แต่ละพรรคการเมืองต่างก็รู้ศักยภาพของตัวเองดีว่าในการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะสามารถได้ ส.ส.จากการเลือกตั้งจำนวนเท่าใดเบื้องต้นก็วัดจากความนิยมในหมู่ประชาชน นโยบายพรรค ซึ่งจะเป็นกระแสในห้วงนั้นๆ แต่ในทางการเมืองที่เป็นจริงยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เข้ามามีส่วนสำคัญคือ “กระสุน” ที่นักการเมืองประเภทบ้านใหญ่อาศัยมาตลอดการเลือกตั้งครั้งนี้สถานการณ์ทางการเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร เพราะมีนักการเมืองหน้าใหม่ที่เป็นคนหนุ่มคนสาวเข้าสู่สนามการเมืองมากขึ้นด้วยความคิดความอ่านที่เปลี่ยนไปทำให้ปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเลือกตั้งเปลี่ยนไปด้วยพูดง่ายๆว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้การเลือกตั้งเน้นไปที่สาระมากกว่าปัจจัยอื่นๆจนถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยจากโพลต่างๆที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากประชาชนมาอันดับ 1แต่เผอิญที่ว่าเจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริงนั้นต้องการเสียงสนับสนุนให้มากที่สุดจึงกำหนดทิศทางการรณรงค์หาเสียงด้วยสโลแกน“แลนด์สไลด์”...ตั้งเป้าเอาไว้ที่ตัวเลข 310 เสียงพูดง่ายๆว่าไม่ใช่เพียงแค่ชนะเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะต้องได้เสียงมากที่สุดสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียวหรือรวมกับพรรคการเมืองอีกพรรคหรือสองพรรคเท่านั้นเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว.มีสิทธิยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้จึงต้องคิดเอาชนะ 2 ส่วนคือ ส.ส. และ ส.ว.การบ้านตรงนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าพรรคการเมืองอื่นๆคือ ไม่เพียงแต่จะต้องชนะเลือกตั้งจากสภาผู้แทนฯแล้วยังต้องได้เสียงเพื่อเอาชนะวุฒิสภาอีกเพราะ 250 เสียงจากวุฒิสภาชุดนี้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ที่มี “3 ป.” คุมกลไกทั้งหมดและยังเป็นคู่ต่อสู้สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยแม้ “3 ป.” จะเหลือเพียงแค่ “2 ป.” เนื่องจากอีก “1 ป.” คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทำท่าจะโบกมือลาการเมืองไปหาความสงบแบบคนธรรมดาดีกว่าอีกทั้ง “2 ป.” ก็แปลงบทบาททางการเมืองออกไปเป็น 2 ค่ายคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปคุมพรรครวมไทยสร้างชาติแบบ “แยกกันเดินรวมกันตี”...พรรคเพื่อไทยที่หวังได้เสียง ส.ส. 310 ที่นั่งนั้นการเลือกตั้ง ครั้งนี้ได้มีการวางแผนการดำเนินงานค่อนข้างเป็นระบบและรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมาแต่ตัวเลข 310 ที่นั่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะพรรคการเมืองอื่นๆ ก็มีความพร้อมที่จะสู้ไม่ถอยยิ่งพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่อย่างพรรคก้าวไกลก็ไม่ธรรมดาในทางลึกตัวเลขที่มีการสำรวจตัวเลขแล้ว พบว่าพรรคเพื่อไทยจะได้แค่ 210 เสียงไม่เกิน 230 เสียงยังตํ่ากว่าเป้ามากนโยบายแจกคนละ 10,000 บาท (ประชานิยมสุดโต่ง) จึงถูกค้นคิดขึ้นมาเพื่อหวังเรียกคะแนนจากชาวบ้านแต่นโยบายนี้จะต้องใช้เงินก้อนโตถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเกิดปัญหาด้านวินัยการเงินการคลังจนสร้างความเสียหายต่อระบบการเงินของประเทศอย่างนโยบายจำนำข้าวที่คนไทยยังเจ็บชํ้าไม่หาย!“สายล่อฟ้า”