ระหว่าง การเมืองแบบเก่ากับแบบใหม่ จะเป็นเส้นขนานของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลงลึก กลายเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ ฉายภาพให้เห็นถึงขั้วการเมือง ระหว่าง ก้าวไกล กับ เพื่อไทย และ พรรคอนุรักษนิยม ที่มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าจะแยกชนิดและประเภทของนักการเมือง เป็น อนุรักษ์ กับ ประชาธิปไตย ในขณะนี้ ก้าวไกล เป็นตัวแทนของประชาธิปไตย และ เพื่อไทย เป็นตัวแทนของอนุรักษ์ ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้เป็นไปตามระบบการเมืองการปกครองทั่วไปแต่เงื่อนไขสำคัญ เกิดจากตัวบุคคล มากกว่าระบบถ้าจะวิเคราะห์แยกแยะกันแบบตรงไปตรงมา ก้าวไกล ก็คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาธิปไตย แต่เป็นพรรคการเมืองที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับ เพื่อไทย ก็ คือ แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาธิปไตยหรือ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ก็ไม่ใช่เป็นตัวแทนของพรรคอนุรักษนิยม แต่เป็นพรรคการเมืองที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นเก่า ที่ยังอยู่ในวัฒนธรรมการเมืองแบบเดิมๆตอบสนองตัวบุคคลมากกว่าระบบเมื่อการรวมตัวของนักการเมือง เป็นแบบเฉพาะกิจ สามารถที่จะย้ายพรรค ยุบพรรค เปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง ตามสถานการณ์แวดล้อมของ ผลประโยชน์และการแสวงหาอำนาจ จึงไม่จำเป็นต้องอ้างกติกาตามรัฐธรรมนูญ หรืออุดมการณ์ทางการเมือง หรือความถูกต้องแค่พยายามสร้างภาพให้เป็นไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญและถูกใจชาวบ้านก็พอดังนั้น การเมืองไทยจึงมีการแบ่งขั้วอำนาจเพื่อการชิงอำนาจการปกครอง ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อประชาชนแต่อย่างใด ถ้าอยู่ในขั้วอำนาจเดียวกันไม่ว่าจะทำผิดกติกาอย่างไร ก็จะถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องชอบธรรมทำให้ไม่มีมาตรฐานในการตัดสินการกระทำผิดเช่นเรื่อง การกระทำผิดจริยธรรมทางการเมืองร้ายแรง บางกรณีก็ร้องแต่บางกรณีก็ไม่ร้อง หรือกรณีตำแหน่งประธานสภาของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ที่ถูกพรรคก้าวไกลขับออกจากพรรคเพื่อไปสังกัดพรรคใหม่และรักษาตำแหน่งรองประธานสภาเอาไว้ ด้วยความเป็นพรรคก้าวไกล จึงเชื่อว่าเป็นการกระทำโดยบริสุทธ์ใจและถูกต้อง สมมติเป็นพรรคการเมืองอื่น ว้าวุ่นแน่นอนหรือ กรณี สว. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และ สส. ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่ ประเทศไอซ์แลนด์ ในฐานะบุคคลสาธารณะ มีคำถามมากมาย มีภาพถ่ายมากมาย ที่ไม่ต้องอธิบายความอะไรมากมายฝ่ายหนึ่งก็ออกมาปกป้อง อีกฝ่ายออกมาติเตียน เรื่องบานปลายไปไกลถึงไอซ์แลนด์ ถ้าสมมติว่าไม่ใช่คุณหญิงหมอพรทิพย์ แต่เป็นคนอื่นที่อยู่อีกฝ่ายคงเละเป็นโจ๊กไปแล้วไม่มีอะไรเป็นมาตรฐานแม้แต่เรื่องเดียว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม