การเลือกตั้งในเวลาอีกไม่ถึงเดือน นอกจากจะเป็นการชิงอำนาจกันตามปกติ และแข่งกันแจกเงินตามนโยบายประชานิยมแล้ว ยังแข่งกันสร้างความนิยมผ่านโพลอย่างเข้มข้น แม้ผลของโพลจะไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง ตามคำกล่าวของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติผลการสำรวจความเห็นประชาชนหรือโพล อาจไม่ตรงกับผลการเลือกตั้งแบบเป๊ะๆ แต่อย่างน้อยก็ใกล้เคียงผลของนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพลเจ้าประจำ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีที่มีคะแนนนำมาโดยตลอด คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตามด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส่วนพรรคยอดนิยมได้แก่ พรรคเพื่อไทยตามด้วยพรรคก้าวไกล เป็นแบบนี้มาโดยตลอด เพิ่งจะมาพลิกเล็กๆ จากผลการสำรวจของหนังสือพิมพ์มติชนกับเดลินิวส์ ที่นายพิธาแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 29.42% ตามด้วยแพทองธาร หรืออุ๊งอิ๊ง 23.23% นายเศรษฐา ทวีสิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับที่ 5 ยังไม่มีคนที่ถูกใจผู้สมัครนายกรัฐมนตรีที่มีคะแนนนิยมเป็นที่ 6 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามด้วย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายกรณ์ จาติกวณิช พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้คะแนนติด 1 ใน 10 หรือท็อปเทนเป็นครั้งแรก ส่วนพรรคยอดนิยมยังเป็นพรรคเพื่อไทย 38.89 อันดับ 2 พรรคก้าวไกลถ้าการเลือกตั้งเป็นไปตามผลโพล ความหวังของพรรคเพื่อไทยที่จะแลนด์สไลด์เป็นไปได้สูง คู่ชิงนายกรัฐมนตรีอาจเป็นคนรุ่นเก่า ชิงกับผู้นำรุ่นใหม่ พรรคเพื่อไทยอาจจับมือกับพรรคก้าวไกล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ส่วนพรรคพี่น้อง 2 ป. คือ พรรค พปชร.กับพรรค รทสช.ดูทรงแล้วอาจต้องผิดหวังแม้คะแนนนิยมของพรรค รทสช.จะขึ้นมาเป็นอันดับ 3 แต่ยังห่างจากพรรคอันดับ 1 และ 2 อยู่มาก เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. แม้จะมีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 3 แต่ยังถูกทิ้งห่าง จึงมีแนวโน้มว่ากลุ่มพรรคประชาธิปไตยจะชนะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เว้นแต่จะมีปาฏิหาริย์การเมืองผลของโพลสะท้อนว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนผู้นำประเทศ ต้องการผู้นำรุ่นใหม่ แต่มีคำถามสอดแทรกเข้ามาว่า ผู้นำรุ่นใหม่ยังไม่มีผลงาน ทำไมจึงชอบ คำตอบก็คือ ต้องการการเปลี่ยนแปลง และการที่คนรุ่นใหม่ยังไม่มีผลงาน กลายเป็นผลดี เพราะยังไร้ราคี และมีความมุ่งมั่นสูง.