หนังสือเล่มบาง “สายธารแห่งปัญญา” (สำนักพิมพ์ ก.ไก่ ถวิล มนัสน้อม บก. พ.ศ.2535) ปกในเรียกความสนใจ เขียนว่า หนังสือเล่มนี้ถูกค้นพบในหีบหนังสือเก่าวังจิ่งหยวนกง ในพระราชวังโบราณกรุงปักกิ่งมิได้ลงวันเดือนปีที่เขียนไว้ (หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิงเขียน บุญศักดิ์ แสงระวี แปล)เรื่อง “ปากสองปาก” ผมเอามาเล่าแล้วมากกว่าสองครั้ง...ไม่อยากโม้ อ่านอีกเมื่อไหร่ ยิ่งสนุก ยิ่งตอนนี้สนุกสองเท่ามีหนอนชนิดหนึ่ง เรียกกันว่า “ไว่” มันมีอะไรที่ประหลาดกว่าหนอนชนิดอื่นๆ มันมีปากสองปาก แต่มีกายเพียงหนึ่ง ยามปกติมันอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมเกลียวแต่ยามมีของกินดีๆ มันก็กัดกันเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีปากไหนยอมลดลาวาศอกให้แก่กันเมื่อมันยิ่งกัดกัน ตอนแรกๆปากนั้นก็เลือดไหลโทรม นานเข้าปากนั้นก็เน่า และในที่สุดสองปากนั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนได้ต่อไปอีกเจ้าไว่ ตายแล้ว มันตายโดยไม่มีโอกาสลิ้มรสอาหารที่มันอยากกินเลยแม้แต่คำเดียวถ้าหากเจ้าไว่ ไม่แย่งชิงอาหารกันเอง ไม่ปากใดปากหนึ่ง คงจะได้ลิ้มรสชาติโอชะนั้นได้ ไม่มากก็น้อยมึงแย่งกูชิง จะมีวันเวลาแห่งความสุขได้อย่างไรกัน?นี่เป็นเรื่องเล่าของหนอนประหลาด ที่มีสองปาก...แต่หากเป็นเรื่องของคน คนสองคนที่ต่างมาต่างทิศต่างทาง มาถึงสะพานต้นไม้ที่พาดข้ามลำธารหมู่บ้านอิน? เล่า?คนตัดฟืนมาทางตะวันออก ชาวประมงเดินมาทางตะวันตก คนทั้งสองเผชิญหน้ากันกลางสะพานคนตัดฟืนมีน้ำใจ ถอยหลังกลับมาหัวสะพาน ให้ชาวประมงข้ามก่อนต่อมา ทางสะพานด้านตะวันออกมีคนขายของเดินมา ทางตะวันตกมีคนฆ่าหมูเดินมา เจอกันกลางสะพาน คนขายของไม่ยอมหลีกทางให้คนฆ่าหมู คนฆ่าหมูก็ไม่ยอมหลีกทางให้คนขายของจากบ่ายอ่อนๆ จนบ่ายแก่ๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน คนทั้งสองก็ยังยืนเผชิญหน้ากัน ปั้นสีหน้าเข้าใส่กันจึงไม่มีใครสามารถกลับบ้านได้เรื่องเล่าสองเรื่องนี้ ภาษิตรากผัก มีคำถาม “เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ อยากอยู่อย่างอยู่เย็นเป็นสุข ควรจะทำอย่างไรดี?” คำตอบมีว่า จงจำไว้ เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นเขาเดินสักก้าวหนึ่งมีอาหารรสโอชา ก็ปันให้คนอื่นเขาลองชิมบ้างสักสามส่วนคำโบราณกล่าวว่า ถอยก้าวหนึ่ง ทะเลกว้างฟ้าไกล หมายความว่า การรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาตามควรแก่กรณี จะทำให้คนเราจิตใจมีแต่จะเบิกบาน ปลอดโปร่งโล่งใจ ไม่มีอะไรรกสมองยัง ยังก่อน อย่าคิดว่าเป็นตอนจบ ยังมีบทสรุปเขียนไว้อีกหน้า...หนทางในตอนแคบ เหลือที่ให้คนอื่นเดินสักก้าวหนึ่ง อาหารรสเข้มข้น แบ่งให้คนอื่นกินสักสามส่วน นี่คือวิถีการดำรงชีวิตในโลก ด้วยความสงบสุขเป็นอย่างยิ่งผมเขียนถึงตอนนี้...ทีวีออกข่าว นายกฯตู่ไปปราศรัยหาเสียงที่เมืองตรัง จู่ๆก็มีสาวนางหนึ่ง ยืนอยู่ใกล้เวที เธอชูนิ้วสามนิ้ว หลายคนตกอก ตกใจ รปภ.ปล่อยให้คนสามนิ้ว แหวกเข้าไปก่อกวนถึงชั้นในได้อย่างไรแต่เมื่อคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงเรื่องก็ตรงข้ามสาวน้อยสามนิ้วคนนั้น เป็นแม่ค้าขายถั่วต้มจากกันตัง เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้...ของพลเอกประยุทธ์ ตั้งใจมาเชียร์ สามนิ้วเธอยกขึ้นเชียร์คุณสมบูรณ์ ผู้สมัครเบอร์ 3 เรื่องที่ยิ้มไม่ออก ก็กลายเป็นเรื่องยิ้มได้การเมืองเมืองไทย...หลายพรรคใช้ภาษิตรากผักครับ คุณสนธิรัตน์ ปราศรัยดุเด็ดเผ็ดมันที่พัทลุง เรียกร้องให้เลือกพลเอกประวิตร ผู้ประสานสิบทิศหลายคำ แต่เผลอหลุดคำท้าย ให้เลือกพลเอกประยุทธ์ออกมาการเมืองสองพรรคพี่น้อง เขาแบ่งปันน้ำจิตน้ำใจกันขนาดนี้ ใครที่ไหนมาว่า เขาแยกกันเดิน.กิเลน ประลองเชิง