เรื่องที่ 84 ใน 108 เรื่องเล่าแฝงคติความคิด ที่พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) เขียนไว้ในหนังสือ “กิร ดังได้สดับมา” ชื่อเรื่อง ไผ่สัมมนา ครับครั้งหนึ่ง อาณาบริเวณของกอไผ่ที่เคยแผ่ขยายใหญ่โตในพื้นที่กว้างขวาง ก็ถูกมนุษย์รุกล้ำ ริดรอนเอาต้นไผ่ไปใช้ นับวันกอไผ่ก็ค่อยๆเล็กลงๆไผ่ผู้อาวุโส ในฐานะ พณฯ ประธานสภากอไผ่ เคยนัดมวลมหาสมาชิกเปิดอภิปรายทั้งแบบประชุมลับ ประชุมเปิดเผย หาวิธีรักษากอไผ่ให้รอด...หลายครั้ง แต่ก็ยังหยุดยั้งการรุกรานนั้นไม่ได้นัดนี้ เมื่อท่านประธานเปิดสภา สมาชิกเสนอหัวข้อ “อาวุธทำลายแบบไหนน่ากลัวที่สุด”“ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสนอว่า มีดเป็นอาวุธที่น่ากลัวสำหรับพวกเราที่สุด” สมาชิกไผ่หนุ่มนมเพิ่งแตกพาน หน้าตาไม่คุ้นเพื่อนสมาชิกดีนัก เสียงฉาดฉาน“มนุษย์ใช้มีดทั้งฟัน ทั้งถากและถาง ไผ่พวกเราไปมากต่อมาก การฟันแต่ละทีไม่เพียงลำต้น...กิ่งก้านและเรียวหนาม ที่พวกเขาเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ก็พลอยขาดกระจุยไปด้วย”ข้อมูลของไผ่หนุ่ม...ถูกใจเพื่อนสมาชิกไผ่ด้วยกัน แต่กระนั้น ก็ยังไม่ตรงใจ...ไผ่กลางกอ ต้นหนึ่งเขาระบายความในใจ น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล “ข้าพเจ้าเห็นว่า ขวานต่างหากน่ากลัวกว่ามีด” แล้วให้เหตุผลว่า “ขวานมีกำลังทำลายรุนแรงกว่า ฟันแต่ละโครม ต้นไผ่ไม่แค่ขาดเป็นสองท่อนต้นเดียว แต่ขาดลึกเข้าถึงกลางกอข้าพเจ้าเองคิดว่าอยู่กลางใจกอที่สุดแล้ว ยังเกือบเอาตัวรอดไม่ได้หลายครั้ง”สิ้นเสียงไผ่กลางกอ เสียงอภิปรายจากสารพันไผ่ก็ตามมาเซ็งแซ่จนท่านประธานต้องหยิบโค้นมาทุบโต๊ะเสียงดังปัง แล้วท่านก็ชี้มือไปที่สมาชิกไผ่รุ่นเล็กสุด คือหน่อไม้ สุ้มเสียงเขาเบามาก ควรได้โอกาสพูดบ้าง“ตามความเห็นของข้าพเจ้า อาวุธที่น่ากลัวคือเสียม เพราะเสียมแต่ละอันมีด้ามยาว แซะเข้าไปได้ลึกถึงกลางกอ แซะได้ถึงใต้ดินหน่อไม้เล็กๆ อย่างข้าพเจ้ายังไม่ทันได้โต ก็ถูกเสียมแซะไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”หน่อไม้ เสริมประเด็นน่าเห็นใจ โลกมนุษย์เขาให้สิทธิแก่เด็กอ่อน สตรี คนชรา หน่อไม้ในกอไผ่ก็ควรได้สิทธิเติบโตเป็นต้นไผ่ได้มากกว่าสมาชิกกอไผ่อื่นคราวนี้ก็ถึงคิวสตรีไผ่สาวรุ่นเสนอความเห็นว่า “อาวุธอะไรในทัศนะเธอไม่เท่าตะขอ ตะขอคมกริบทั้งด้ามยาว ตามขึ้นไปกระชากพวกเราที่โตสูงเสียดฟ้าลงมาได้สบาย”ยังมีทัศนะที่เห็นว่ามีอาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่า ตามมาอีกมากมาย การอภิปรายมาได้แค่รู้ว่าอะไรน่ากลัว ยังไปไม่ถึงประเด็นแล้วจะป้องกันอาวุธเหล่านั้นได้แค่ไหน อย่างไรไผ่แก่รุ่นคุณปู่ อยู่กลางกอมีอายุยาวนาน มีประสบการณ์มากกว่าไผ่ใดๆ ยกมือขอพูด“ลูกหลานเอ๋ย! ที่พวกเขาอภิปรายกันมา ไม่ว่า มีดขวาน เสียม ตะขอ หรืออะไรที่จะใช้โค่นพวกเราได้ ล้วนแต่กลัวไปเสียทั้งนั้น” ความเห็นของปู่ไผ่ ทำให้ที่ประชุมเงียบ ทุกไผ่ต้องตั้งใจฟัง“ปู่ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกเรา ไม่ใช่อาวุธใดๆเลย แต่เป็นไผ่พวกเราเอง”ในความอึ้ง ทึ่งไหง! หวยอาวุธที่น่ากลัว จึงออกมาที่ไผ่เองปู่ไผ่ ก็เฉลย สารพัดอาวุธเหล่านั้น โดยตัวมันทำอะไรไม่ได้มาก แต่หากเพราะไผ่พวกเราไปเป็นด้ามทำให้พวกเขา ยาวขึ้น มีกำลังตัดกำลังฟันเราแรงขึ้นจากอาณาบริเวณกอไผ่ใหญ่โตกว้างขวาง มาจนบัดนี้ ย่อยยับอัปรา เหลือกันอยู่อย่างที่เห็นเหตุผลของปู่ไผ่ ไผ่ทุกต้นในกอเห็นด้วยและยอมรับโดยดุษณี ท่านประธานปิดประชุม นัดครั้งหน้า สมาชิกไผ่ยังหาหัวข้ออภิปรายไม่เจอแต่พวกเขาก็หวังกันว่า จะหาทางให้ไผ่ทั้งกอ อยู่รอดต่อไปได้ โดยไม่ถูกประณามหยามเย้ย เหมือนสมาชิกวุฒิสภา แปดเก้าปีที่ผ่านมา ถูกมองว่าจะคิดจะทำอะไรก็ไม่เป็น...ทำเป็นแต่ตามนายสั่ง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม