ปัญหาจริยธรรมกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกครั้งในสังคมไทยเมื่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรค อนาคตใหม่ ต่อมาเป็นแกนนำกลุ่มก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ถูกศาล ฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิการรับสมัคร รับเลือกตั้ง และห้ามดำรงตำแหน่งทาง การเมืองตลอดชีวิต ฐานผิดจริยธรรมกลายเป็นเหตุของความระหอง ระแหง ระหว่างนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้า กับกลุ่มผู้สนับสนุนคณะก้าวหน้า นายปิยบุตรถึงกับประกาศว่าจะลดบทบาทในการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ หรืองดแสดงความคิดเห็นทางการเมือง นายปิยบุตรเป็นผู้นำ “ช่อ” เข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกน.ส.พรรณิการ์ หรือ “ช่อ” ไม่ใช่ นักการเมืองคนแรกที่ถูกลงโทษห้ามสมัครรับเลือกตั้ง และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่พฤติกรรมของการกระทำผิดต่างกัน “ช่อ” ผิดเพราะการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันส่วนนักการเมืองคนอื่นที่ถูกตัดสินว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงเช่นเดียวกัน แต่การกระทำคือการบุกรุกที่ดินของรัฐ ความผิดต่อจริยธรรมเป็นนามธรรม ไม่สามารถจับต้องได้ ไม่ชัดเจนเหมือนกับการทำผิดกฎหมาย วงการแพทย์เรียกว่า “จรรยาแพทย์” ส่วน วงการทนายความเรียก “มรรยาทนาย”การกระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์ หรือจริยธรรมของทนายความอาจมองได้ชัดเจนมากกว่าจริยธรรมการเมือง เพราะผู้ทำความผิดจรรยาแพทย์ หรือมรรยาททนายความ อาจมีผลกระทบที่ชัดเจน แต่จริยธรรมทางการเมืองไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับ “จรรยาบรรณ” ของหนังสือพิมพ์หรือสื่อวงการหนังสือพิมพ์ถกเถียงกันนานหลายทศวรรษ เกี่ยวกับจรรยาบรรณหนังสือพิมพ์ อะไรบ้างที่ผิดจรรยาบรรณหนังสือพิมพ์ ในที่สุดวงการหนังสือพิมพ์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมาย เพื่อให้สื่อ “ควบคุมจรรยาบรรณ” กันเอง จึงเกิดสภาการหนังสือพิมพ์ฯเช่นเดียวกับสภาทนายความการควบคุมจริยธรรม เช่น แพทย์และทนายความเป็นการควบคุมกันเอง แต่ผู้ควบคุมจริยธรรมทางการเมือง คือ ป.ป.ช.และศาล และอาจเปิดช่องให้ร้องเรียน กลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามได้หรือไม่ การห้ามดำรงตำแหน่งการเมืองตลอดชีวิต เทียบเท่ากับประหารทางการเมือง ขอฝากเรื่องนี้ให้คณะ กก.แก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณา.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม