ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ปี พ.ศ.ที่พี่ไมตรี ลิมปิชาติ เป็นนายกสมาคมนักเขียน พี่ถวิล มนัสน้อม จำได้ หนึ่งปีหลังหลวงพ่อพุทธทาสดับขันธ์ เคยชวนผมนั่งรถไฟ ไปถือศีล 8 ที่สวนโมกข์ ไชยา จึงดุนหลังผมขึ้นเวทีเสวนาด้วยเวทีนั้น คุณชมัยภร แสงกระจ่าง เป็นพิธีกร พระอาจารย์ ดุษฎี...เมธังกุโร และอีกคน เป็นผู้ชาย จำได้ว่าเป็นเพื่อนคุณรสนา โตสิตระกูลท่านดุษฎีทัก ผมอ่านคำปฏิจจสมุปบาท...ที่ถูกต้องต้องไม่มีเสียงสมาส (ปะ) และบอกว่า ในหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ หลวงพ่อพุทธทาส รักมากสองเล่ม เล่มไกวัลยธรรม เล่มเสตัพยตา ผมก็ตามซื้อมาอ่านส่วนผู้ชายคนนั้น คุยถึงธรรมะหลวงพ่อข้อลุ่มลึกสะดุดใจ จงตายเสียก่อนตายผมอ่านธรรมโฆษณ์ทุกเล่มที่หาซื้อได้ บางเล่ม เช่น อานาปานสติ หนาเท่าฝ่ามือ จับประเด็นเขียนคอลัมน์ไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเจอหนังสือ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา พระประชา ปสันนธัมโม สัมภาษณ์ เรื่องเล่าชีวิตท่านอาจารย์มีเกร็ดเรื่องเล่าเป็นรูปธรรม สนุก จับต้องได้ ผมเอามาเล่าต่อมากกว่าตอนเช่าวัดอยู่ที่พุมเรียง...หลวงพ่อเลี้ยงจิ้งจก ตุ๊กแก นก ปลา ฯลฯ ท่านคุ้นกับเหี้ยในโพรงหน้าโบสถ์หลังเก่า แบ่งอาหารบิณฑบาตให้ทุกเช้ากานั้น ตอนบิณฑบาตกลับถึงวัดมันบินมาต้อนรับนับร้อย เบียดเสียดบินเหนือศีรษะเหมือนก้อนเมฆสีดำ เมื่อท่านโยนข้าวสุกจากบาตร มันบินเข้ามาแย่งจิกในมือ เป็นแนวตรง หมดในพริบตาแย้...ท่านหากิ่งไม้เล็ก คลึงเล่นกับพื้น...เท่านั้น มันก็วิ่งขึ้นมาเล่นบนฝ่ามือมาถึงปลา...ปลาซิวตัวใหญ่ในสระนาฬิเก คืนหนึ่งบนยอดเขาพุทธทอง หลวงพ่อทดสอบอุคคหนิมิต เรียกปลาตัวที่เคยเล่นกับมันทุกเย็นริมสระนาฬิเกซึ่งอยู่เชิงเขา ปรากฏในฝ่ามือ“ดูเท่าไหร่ มันก็เป็นปลาตัวเป็นๆ ตัวจริงๆ สัมผัสเมือกและน้ำที่ตัวมันได้ชัดเจน”พระประชาถาม เรื่องเนรมิตจริงหรือไม่ หลวงพ่อตอบ เขาทำได้จริง แต่ไม่ใช่ของจริงย้อนมาถึงสระนาฬิเก...หลวงพ่อเรียนรู้บทกล่อมลูกคนปักษ์ใต้ห้าหกร้อยบท เลือกบท “มะพร้าวนาฬิเก ต้นเดียวโนเน กลางทะเลสีผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลสีผึ้ง ต้นเดียวโนเนเอย” โน้มน้าวมาเป็นอุปมานิพพานนั้นอยู่กลางวัฏสงสาร พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีทุกข์ที่ไหน ต้องดับทุกข์ที่นั่นนิพพานคือดับทุกข์ที่สุด มันต้องอยู่ตรงกลาง (เหมือนมะพร้าวนาฬิเกกลางทะเลสีผึ้ง) มันต้องอยู่ตรงกลางที่มีความทุกข์ที่สุดนั่นแหละสระนาฬิเก ในมโนคนเคยไป ฝีมือนายสุจิตต์ พันธุมนาวิน ชาวบ้านที่มาขอบวช หลวงพ่อให้ช่วยวัดทำงาน เป็นคนขับแทรกเตอร์ (ยืม) ขุดอยู่คนเดียวเรื่องเล่าเหล่านี้...ผมเขียนแล้วเขียนเล่า จำชื่อ พระประชา ปสันนธัมโม ฝังใจ ไม่เคยเชื่อมโยงไปถึงคุณประชา หุตานุวัตร ปราชญ์ทางปรัชญา ศาสนา ผู้คร่ำหวอดกับคาร์ล มากซ์ มหาตมะคานธี ฯลฯ และท่านติชนัทฮันท์เปี๊ยก เอสเอ็มอี ส่งข่าว พี่ประชาเพิ่งตายศพอยู่วัดทองนพคุณ ฝั่งธนฯ ผมเพิ่งรู้ คุณประชา คนเดียวกับพระประชา ที่เขียนเล่าไว้เมื่อวัยสนธยาและที่เพิ่งแน่ใจ ผู้ชายคนนั้น บนเวทีเสวนา ที่ผมเคยเสนอหน้าไปพูดเรื่องหลวงพ่อพุทธทาสด้วย...นั่นเองหากเอาแค่หนังสือ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา...เล่มเดียว ในใจผมคุณประชา ได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้นึกถึง แท้จริงเขาคือ คนที่ตายแล้วยังไม่ตาย ชื่อและคุณงาม ยังดำรงคงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลานนายกฯประยุทธ์ครับ...ผลการเลือกตั้ง...ชี้ชัดแล้ว ชาวบ้านเขาลั่น ระฆังหมดเวลา...ท่านแต่งเพลงขอมากว่าแปดปี นี่คือเวลาที่ท่านต้อง “พอ” ถ้าจะดึงดื้อถือดีต่อ...ท่านจะเข้าข่าย ตายทั้งที่ตัวยังไม่ตาย.กิเลน ประลองเชิง