบาล และนักการเมืองของรัฐบาล ก้าวไกลเคยเตือนเเล้วว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะต้นทุนที่ใช้สูงกว่าประโยชน์ที่ได้มา เห็นด้วยกับทุกข้อของแถลงการณ์ซัด 3 ข้อ วอดวายเป็นภาระลูกหลานนายสิทธิพลกล่าวว่า ปัญหาของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตมี 3 ข้อ 1.ไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนได้เงินมาเเล้ว อาจเก็บเงินของตัวเองไว้ แล้วใช้เงินของรัฐบาลก่อน และเอาเงินของตัวเองที่เก็บไว้ ไปใช้หลังจาก 6 เดือนที่รัฐบาลบังคับ ดังนั้น จึงเสี่ยงไม่เป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาล ไม่ช่วยทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ 2.ไม่คุ้มค่า คือทุกอย่างมีค่าเสียโอกาสและราคาที่ต้องจ่าย รัฐบาลกำลังเอาเงิน 560,000 ล้านบาท ไปแจกเงินดิจิทัล แต่ประเทศยังมีโครงการอื่นๆที่ต้องการใช้งบประมาณนี้ มันคือการเอางบลงทุนของทั้งประเทศไทยไปเทหมดหน้าตักให้กับเรื่องเดียวแล้วมันเป็นเรื่องระยะสั้นด้วย และข้อ 3.ไม่ยั่งยืน แถมเป็นภาระกับลูกหลาน คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะทำต้องเอาภาษีที่เก็บจากประชาชนหรือรายได้จากรัฐบาลมาใช้จ่าย มันไม่ได้งอกขึ้นมาจากท้องฟ้า แต่มาจากภาษีของประชาชนแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสร้างภาระทางการคลังในอนาคต ที่สำคัญสุดที่ต้องบันทึกไว้ก็คือรัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายภายใต้ความสุ่มเสี่ยงว่าอาจไม่โปร่งใสเลี่ยงการตรวจสอบ โดยหันไปใช้แหล่งเงินนอกงบประมาณอย่างที่รัฐบาลมีนโยบายขยายกรอบเงินนอกงบประมาณจาก 32% เป็น 45% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี สิ่งนี้เป็นการเลี่ยงการตรวจสอบ และเลี่ยงไม่ให้ภาระที่เพิ่มขึ้นถูกนับรวมเป็นหนี้สาธารณะปชป.เตือนประเทศไม่ใช่บริษัทนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เคยท้วงติงตั้งคำถามตั้งแต่ช่วงแรก นับตั้งแต่วันที่มีการแถลงนโยบายว่ารัฐบาลยังแจงรายละเอียดต่อประชาชนไม่ได้ว่ามีหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร จากส่วนไหน และวิธีการดำเนินการยังกลับไป กลับมา หากจะเดินหน้าโดยไม่สนใจตรึกตรองให้ดี ท้ายที่สุดประชาชนต้องรับผลกระทบด้วยการต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ราคาสินค้าจะแพงขึ้นหรือไม่ จะมีผลต่อหนี้สาธารณะหรือไม่ รัฐบาลอย่าเอาชีวิตประชาชนและประเทศมาเป็นตัวประกัน หากเกิดความเสียหายจะรับผิดชอบอย่างไร นายเศรษฐาอย่าลืมว่าตัวเองเป็นนายกฯอยู่ ไม่ใช่ประธานบริษัท จะกระทำสิ่งใดต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศ 10 เดือน 10 ปธ.เปิดตัว “รองอ๋อง”วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” ของนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ภาพอินโฟกราฟิก “วันที่ 10 เดือน 10 ที่ชั้น 10 อาคารรัฐสภา เวลา 10 โมง” พร้อมข้อความว่า “พบกันครับ” คาดการณ์ว่าจะเป็นการเปิดตัวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เข้าเป็นสมาชิกพรรค ตามที่มีกระแสข่าว ภายหลังพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ขณะที่นายปิติพงศ์เปิดเผยว่า อยากให้ติดตามพรรคจะแถลงเรื่องอะไร เมื่อถามว่าเป็นการเปิดตัวนายปดิพัทธ์เป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรมใช่หรือไม่ นายปิติพงศ์ตอบว่า แล้วแต่การคาดการณ์เจ้าตัวเผยเข้าไปร่วม 90% แล้วนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีพรรคเป็นธรรมนัดหมายกิจกรรมวันที่ 10 เดือน 10 จะเป็นการเปิดตัวเข้าเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรมหรือไม่ว่า ยอมรับว่าตอนนี้มีความชัดเจน 90% ที่จะร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม ส่วนอีก 10% ที่เหลือนั้นยังต้องหารือเรื่องนโยบายการทำงานร่วมกัน สำหรับการเข้าสังกัดพรรคใหม่เป็นเรื่องยาก ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ส่วนสถานที่ซึ่งพรรคเป็นธรรมระบุว่าเป็นชั้น 10 อาคารรัฐสภานั้น คงไม่ใช่ชั้น 10 แต่กำลังหาพื้นที่ที่เหมาะสมภายในอาคารรัฐสภาอยู่ “อนุทิน” เผยวลีเบิร์ธเดย์ “เนวิน”ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงการอวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีอายุครบ 65 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 ต.ค. ภายหลังการสัมมนา สส.ของพรรค นายอนุทิน และแกนนำพรรค พร้อม สส.พรรค ได้อวยพรวันเกิดนายเนวินว่า เราอวยพรตามประเพณีด้วยจิตใจที่เรารักเคารพ เมื่อถามว่า นายเนวินฝากอะไรบ้างหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้ว การเป็นพรรคการเมือง เราต้องทำงานให้ประชาชน เมื่อถามว่านายเนวินได้พูดถึงเป้าหมายจำนวน สส.ของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าขึ้นอยู่กับความขยันของผู้สมัครแต่ละคนด้วย แต่ว่าผู้ปฏิบัติที่บริหารราชการแผ่นดินก็ต้องทำงานเต็มที่“หัวโทนโมเดล” แก้ปัญหายาเสพติดที่สถานีตำรวจภูธรหัวโทน ต.หัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ที่ลงพื้นที่อีสานดูน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานีและยโสธร ดีใจที่ปัญหาคลี่คลายไปบ้าง แต่ปัญหาที่มีอยู่คือเรื่องปากท้อง ผลิตผลทางการเกษตร ข้าวที่ จ.ร้อยเอ็ด ปลูกกันเยอะ รัฐบาลจะไปเปิดตลาดใหม่นำนวัตกรรมเข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้สุทธิต่อครัวเรือนสูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายของประชาชนที่สูงรัฐบาลได้ดำเนินการพักหนี้ ค่าน้ำ ค่าไฟ ลดค่าน้ำ ประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปากมีกำลังใจในการทำงาน ขณะที่ปัญหาที่กัดกินสังคม เช่น เรื่องยาเสพติดที่แพร่หลายเรายอมไม่ได้ที่จะให้ลูกหลานเป็นทาสของยาเสพติด ที่ อ.สุวรรณภูมิ ถือว่าทำได้ดี ใช้ชุมชนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร และไม่ใช้ความรุนแรง ใช้ความเข้มแข็งของครอบครัวมาช่วย หวังว่าโมเดลนี้จะถูกนำไปใช้ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในที่อื่นต่อไปนายกฯยันเอาจริง แก้เป็นรูปธรรม“ดูได้จากแววตามีความจริงใจจริงจังและอยากให้มีผลสัมฤทธิ์ แก้ไขปัญหาได้ทั่วประเทศ และขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของสถานีตำรวจภูธรหัวโทน ที่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม ขอย้ำ รัฐบาลนี้เอาจริงกับเรื่องยาเสพติด เพราะเป็นเรื่องที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน ถึงเวลาที่ต้องจัดการต่อไป โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยผลักดันเรื่องนี้ได้ จึงขอฝากถ้าเป็นไปได้อยากให้เอางานของสถานีตำรวจภูธรหัวโทนโมเดลนี้ไปแพร่ขยายในทุกสถานีตำรวจ เพื่อทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไปตนจะสั่งการในเรื่องนี้ด้วย” นายกฯกล่าวดูความพร้อมพื้นที่ก่อนทำตามโมเดลผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้เดินพูดคุย และให้กำลังใจผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการบำบัด จากนั้นนายเศรษฐาได้ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกหน้า สภ.หัวโทน มีข้าราชการตั้งแถวรอจำนวนมาก ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดยาเสพติด ที่มีแนวคิดจะให้หัวโทนโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ว่า ใช่ เจ้าหน้าที่รัฐนำโดยสถานีตำรวจภูธรหัวโทนโมเดลเป็นแบบอย่างที่ดี อยากให้หลายท้องที่นำไปคิดว่าควรจะทำอย่างนี้ได้หรือไม่ แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆนำไปใส่ท้องที่อื่น ต้องดูความพร้อมและความแข็งแกร่งของชุมชนว่าพร้อมด้วยหรือไม่ ตรงนี้เป็นโมเดลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทำสำเร็จ มีตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัย และผู้เสพเป็นผู้ป่วยหายคืนสู่อ้อมกอดพ่อแม่พี่น้องได้ และมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งอันนี้น่าชื่นชมคุกไทย 85% เป็นนักโทษยาเสพติดผู้สื่อข่าวถามว่า หัวโทนโมเดลไม่ใช่จุดสุดท้ายที่แก้ได้ เพราะบางครั้งเมื่อจับแล้วก็มีการปล่อยอีก นายเศรษฐาตอบ หัวโทนโมเดลสรุปไม่ใช่ทางแก้ที่เบ็ดเสร็จ อันนี้จริง แต่เป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหา ถ้าบอกว่าผู้เสพต้องจับไปขังคุก ท่านรู้หรือไม่ว่าคุกไทยกี่เปอร์เซ็นต์เป็นผู้เสพยาเสพติด 85% หากเจอนิดเดียวแล้วจะไปเป็นผู้ผิดติดคุก พวกเราจะเต็มไปด้วยผู้เสพ มันควรต้องมีวิธีอื่นเพื่อเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย ดูแลรักษาเขาให้ดี ให้มี อาชีพที่มั่นคง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ส่งคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ได้ การเผาทำลายยาเสพติดต้องใช้เวลาให้น้อยลง การจ่ายเงินสินบนนำจับให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบางทีบอกว่าช้าไป บางทีนาน 1-3 ปี มันช้าเกินไป ต้องให้มีวิธีการที่กระชับขึ้น และเรื่องการยึดทรัพย์ก็ยังช้าอยู่ ดังนั้น หัวโทนโมเดลไม่ใช่วิธีเดียวที่สำเร็จ แต่เป็นส่วนสำคัญลั่นนั่งหัวโต๊ะบัญชาการแก้ปัญหาเองนายเศรษฐากล่าวว่า ได้บอกไว้แล้วว่าการแก้ปัญหายาเสพติดจะนั่งหัวโต๊ะเอง เพราะมีหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาธารณสุข มหาดไทย ทุกหน่วยงานต้องได้รับการสั่งการที่ชัดเจน มีผู้บริหารสูงสุดของประเทศนั่งหัวโต๊ะบัญชาการเอง ยืนยันเป็นปัญหาสำคัญและยืนยันปัญหายาเสพติดต้องน้อยลงไป “ชาดา” ลุยล้างบางขบวนการมาเฟียนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพล หลัง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดทำรายชื่อ กว่า 700 รายว่า ได้นำรายชื่อมาทำใหม่ ดูพฤติกรรม สิ่งที่กระทำความผิดและบริวาร รวมถึงข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนมาตามเบอร์ 08-8887-8888 เพราะในอดีตเคยผ่านการบริหารจัดการเรื่องนี้มาแล้ว แต่มีเพียงการส่งรายชื่อมาเท่านั้น จึงไม่มีประโยชน์อะไร ทั้งนี้ ขอให้การส่งข้อมูลมาเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง อย่ากลั่นแกล้งกัน สำหรับรายชื่อที่กระทรวงต่างๆ และบุคคลทั่วไปส่งมาให้ก็จะผ่านการกลั่นกรองอีกครั้ง ส่วนการจัดระเบียบสีเหลืองและสีแดงนั้น สีแดงคือคนที่กระทำความผิดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องติดตามดำเนินการอยู่แล้ว อาจยังจับกุมไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ครั้งนี้จะลงไปทั้งระบบแบบบูรณาการอย่างเข้มข้นทั้งอาณาจักรไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียว แต่จะมีหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเข้าไป มีเรื่องการตรวจสอบภาษี เรื่องเกี่ยวกับการฮั้วประมูล จะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตัดรากถอนโคน ขอฝากว่าคนที่คิดไม่ดีคิดไม่ถูกต้องรังแกประชาชนอยู่ ขอให้เลิก มิเช่นนั้นจะเจอกับการตรวจสอบทั้งระบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน คาดว่าใช้เวลา 2-3 เดือน จึงเริ่มปฏิบัติการเข้มข้นไปเรื่อยๆ“ชาดา” แจงครองปืน 23 กระบอกด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินในนั้นคือพระเครื่องและอาวุธปืน 23 กระบอกจนเป็นที่สนใจของประชาชนว่า กรมการปกครองอาจจะมีมาตรการเกี่ยวข้องกับปืนถ้ามีเยอะจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น บางคนมีอาวุธปืนไว้แต่ไม่ได้ทำร้ายใครอาจจะมีไว้เพื่อสะสม ต้องตรวจสอบทั้งหมด หากกฎหมายบอกให้คืนก็ยินดี ปืนของตนมีไว้เพื่อสะสม เพราะเวลาไปในสถานที่ต่างๆ ปืนในแต่ละสถานที่ก็จะมีรูปแบบที่มีความสวยงาม ส่วนพระเครื่องมีความสนิทสนมกับเซียนพระ ชอบตั้งแต่เด็กสะสมตั้งแต่สมัยเป็นนายกเทศมนตรีจังหวัดอุทัยธานี ไม่ให้ใครเช่าและเป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลาน ต้องแยกแยะระหว่างของมงคลกับเรื่องศาสนาทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่