คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดนี้ ต้องชมว่ามีหน้าตาแข็งแกร่งมาก ไม่รู้สึกอะไรกับเสียงด่าและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกติกาการเลือกตั้ง การทำให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องยาก เช่น ใช้ “บัตรเลือกตั้งโหล” ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ไม่มีชื่อ ไม่มีรูป มีแต่เบอร์ผู้สมัคร ทำให้มีโอกาสเลือกผิดคนได้ง่าย ไปจนถึงเรื่องล่าสุด การเดินทางไปดูงานเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของ กกต. 6 คน ตั้งแต่ คุณอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ระหว่าง 4-14 เมษายน เป็นเวลา 10 วัน ทั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีนิดเดียวแสนกว่าคน เทียบไม่ได้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศกว่า 52 ล้านคนเลยไม่รู้ว่า กกต. 6 ท่านไปดูอะไรกันแน่ การเลือกตั้งก็ยังไม่เกิดขึ้น เช่น นิวซีแลนด์ ที่เกิดปัญหาส่งบัตรเลือกตั้งไม่ทันปี 2562 ปีนั้นมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแค่ 1,500 คน ไม่รู้จะบินไปดูทำไมให้เสียเงินภาษีหลายแสนบาท ทั้งที่การเลือกตั้งก็ยังเป็นแบบเดิม คุณอิทธิพร ประธาน กกต. ก็บินข้ามโลกไปดูงานถึง แอฟริกาใต้ ไม่รู้มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งกี่คน เสียดายเงินภาษีจริงๆครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ กกต. ชุดนี้ไปดูงานต่างประเทศ แต่ไม่เห็น พัฒนาระบบการเลือกตั้งไทยให้ดีขึ้นเลย เช่น บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตที่พิมพ์แต่เบอร์ผู้สมัคร ไม่พิมพ์ชื่อพรรค ชื่อผู้สมัคร รูปผู้สมัคร ให้ประชาชนจำกันเอง อ้างเพื่อความประหยัด เทียบกับ อินเดีย เลือกตั้งครั้งที่แล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 814 ล้านคน คูหาเลือกตั้งกว่า 930,000 หน่วย แต่ มี กกต.แค่ 3 คน ที่สำคัญ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกหน่วย มีรูปผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย เพื่อป้องกันการทุจริตปลอมตัวบุคคลมาลงคะแนน (ข้อมูลจากข่าวเนชั่น) การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของชาติ ผู้ชนะได้อำนาจรัฐ ได้บริหารประเทศ จะมาอ้างประหยัดเงิน ไม่กี่ล้านบาท ฟังแล้วมันทะแม่ง มีอะไรไส้ในหรือเปล่า?ผมหวังว่า กกต.ชุดนี้ จะจัดการ การเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม มิฉะนั้นอาจมีผู้ฟ้องร้องแน่นอน กกต.ติดคุก ก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ววันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดู การเลือกตั้งที่ทันสมัยระบบออนไลน์ ใน ประเทศเอสโตเนีย (ข้อมูลจากเว็บไซต์การเงินธนาคาร) ซึ่งมีประชากร 1.3 ล้านคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติของเอสโตเนีย เพิ่งมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ที่เรียกว่า i-Voting มากกว่าแบบกระดาษสูงถึง 51% ต่อ 49% การเลือกตั้งแบบออนไลน์ ประชาชนไม่ต้องไปที่คูหาเลือกตั้ง อยู่ที่บ้านอยู่ที่ทำงานก็เลือกตั้งได้ เอสโตเนียใช้มาตั้งแต่ปี 2005 เป็นเวลา 18 ปีแล้ว (เทียบกันแล้วไทยล้าหลังมาก)ข้อดีของการเลือกตั้งแบบออนไลน์ คือ สะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการจัดคูหาเลือกตั้ง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศสามารถออกเสียงเลือกตั้งได้โดยตรง ไม่ต้องไปเลือกตั้งที่สถานทูตแบบไทยข้อดีของ i-Voting อีกอย่างก็คือ ลดเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ผู้มีสิทธิแต่ละคนสามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้หลายครั้ง จนกว่าจะปิดการเลือกตั้ง ครั้งแรกอาจตัดสินใจเลือกพรรคหนึ่ง แต่สามารถเปลี่ยนใจสลับไปเลือกอีกพรรคหนึ่งได้ จนกว่าจะถึงเวลาปิดการลง คะแนน การนับคะแนนจะนับจากการลงคะแนนครั้งหลังสุด นอกจากนี้ ระบบ i-Voting ยังมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ภายในเวลา 30 นาทีหลังจากลงคะแนนผู้ลงคะแนนผ่าน i-Voting ยังสามารถตรวจสอบการลงคะแนนของตนว่าไปถึงกล่องคะแนนอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องหรือไม่ มีใครแอบเปลี่ยนคะแนนหรือเปล่า การลงคะแนนแบบ i-Votes จะมีการ “ปกปิดชื่อ” เพื่อให้แน่ใจว่า การลงคะแนนแต่ละครั้งเป็นความลับ หลังปิดหีบเลือกตั้ง จะประกาศผลการเลือกตั้งครั้งแรกภายใน 3 ชั่วโมง และยืนยันผลคะแนนตามมาเป็นครั้งที่ 2 ไม่ปิดเป็นความลับเหมือน กกต.ไทย แล้วประกาศผลทีหลังผมคิดว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปการเลือกตั้งให้โปร่งใสกว่านี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่ลึกลับ กาชื่อใครก็ไม่รู้ โกงกันง่าย.“ลม เปลี่ยนทิศ”