ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน โครงการแจกเงินผ่านกระเป๋าดิจิทัลให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 1 หมื่นบาท เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ม.73 (1) ที่ห้ามสัญญาว่าจะให้ ตามคำถามของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเสรีรวมไทย หรือไม่มีแต่เพียงคำยืนยันจากเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการทำตามนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องใช้เงินแผ่นดิน ไม่ได้ใช้เงินจากแหล่งอื่น แต่มีรายงานข่าวว่า กกต.มีคำสั่งให้ทุกพรรค รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ให้แจ้งที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการตามโครงการเป็นไปตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 57 ที่ระบุว่า นโยบายใดของพรรค การเมืองที่จะต้องใช้จ่ายเงินตามคำประกาศของพรรค จะต้องแจ้งที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ ไม่ใช่พูดลอยๆ สักแต่ว่าเพื่อหาเสียง รวมทั้งประเมินความคุ้มค่าและประโยชน์ของนโยบาย ผลกระทบ และความเสี่ยงหลังจากที่พรรคเพื่อไทยประกาศ นโยบายแจกเงินคนละหมื่นบาทให้ประชาชนราว 50 ล้านคน ด้วยงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท มีข้อเสนอจากนักวิชาการให้ช่วยเหลือในระดับที่เหมาะสม เลือกเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือที่ถูกต้อง และมองผลกระทบระยะยาว ไม่ใช่แจกเพื่อหาเสียงเฉพาะหน้ามีเสียงวิจารณ์จากนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) ว่า เป็นการแจกเพื่อจูงใจให้เลือกพรรค เป็นการเหวี่ยงแหมากเกินไป เพราะแจกให้ทุกคนโดยไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นยาจกหรือมหาเศรษฐี และเตือนว่าในระยะยาวการแจกเงินทำให้ประชาชนติดนิสัยขณะนี้หลายฝ่ายยังรอคำตอบที่ชัดเจน การสัญญาจะแจกเงินให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคน คนละหมื่นบาท เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ม.73 (1) ที่ห้ามจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น แต่ กกต.บอกไม่ผิดแต่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ หรือนักการเมือง เห็นพ้องกันว่ามีเจตนาที่ชัดเจน เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครหรือพรรค แต่ฝ่ายที่เห็นว่าไม่ผิดเพราะใช้เงินแผ่นดิน แต่กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น ว่าถ้าเป็นการใช้เงินแผ่นดินไม่ผิด กฎหมายระบุไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือผลประโยชน์อื่นไม่มีข้อยกเว้น.