อาหลาน นักแสดงในคณะละคร รูปร่างอ้อนแอ้นอรชร หน้าตาอ่อนโยนชวนสงสาร คนดูรู้กันว่า เมื่อเธอแสดงเป็นหลินไต้อี้ (นางเอกเรื่องความฝันในหอแดง) ตอน “ฝังดอกไม้” เธอแสดงได้ถึงบท เหมือนหลินไต้อี้มาเกิดก่อนขึ้นเวที อาหลานใช้เวลาแต่งหน้าครึ่งค่อนวัน ส่องกระจกครั้งแล้วครั้งอีก ตรงนั้นแป้งบาง หรือหนาเกินไปหรือเปล่า เธอเพ่งพินิจจนรู้สึกพอใจจึงหยุดได้เวลา อาหลานออกแสดงแล้วอากาศเดือนสามเย็นสบาย ดอกท้อบานเต็มต้น ที่ร่วงก็กระจายเกลื่อนบนพื้น หลินไต้อี้แบกจอบเล็กๆ มือถือไม้กวาดเดินมาอยู่ใต้ต้นท้อหลินไต้อี้กวาดกลีบดอกไม้มารวมเข้าเป็นกอง ขณะเธอจะขุดหลุม ก็ได้ยินเสียงเพลงฝึกซ้อมของสาวๆในคณะละครแว่วมา เธอวางจอบในมือ ตั้งอกตั้งใจฟังเพลงนั้นมีเนื้อว่า...ดอกไม้หลากสีหลายพันธุ์ เบ่งบานแล้วร่วงโรย ดุจดังสายน้ำไหลหลั่งไปทางตะวันออกไม่มีวันย้อนกลับมาหลินไต้อี้ได้ฟังดังนั้น ก็ย้อนมาคิดถึงตัวเอง แม้ตนจะมีรูปโฉมสวยเหมือนดอกท้อแรกแย้ม แต่วันเดือนปีก็จะผ่านไปไม่กลับคืน จึงเกิดความปวดร้าวอย่างสุดพรรณนาน้ำตาเธอไหลลงอาบแก้มดูสิ อาหลานเดินเซไปมาด้วยความระทม คล้ายตัวเองเป็นหลินไต้อี้ผู้น่าสงสารก็ในเมื่อหลินไต้อี้สวยหยาดเยิ้มถึงปานฉะนี้ ยังใจหายไปกับวันคืนที่ล่วงพ้นไป แล้วฉัน อาหลานเล่า?อีกสักครู่เมื่อการแสดงจบ ผู้คนต่างแยกย้ายกันกลับ หลังจากล้างแป้งและสีสันต่างๆที่โปะอยู่บนใบหน้าออกแล้ว ฉัน อาหลาน ก็ไม่ใช่คนสวยอีกต่อไปจะมีอะไรแตกต่างจากแม่เฒ่า ซึ่งผิวหนังเหี่ยวย่นเหล่านั้นเล่า?อาหลานถอนหายใจยาวด้วยความรันทด แต่หล่อนก็คิดได้ มันไม่ผิดอะไรกับการเล่นหมากรุกเลยสักนิดเมื่อการเล่นยุติลง การแพ้ชนะก็ไม่ดำรงอยู่ต่อไปเมื่อเป็นดังนี้ ความสวยงามอัปลักษณ์ของคนเราก็เหมือนกัน มิใช่เป็นสิ่งยั่งยืนเหตุไฉน จึงต้องเป็นกังวลจนเกิดเหตุด้วยเล่า!เมื่อคิดได้ดังนี้ อาหลานก็ปลงตก ล้างเครื่องแต่งหน้าเพื่อการแสดงออกเสีย กลับสู่โฉมหน้าเดิมของตน เหมือนทุกวันที่ผ่านมาบทสรุปของเรื่องนี้ เขียนว่า ศิลปินต่างผัดหน้าทาแป้ง ประชันโฉมไม่ลดราวาศอก เมื่อปิดฉากลง สวยไม่สวยอยู่หนใด? เล่นหมากรุกหน้าดำครํ่าเครียด เอาเป็นเอาตายกันที่ตัวหมาก เมื่อจบกระดาน แพ้ชนะอยู่หนไหน?เรื่องเล่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องลำดับที่ 50 ในหนังสือ สายธารแห่งปัญญา (หงอิ้งหมิง คนสมัยราชวงศ์หมิง เขียน บุญศักดิ์แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535) ตั้งชื่อเป็นหัวเรื่องว่าชนะแพ้ สวยงาม อัปลักษณ์ คือภาพลวงชั่วเวลาหนึ่งผมอ่านเรื่องนี้แล้ว ซาบซึ้งนางเอกหลินไต้อี้ ผู้กำลังฝังกลีบดอกไม้ สงสารอาหลาน นักแสดงผู้พลอยซึมเศร้ากับบทบาทอันแสนตรึงใจแต่ที่สงสารยิ่งกว่า คือบรรดานักการเมือง ที่กำลังเล่นบทโรมรันพันตู โดยก็รู้ๆอยู่กับใจ จบฉากการหาเสียง พวกเขาก็ต้องกลับมาแสดงบทรักกัน ด้วยเหตุผลธรรมดา เขาคือผู้เสียสละมารับใช้ชาติบ้านเมือง.กิเลน ประลองเชิง