ในหนังสือนิทานพื้นบ้านไทย (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) รวบรวมจัดพิมพ์ พ.ศ.2536 เรื่องสุดท้าย “อีกา” เนื้อหาออกไปเหมือนนิยายน้ำเน่า แปลกกว่าเรื่อง “กา” ที่ผมเคยอ่านกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ที่หมู่บ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง แม่ลูกอ่อนผัวตาย เธอทำขนมจีนหาบเร่ขาย เลี้ยงดูลูกชายจนเติบใหญ่ วันหนึ่งลูกชายก็มาขออนุญาตแม่ ลงเรือสินค้าออกไปทำมาหากินต่างเมืองแม่ไม่อยากให้ลูกจากไปไกล พยายามขอร้องแล้วได้ผล ก็จำใจอนุญาตปีแรกๆ เมื่อเรือสินค้ากลับมาจอดท่า ลูกก็นำเงินทองของฝาก จากต่างเมืองมาให้แม่ แม่ก็ชื่นใจ ที่ลูกยังกตัญญูรู้คุณ แต่เมื่อปีต่อๆไป ลูกชายก็เริ่มทอดระยะกลับมาเยี่ยมแม่และจนกระทั่งครั้งนั้น เขาก็ไม่กลับมาอีกแม่ค้าขนมจีน...ติดตามข่าว เขาเก็บเงินได้มากซื้อเรือสินค้า และการค้าก็รุ่งเรืองเฟื่องฟู เขาร่ำรวยขึ้น แม่ก็ดีใจ...คิดว่างานการค้าลูกชายคงมาก แต่ก็หวังว่า สักวันหนึ่งเขาคงกลับมาหาแม่เวลาผ่านไปจากหลายปี เป็นสิบปี แม่ค้าขนมจีนไม่ได้ข่าวลูกชาย เธอพยายามคิด เขาคงเจอทำเลค้าขายแห่งใหม่ ไกลบ้านข่าวล่า...มาครั้งสุดท้าย ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐี ใช้ชีวิตหรูหรา และข่าวที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง...อีกราวสามสี่เดือนหน้าเขามีคิวจะนำเรือสินค้ามาจอดท่าเรือหมู่บ้านเมื่อถึงวันนั้น แม่ค้าขนมจีนสังขารหง่อมเต็มที เธอเฝ้ารอจนแน่ใจ...พรุ่งนี้เรือลูกชายจะมาถึงแม่ตั้งใจทำขนมจีนให้ลูกชายกิน ตั้งใจทำมากกว่าทุกครั้ง แช่ข้าวสารให้พองก่อนหนึ่งคืน เอาไปโม่ด้วยมือได้น้ำแป้ง กรองน้ำออกกดทับด้วยของหนักไล่น้ำออกเพื่อให้เหลือแต่เนื้อแป้งเอาก้อนแป้งมาต้มน้ำให้สุก แล้วใส่กระบอกหมุนกดออกเป็นเส้นลงในกระทะใหญ่ ซึ่งใส่น้ำเย็นรอไว้ก่อนเสร็จจากเส้นขนมจีน ก็มาถึงน้ำแกง เธอเลือกมะพร้าวขูดคั้นเอาหัวกะทิ ย่างปลาแล้วแกะเอาแต่เนื้อใส่โขลกกับเครื่องแกง ส่วนผักเหนาะ หรือผักเหมือดแบบไหน ที่เธอรู้ลูกชายชอบกินตั้งแต่สมัยยังเล็กๆ เธอก็ไปหามาขนมจีนน้ำยาปลา...เสร็จสมใจ เช้าวันนั้น วันที่เรือลูกชายเทียบท่า ช่วงระยะเวลาสิบปีที่ลูกชายหายหน้า เธอรู้ว่าวิธีที่จะเอาขนมจีนน้ำยาให้ลูกชายกินได้ มีวิธีเดียว คือหาบไปถึงท่าเรือไม่มีวี่แววลูกชาย ถามคนในเรือ ไม่มีใครบอก จนสาย...หนุ่มหล่อสาวสวยคู่หนึ่ง ก็เดินผึ่งผายลงมา แม่จำลูกชายได้...ตะโกนเรียกลูกชายไม่ตอบผู้หญิงที่มาด้วยถามว่าใคร เขาตอบว่าไม่รู้จักหมดทาง เธอขอร้องให้ลูกชายกินขนมจีน...สักครั้ง หวังเลือนลาง รสชาติขนมจีน จะทำให้ลูกจำแม่บังเกิดเกล้าได้...แต่ผลตรงข้าม เขาผลักชามขนมจีนทิ้ง ทั้งกราดเกรี้ยว เตะหาบขนมจีนล้มกลิ้ง ขนมจีนน้ำยาหกเรี่ยราดสถานการณ์นั้น สายใยความรักใคร่ของแม่ต่อลูกก็ขาดสะบั้นเธอชี้หน้าตะโกนสาปแช่ง ใจดำกับแม่ได้ขนาดนี้ ขอให้เป็นอีกา แล้วชี้มือไปทะเล ขอให้หาน้ำจากแผ่นดินกินไม่ได้ ต่อมาลูกชายก็ค่อยๆปากยาวแหลมลุกลน กลัวน้ำ ขนดำเริ่มงอกตามตัวไม่ช้าก็กลายเป็นกาบินขึ้นสู่ท้องฟ้านิทานเรื่องนี้ให้แง่คิดทิ้งท้ายว่า เพราะคำสาปนั้น กาจึงไม่กินน้ำธรรมดา กินได้แต่เพียงน้ำจากฟ้าคือน้ำฝนแต่เมื่อถึงหน้าแล้ง เดือนเมษาฯ พฤษภา กาจะทุรนทุรายร้อง กาๆๆ เพราะกระหายโหยหาน้ำคนโบราณมีคำพังเพย กาเอ๋ยกา บินมาไวๆ แวะไปเกาะต้นโพธิ์ แล้วก็โผมาต้นไทร...วิถีกาเหมือนคนบางพวกที่เปลี่ยนพรรค บางคนเปลี่ยนหลายพรรค นี่ก็เดือนเมษาฯหน้าแล้ง เรื่องของเรื่องก็คงหิวน้ำ.กิเลน ประลองเชิง