เข้าโรงซ่อมสุขภาพเสียหลายเดือนจนเข้าที่เข้าทางสามารถทำงานได้ตามปกติก็ขอเริ่มต้นซึ่งอยู่ในช่วงกำลังหาเสียงของนักการเมืองพอดีทำให้บรรยากาศทั้งประเทศคึกคักเพราะมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัคร 70 พรรค จำนวน 4,781 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 67 พรรค จำนวน 1,899 คนรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 43 พรรค จำนวน 63 คน14 พ.ค.2566 คือ วันเลือกตั้งไปใช้สิทธิกันได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ขยายเวลากาบัตรจากที่เคยปิดหีบ 15.00 น. เป็น 17.00 น. เพื่อให้มีเวลาใช้สิทธิได้ยาวขึ้นในฐานะประชาชนคนไทยที่แต่ละคนมีสิทธิเสียง 1 คนต่อ 1 สิทธิ ที่จะกำหนดอนาคตของประเทศว่าจะไปทางไหนการลงคะแนนจะต้องกาบัตร 2 ใบ คือเลือกคน 1 ใบ และเลือกพรรค 1 ใบ พูดง่ายๆว่าชอบผู้สมัครคนไหนก็เลือก อีกใบก็คือ เลือกพรรคการเมืองที่ชอบจะตรงกันหรือต่างกันก็เป็นสิทธิของแต่ละคนไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดสำคัญก็คือห้วงจากนี้ไปต้องติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของผู้สมัครและพรรคการเมืองแต่ละพรรคว่ามีอะไรใหม่ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเพราะนี่เป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดชะตากรรมของประเทศว่าจะไปทางไหนด้วยมือของเราเองหากเลือกนักการเมืองดี พรรคการเมืองดีก็จะทำให้ประเทศดีขึ้นอันหมายถึงคนไทยทั้งประเทศก็จะดีไปด้วยบทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมาน่าจะทำให้ทุกคนได้ตั้งสติคิดและไตร่ตรองเพื่อให้เกิดความรอบคอบเพราะวงรอบที่จะได้ใช้สิทธิใช้เสียงนั้น 4 ปี ได้แค่ครั้งเดียว หากตัดสินใจผิดหรือพลาดก็ต้องรอไปอีก 4 ปี ถึงจะเปลี่ยนใหม่ได้นี่จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของชีวิตก็ว่าได้ว่าไปแล้วการเมืองไทยนั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรูปแบบแต่การเลือกตั้งนั้นไม่ได้ต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็นเพราะมีการรัฐประหารยึดอำนาจสลับฟันปลามาตลอด ครั้งนี้ก็เพิ่งผ่านกลิ่นอายมาได้ 8 ปีเท่านั้นแม้จะมีการเลือกตั้งขั้นกลางระหว่างที่ คสช.ยึดอำนาจโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องมา 8 ปีทำให้สภาผู้แทนฯ ครบวาระ 4 ปีเต็มๆได้8 ปี ทางการเมืองในยุค “3 ป.” นั้น บ้านเมืองเกิดความสงบในระดับหนึ่ง แต่ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมืองค่อนข้างชัดเจนนั่นคือความตื่นตัวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของไทยเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญก็คือการเลือกตั้งใหม่ที่จะถึงนี้คนรุ่นใหม่ด้วยความคิดใหม่จะทำให้การเมืองไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหนเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งแม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจะได้เป็นกันมาบ้างแล้วเมื่อพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ได้รับการเลือกตั้งและเข้ามามีบทบาทการเมืองที่เร้าใจอย่างชัดเจนการเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญยิ่งทางการเมืองของประเทศเพราะถ้าประชาชนตัดสินใจเลือกคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองมากขึ้นคงได้เห็นนักการเมืองรุ่นเก่าตกงานกันระนาว!“สายล่อฟ้า”